lipslove's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

Shapes of Things...ปั้นสิ่งที่รักจากสิบนิ้วและสองมือ

Shapes of Things...ปั้นสิ่งที่รักจากสิบนิ้วและสองมือ
Shapes of Things
ความดื้อและความตั้งใจที่จะปั้นสิ่งที่รักขึ้นจากสิบนิ้วและสองมือทำให้ Tenfinger Ceramic Studio เกิดขึ้นในโรงรถและที่ว่างเล็กๆหลังบ้าน สองปีหลังจากเรียนจบสาขาเซรามิค ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอส-สุชน คุตไชยกุล ก็แน่วแน่กับการเป็นคนทำเซรามิค และไม่เคยคิดเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นแม้ในวันที่มีเงินเหลืออยู่ในบัญชีแค่ 61 บาท
ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าคน ทุกคนทำอะไรก็ได้ อยู่ที่เราขยันหรือทุ่มเทกับมัน พอมั้ย
“ผมเป็นคนดื้อครับ ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าคนทุกคนทำอะไรก็ได้ อยู่ที่เราขยันหรือทุ่มเทกับมันพอมั้ย นอกจากว่าเรารู้ว่าทำถึงที่สุดแล้วจริงๆแต่มันยังไม่ดีผมถึงจะยอมรับ กับงานเซรามิคผมรู้สึกว่ามันใช่และเป็นสิ่งที่ผมเลือกแล้ว ซึ่งถ้าเราเลือกแล้วแต่ยังยึกๆ ยักๆ ไม่ลงไปเต็มที่จะทำอะไรมันก็ไม่สำเร็จหรอก ผู้ใหญ่บอกผมตั้งแต่แรกว่าไปไม่รอด ผมก็รู้ว่ามันมีช่วงที่ร่อแร่ แต่ผมไม่คิดจะหยุด”

ความสนใจในศิลปะและงานที่สร้างขึ้นด้วยมือเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขาได้เรียนรู้เรื่องเซรามิคอย่างจริงจัง “ก็เพราะความดื้ออีกแหละครับ ตอนเด็กๆผมถูกแม่ให้อยู่ในห้อง ทิ้งไว้ให้แต่ดินสอกับกระดาษ มันทำให้ผมชอบวาดรูปอะไรไปเรื่อยแต่ผมชอบทำอะไรแบบสามมิติมากกว่า ชอบสิ่งที่จับต้องได้ ผมชอบผิวสัมผัสเมื่อก่อนถ้าผ้าปูที่นอนไม่ตึงนี่ผมนอนไม่หลับเลยนะ พอมาเรียนเซรามิคก็เข้าทางรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบและทำได้ เวลาจับแล้วรู้สึกอะไรได้มากกว่าแค่ที่เรามองเห็น”
บอสจริงจังกับการทำเซรามิคมาตั้งแต่ตอนเรียนปีสอง
บอสจริงจังกับการทำเซรามิคมาตั้งแต่ตอนเรียนปีสอง และทำมาเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ทำขายในงานแฟร์ ทำตามออร์เดอร์ ทำเป็นชิ้นงานศิลปะจัดแสดงในหอศิลป์ เขาบอกว่าการที่ทำมาตลอดโดยไม่หยุดอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเองไม่มีเวลาให้หยุดคิดที่จะไปทำงานอื่นๆ ด้วยก็เป็นได้

“ตอนเรียนผมก็ทำในเวิร์คช็อปที่มหาวิทยาลัยแต่พอจบก็ต้องหาที่ทางของตัวเอง เพื่อนผมเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ผมมาดูก่อนแล้วก็ตัดสินใจมาอยู่เลย ใช้พื้นที่โรงรถเป็นที่ทำงาน แล้วก็ตั้งเตาเผากับอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ที่หลังบ้าน
โจทย์ของผมคือทำทุกอย่างให้ง่ายและประหยัดที่สุด
โจทย์ของผมคือทำทุกอย่างให้ง่ายและประหยัดที่สุด ล็อกเกอร์ที่ใส่ของเป็นล็อกเกอร์เก่าซื้อมาจากโรงงานข้างๆบ้าน ชั้นเหล็กที่ใช้วางงาน พ่อไม่ได้ใช้แล้วผมก็ขอมา แป้นหมุนสำหรับขึ้นรูปก็ซื้อมือสองมาจากด่านเกวียน มีโต๊ะสองตัว ทุกอย่างเอามาวางและใช้ให้เหมาะกับการทำงานเป็นหลัก ผมไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่างชั้นวางที่อยู่ข้างบ้านพอเอาเข้าจริงก็ฝนสาด แต่มันก็มีต้นไม้ขึ้นเองสวยดี

ผมชอบอะไรที่มันธรรมดา แต่มีอะไรลึกๆ อยู่ อาจจะดูง่าย แต่ผมเชื่อว่ามันมีอะไรให้เราคิด “
VIEW FROM MY SPACE
MY FIRST IMPRESSION
ตรงที่จอดรถมีแต่ใบไม้แห้งกองเต็ม นอกบ้านรกเพราะบ้านนี้สร้างตั้งแต่ปี 2534 แต่ไม่เคยมีใครอยู่เลยแต่ข้างในไม่โทรมเท่าไหร่เพราะถูกปิดตายมาตลอด

MY FIRST THING
ตื่นมาปุ๊บผมกวาดบ้านก่อนแล้วถึงเริ่มทำงานติดนิสัยน่ะครับ แม่ผมเป็นคนรักความสะอาดมาก แค่พับผ้าลายไม่ตรง ผมก็โดนแม่ดุมาตั้งแต่เด็ก
MY INSPIRATION
มาจากสิ่งที่ผมคิด อย่างคอลเล็คชั่นหมา มันจุดประกายจากหนัง Doggod & Full Water กลับมาบ้านผมเอาสิ่งที่รู้สึกมาเขียนเพลงชื่อ “เป็นหมากันไหม” แล้วเนื้อหาของเพลงมันทำให้ผมอยากทำเซรามิคคอลเล็คชั่นนี้ หรืออย่างชุดล่าสุดที่เป็นนักบินอวกาศมันมาจากความที่ผมทึ่งในความตั้งใจของนักวิทยาศาสตร์จริงๆ นีล อาร์มสตรอง อาจเป็นตัวแทนของคนที่แสวงหาเอาแต่วัตถุก็ได้ เขาดั้นด้นไปให้ถึงดวงจันทร์ แต่พอเหยียบดวงจันทร์เขาก็ไม่ใช่เจ้าของดวงจันทร์ ผมเพียงตั้งคำถามว่า ในเมื่อเราดั้นด้นแสวงหาสิ่งต่างๆ มาเป็นของตัว ท้ายที่สุดแล้ววันที่เรานอนอยู่บนเชิงตะกอนสิ่งเหล่านั้นก็ยังอยู่ที่เดิม มีสิ่งใดบ้างไหมที่เอาไปด้วยได้ ถ้ามีผมอยากได้มาก
MY WISH-LIST
อยากได้เตาเผาไฟฟ้าและขนาดความจุมากขึ้น จะได้ทำงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม

MY OBSESSION
ผมอยู่ง่าย กินง่าย อยู่บ้านใช้เงินวันละไม่เกินร้อยบาทแต่ผมชอบกางเกงยีนส์ลีวายส์วินเทจมาก เป็นอย่างเดียวที่ผมเสียเงินเยอะ

MY HAPPINESS
ความสุขของผมคือเวลามีคนตอบรับงานเรา ถ้าไม่มีเลยมันรู้สึกเหี่ยวแห้ง เวลาใครซื้องานไปผมรู้สึกว่าเขาซื้อสิ่งที่เราทุ่มเทไปด้วย เอาพลังที่เราตั้งใจไปด้วยมันหายเหนื่อยครับ
MY DISCOVERY
ผมเคยคิดนะว่าการทำงานของเราต้องอยู่กับรูป รส กลิ่น เสียง สิ่งเร้ามันน่าจะช่วยให้เราทำงานออกมาได้ดี แต่ผมค้นพบว่าถึงธรรมะจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ แต่มันมีสิ่งที่เราคิดไม่ถึง มันช่วยให้ผมที่ปกติใจร้อนนิ่งขึ้น จดจ่อกับการทำงานได้มากขึ้น มีสมาธินั่งทำงานไปเรื่อยๆอยู่ตรงนี้ได้หลายๆชั่วโมง แค่ลุกไปเข้าห้องน้ำสองครั้ง ผมเป็นคนที่คิดว่าถ้าจะทำให้ได้มันก็ต้องได้ ถ้าไม่ได้จะไม่สบายใจ ไม่ยอมจบ
MY HEART SAYS...
การทำงานที่บ้านหลังนี้คนเดียว อยู่คนเดียวมันเหมือนทุกอย่างเราควบคุมได้ แต่ผมว่าจริงๆ แล้วเราอย่าไปคาดหวังอะไรมาก เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างเวลาเอางานเข้าไปเผาในเตาเราไม่เห็นหรอก เผาออกมาแต่ละครั้งรายละเอียดก็ไม่เหมือนกันเลย เกือบทุกครั้งเวลาเห็นงานผมจะผิดหวังก่อน แล้วก็ยอมรับได้และเห็นว่ามันก็ดีในแบบของมันทีหลังเสมอ
(0)
lipslove
RELATED TOPICS