art4d's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

Officially Chinese เมื่อมังกรต้องฝากลวดลายลงบนสถาปัตยกรรม

Officially Chinese เมื่อมังกรต้องฝากลวดลายลงบนสถาปัตยกรรม
การแสดงออกถึง ‘อิทธิพล’ ของแต่ละประเทศอาจจะมาในหลากหลายรูปแบบ และรูปแบบหนึ่งที่ดูจะออกมาแบบที่ไม่โฉ่งฉ่างนักก็คือการนำเสนอผ่านทางศิลปวัฒนธรรม หรืออย่างที่นักวิทยาศาสตร์ทางการเมืองของอเมริกัน Joseph Nye ให้คำจำกัดความว่า ‘ซอฟท์เพาเวอร์’ การเผยแพร่หรือโฆษณาชวนเชื่อทางวัฒนธรรมของเหล่าประเทศทรงอำนาจนั้นเป็นการกระทำที่เป็นแบบแผนมายาวนานแล้ว ในโลกสมัยใหม่ได้นำเสนอผ่านทางองค์กรทางวัฒนธรรมที่ดำเนินงานอยู่ ทั่วโลกเช่น Alliance Française (เริ่มตั้งแต่ปี 1883) British Council (ตั้งแต่ 1934) Goethe Institut (ตั้งแต่ 1951) และ Japan Foundation (ตั้งแต่ 1972) ซึ่งสถาบันเหล่านี้ต่างก็เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศเรา ศูนย์วัฒนธรรมจีนนั้นจัดตั้งขึ้นค่อนข้างจะช้ากว่าประเทศอื่นๆ ถึงแม้ว่าศูนย์วัฒนธรรมจีนแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นที่หมู่เกาะมอริเชียส (Mauritius) และเมืองเบนิน (Benin) ได้จัดตั้งขึ้นในปี 1988 ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจีนจะเริ่มทำกันอย่างเป็นจริงเป็นจังในทศวรรษแรกของศตวรรษนี้เอง โดยเปิดดำเนินการที่ ไคโร ปารีส เบอร์ลิน โซล และโตเกียวเป็นต้น ศูนย์วัฒนธรรมจีนที่กรุงเทพฯ ออกแบบโดยบริษัท Plan Architect ออกแบบตกแต่งภายในโดย August Design Consultant และออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมโดย XSiTE Design Studio เป็นศูนย์วัฒนธรรมจีนแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 ซึ่งตรงกับการมาเยือนของนายกรัฐมนตรี เหวินเจียเป่า ของจีนศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มทางด้านสถาปัตยกรรมที่ได้ขึ้นไปอยู่ในอีกระดับหนึ่ง

ศูนย์วัฒนธรรมจีนที่มีฟอร์มที่ดูน่าเกรงขาม มีรายละเอียดและเป็นทางการถอดรูปแบบมาจากตึกไม้ในจีนโบราณและมีการใช้โครงสร้างเหล็กที่เป็นวัสดุสมัยใหม่
ต้นไผ่ถูกปลูกไว้บริเวณกำแพงรั้วรอบโครงการเพิ่มความเขียวขจีให้กับบริเวณภายนอกและยังล้อกับเสาของตัวตึกอีกด้วย
ศูนย์วัฒนธรรมจีนตั้งอยู่บนถนนวัฒนธรรม ซึ่งเป็นถนนเดินรถทางเดียวและทางเข้าก็ค่อนข้างแคบทำให้ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ผู้คนผ่านไปมาโดยไม่ทันสังเกตเห็นรวมทั้งคนที่ตั้งใจจะไปก็ยังอาจผ่านเลยไปได้ ปัญหาเรื่องนี้ได้รับการแก้ไขโดยการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่ และเนื่องจากตั้งอยู่ติดกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยโดยมีด้านหลังติดกัน จึงเกิดการเปรียบเทียบทางด้านขนาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถึงแม้ศูนย์วัฒนธรรมจีนจะด้อยกว่าในเรื่องขนาด แต่ก็ชดเชยด้วยทัศนียภาพที่เปี่ยมไปด้วยพลัง หลังจากเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาไปตามถนนแคบๆ ที่มีต้นไผ่เรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง (ซึ่งน่าจะงดงามมากเมื่อต้นไผ่เติบโตเต็มที่) ก็จะพบลานกว้างขนาดใหญ่และอาคารรูปสี่เหลี่ยม ผืนผ้าสองหลังที่เชื่อมต่อกันด้วยล็อบบี้ที่เป็นกระจก นอกจากส่วนที่เป็นด้านหลัง ศูนย์รอบล้อมไปด้วยกำแพงทึบที่กั้นอาณาเขตส่วนทางเข้าแคบๆ นั้นเป็นพื้นที่เช่าจากการรถไฟเพราะที่ดินของโครงการเป็นพื้นที่ตาบอด และเป็นการบีบมุม-มองก่อนที่จะเผยออกสู่ส่วนที่เป็นลานกว้าง รูปแบบของเลย์เอ้าท์แบบนี้จะสามารถเห็นได้ทั่วไปในงานออกแบบของสวนจีนในสมัยโบราณ นิติศักดิ์ ชอบดำรงธรรม สถาปนิกและกรรมการบริษัท Plan Architect อธิบายว่า “สวนจีนมักมีทางเข้าเล็กๆ เข้าไปแล้วก็เปิดออกเป็นคอร์ทใหญ่ มีอาคารเกาะอยู่ข้างๆ ส่วนน้ำก็จะมีเกาะกลางสระ มีทางเดินเล็กๆ ข้าม คือเราจำลองไอเดียนี้มาแต่ไม่ได้ลอกคาแร็คเตอร์ในแบบของสวนตกแต่งโบราณในจีนจริงๆ”
อาคารหอพักสำหรับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ที่มาจากประเทศจีน
ฟังก์ชั่นหลักถูกแบ่งออกไปไว้ในอาคารสองหลังอาคารทางด้านตะวันออกจะเป็นส่วนที่ตั้งของโถงนิทรรศการ และห้องสำหรับวีไอพีจะอยู่ที่ชั้นล่างโดยมีหอประชุมอยู่ข้างบน ส่วนอาคารทางด้านตะวันตกจะประกอบไปด้วยห้องเรียนภาษาจีน ศิลปะและการเขียนพู่กันจีนรวมถึงห้องสำหรับเรียนดนตรีพื้นบ้านและเต้นรำที่ชั้นล่าง และห้องสมุดอยู่ชั้นบน นอกจากนี้ยังมีอาคาร 4 ชั้น
ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ใช้เป็นที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ซึ่งเป็นบุคลากรจากเมืองจีนทั้งหมด ส่วนวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาจากประเทศจีนเช่นเดียวกัน
บริเวณสระน้ำมีการเลี้ยง ปลาและยังมีเกาะกลางน้ำที่ เป็นเอกลักษณ์ของการจัด สวนแบบจีน บริเวณนี้ยังไว้ จัดกิจกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย
ลานขนาดกว้างที่เปิดโล่งในรูปแบบของฮาร์ดสเคปในเมืองใหญ่ๆ ของประเทศในแถบร้อนควรจะถูกห้ามหรือกั้นไม่ให้เข้าไปในช่วงกลางวันเพื่อสวัสดิภาพ (ทางจิต) และเหตุผลทางด้านความปลอดภัย แต่ลานกว้างแบบนี้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับกรณีของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญที่มักจะต้องมีขบวนผู้ติดตามเท่านั้น แต่เพื่อเป็นพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการใช้พื้นที่กลางแจ้ง สถาปนิกกล่าวถึงการออกแบบลานกว้างนี้ว่าถึงแม้จะดูง่ายๆ ไม่มีอะไรแต่เอาเข้าจริงมีเรื่องเทคนิคที่ซับซ้อนหลายอย่าง ตั้งแต่การระบายน้ำออกจากสนามที่แบ่งออกเป็นริ้วๆ สลับกับพื้นซีเมนต์ ไปจนถึงหาจุดที่ตั้งเสาธงให้เหมาะสมสำหรับอาคารที่มีความที่มีสำคัญในฐานะตัวแทนทางด้านสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของประเทศ สถาปนิกจึงต้องให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดในการจัดวางทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและถูกต้องตามลำดับความสำคัญอีกด้วย
งานแลนด์สเคปที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนจีน
นอกจากนี้แล้ว ศูนย์วัฒนธรรมจีนยังทำให้เราตื่นตาตื่นใจไปกับความอลังการของฟอร์ม ถ้ามองรูปด้านของอาคารรูปทรงหลังคานั้นเป็นหกเหลี่ยม เหมือนกับเอาพีระมิดขั้นบันไดมาวางบนพีระมิดอีกอันที่กลับด้านเส้นสายที่แข็งแกร่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความสง่างามที่เรียบง่ายแต่ทรงภูมิ แต่มันก็เหมือนดาบสองคม ซึ่งมีข้อดีแต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดข้อบกพร่องได้มากมาย เนื่องจากต้องมีการลงรายละเอียดเป็นอย่างมาก โดยที่งบประมาณและเวลาการทำงานของโปรเจ็คต์นี้ไม่สามารถตอบสนองได้ การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘โดก็อง’ (dougong) รูปแบบของเทคนิคการต่อไม้แบบโบราณของจีนโดยให้ไม้ล็อคกันตรงรอยต่อซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องอาศัยกาวหรือตัวเชื่อมใดๆ ในการเชื่อมต่อและยังสามารถทำให้โครงสร้างยื่นออกมาได้เยอะอีกด้วย แรงบันดาลใจเดียวกันนี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างผิดที่ผิดสเกลในการสร้างพาวิลเลี่ยนขนาดใหญ่ของจีนในงานเอ็กซ์โป 2010 ในขณะที่ Kengo Kuma & Associates ได้นำเทคนิคนี้มาใช้ในการสร้างพิพิธภัณฑ์สะพานไม้ Yusuhara ที่มีความงดงามอย่างเหลือเชื่อ Plan Architect ได้ทำผลงานชิ้นนี้ออกมาอยู่ตรงกลางระหว่างความสุดขั้วของทั้งสองสิ่งก่อสร้างดังกล่าว
ห้อง auditorium ที่มีคาแร็คเตอร์ของจีนผสมผสานกับช่องแสงที่เกิดจากฟอร์มของหลังคาทำให้สเปซนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก
ส่วนที่น่าประทับใจมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยก็คือหอประชุม นิติศักดิ์เล่าให้เราฟังว่า “ห้องประชุมจะต้องสามารถใช้สำหรับการแสดงได้หลายประเภท อย่างเช่นแสดงงิ้ว จะสังเกตได้ว่าเวทีนี่ใหญ่กว่าปกติ แบ็คดร็อปข้างหลังนิดเดียว เราได้สมาคมงิ้วชุดใหญ่จากปักกิ่งมาร่วมประชุมและให้คำปรึกษาด้วย” ระบบเสียงนำมาจากประเทศจีนรวมทั้งเก้าอี้ที่สั่งทำเป็นพิเศษแบบเดียวกับที่พบเห็นได้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของจีน อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของนักออกแบบก็คือระบบปรับอากาศ นิติศักดิ์อธิบายว่า ในหอประชุมทั่วไปเครื่องปรับ-อากาศจะพ่นไอเย็นลงบนศีรษะของผู้ชม ซึ่งไม่ดีนัก โดยเฉพาะการแสดงนั้นเป็นการแสดงงิ้วซึ่งนักแสดงจะต้องใส่เสื้อผ้าที่มีการประดับประดามากมายทั้งหนาและหนักจึงจำเป็นที่จะต้องปรับอากาศให้เย็นมาก ทำให้อากาศในส่วนของผู้ชมก็พลอยหนาวไปด้วย ดังนั้นในส่วนเวทีของหอประชุมนี้จึงมีระบบปรับอากาศที่แยกส่วนออกไป ในขณะที่ส่วนของผู้ชมก็ติดตั้งระบบที่ให้ความเย็นขึ้นมาจากใต้ที่นั่ง และยังติดตั้งผ้าม่านที่เอียงไปตามกำแพงซึ่งสามารถเปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาหรือจะปิดให้มืดได้ตามต้องการ ในขณะที่เพดานที่เป็นแผงระแนงช่วยพรางแสง สถาปนิกกล่าวว่า รูปแบบของกำแพงด้านนอกที่เป็นสเต็ปช่วยทำให้ระบบเสียงมีคุณภาพดีขึ้น เพราะมีหลืบมุมจำนวนมากที่จะช่วยการกระจายและการสะท้อนของเสียง
บรรยากาศภายในล็อบบี้ที่เป็นกล่องกระจกเชื่อมต่ออาคารหลักทั้ง 2 หลัง
การเลือกใช้คานเหล็ก wide-flange มาแทนการใช้ไม้อย่างที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับรูปทรงแบบนี้ ซึ่งถือเป็นการพลิกความคิดหนึ่งในหลักการสำคัญข้อหนึ่งของ Modernism ในเรื่องสัจจะของวัสดุ และอาจถูกมองว่าไม่เหมาะสม นิติศักดิ์บอกว่า “จริงๆ แล้ว ในแง่ภาษาสถาปัตยกรรมสมัยโบราณ ก็มีภาษาหนึ่ง เนื่องจากเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในสมัยนั้น สถาปัตยกรรมสมัยปัจจุบันก็มีภาษาตามสิ่งแวดล้อม วัสดุ และเทคโนโลยีในสมัยปัจจุบัน ในงานนี้เราเอาเทคโนโลยีและวัสดุสมัยใหม่มาใช้ แต่ให้ได้คาแร็คเตอร์ของสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของสถาปัตยกรรมจีนนะครับ” ในโครงการนี้มีการใช้ไม้จริงในการหุ้มคานรูปตัวไอเฉพาะในบริเวณพื้นที่โถงด้านหน้าเท่านั้น โดยนำมาสร้างเป็นส่วนที่ยื่นออกมาเพื่อสร้างคาโนปีและใช้กระจกปิดทับอีกทีเพื่อป้องกันไม้จากสภาวะอากาศ เป็นการทับซ้อนของวัสดุที่ดูจะเยอะเกินจำเป็น แต่บางทีอาจจะถูกของสถาปนิกก็ได้ การมีความเป็น 'Potemkin' หน่อยๆ นี่แหละที่อาจจะบ่งบอกได้ถึงความเป็นจีนในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี
ห้องรับรองแขก VIP ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบจีนโบราณ
ศูนย์วัฒนธรรมจีนเป็นความร่วมมือที่จะแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมของไทยและจีน นิติศักดิ์กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนที่จะแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมกัน ทางจีนก็อยากที่จะแสดงความเป็นประเทศใหญ่ แล้วมีความแข็งแกร่งในคาแร็คเตอร์ด้านศิลปะและวัฒนธรรม พอเราพูดถึงศิลปวัฒนธรรมจีนปุ๊บ เราก็จะนึกถึงงิ้ว ภาพวาดจีน มีอักษรหรืออักขระที่เป็นภาษาจีนโบราณและจีนใหม่รวมถึงการแสดงออกการที่จะเริ่มเป็นพี่ใหญ่” การแสดงถึงพลังอำนาจคงไม่อาจทำให้เรารู้สึกร่วมไปด้วยได้ ส่วนในแง่ของสถาปนิกนั้นสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ และดูเหมือนผลงานจะเป็นที่พอใจของลูกค้าอย่างยิ่ง ดีไซน์ของศูนย์วัฒนธรรมจีนในไทยแห่งนี้ถูกยกให้เป็นต้นแบบสำหรับที่ต่อๆ ไปในประเทศอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายสิ่งที่ถูกมองข้ามไป เช่น ห้องสมุดที่ไม่ได้รับความสนใจอย่างเต็มที่ ทำให้มีรายละเอียดประหลาดๆ เช่น ประตูทางเข้าออกทางบันไดเป็นประตูหนีไฟ เพราะลูกค้าไม่เห็นความสำคัญ ไม่ได้เป็นบริเวณที่เอาไว้โชว์ และยังไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาใช้กันมากมาย
อยู่แล้ว
ร่องบนเพดานของห้องนิทรรศการทำให้สามารถจัดแบ่งการจัดแสดงได้หลากหลายรูปแบบด้วยการเลื่อนฉากกั้น
ข้างในโครงสร้างเหล็ก ตัวอาคารนั้นเป็นกล่องกระจกกระจกเป็นวัสดุอีกอย่างที่นำเข้ามาจากจีน นิติศักดิ์บอกกับเราว่า “ปกติเราจะไม่เห็นกระจก 2 ชั้นที่ติดกับสไปเดอร์ เนื่องจากระหว่างกระจกจะมีก๊าซเมืองไทยยังทำไม่ได้ และเพราะว่าที่นี่มันร้อนมาก เราเลยขอใช้กระจก 2 ชั้นถึงแม้ว่าราคาจะสูงก็ตาม” อีกมาตรการที่จะลดความร้อนซึ่งรวมไปถึงการใช้แผ่นคอมโพสิตสำหรับหลังคาและเหนือฝ้ามีระบบดูดความร้อนออก ถึงแม้จะใช้กระจก 2 ชั้น แต่สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และสถานที่เปิดรับแสงเต็มที่โดยไม่มีอะไรมาช่วยลดทอนความร้อนดูจะเป็นเรื่องที่อภัยให้ยากในยุคนี้ ถึงแม้สถาปนิกอาจจะเสนอแนะไม่ได้มากนักในกรณีนี้เนื่องจากมันเป็นความต้องการของลูกค้าที่ต้องการอาคารที่แสดงออกถึงการเปิดเผยและโปร่งใส แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่เกิดประสิทธิภาพนักเพราะเสาทั้งหลายที่ปกคลุมด้านหน้าของอาคาร ดูเหมือนวิวจะไม่ใช่สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะ
เป็นจากข้างในไปข้างนอกหรือข้างนอกเข้ามาข้างใน แต่ความสำคัญจะไปอยู่ที่โครงเหล็กรูปแบบโดก็องที่ไม่ว่าจะอยู่ด้านในหรือด้านนอกก็จะเป็นสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
อาคารศูนย์วัฒนธรรมจีนกับบริบทโดยรอบที่มีฉากหลังเป็นศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและตึกสูงแถบพระราม 9
ทีแรกเราอยากจะยกสมาคมฝรั่งเศสมาเป็นตัวอย่างเพราะอาคารของสมาคมฝรั่งเศสบนถนนสาธรให้ความรู้สึกแบบไม่เป็นทางการมีความเป็นกันเองเหมาะที่จะให้เกิดการแลกเปลี่ยนและปฏิสัมพันธ์กัน สถานที่ที่คุณจะรู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันก็มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นฝรั่งเศสอัดแน่นอยู่ โดยไม่รู้สึกว่าจำเป็น ที่จะต้องยัดเยียดสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิคเข้าไป ทำให้มีบุคลิกที่มีความเป็นมิตรและสะท้อนความเป็นท้องถิ่นเอาไว้ด้วย แต่สมาคมฝรั่งเศสก็
กลับไปสร้างสำนักงานใหม่ที่มีภาพลักษณ์ดูออฟฟิศมากๆที่แถวสวนลุมพินี ทำให้สูญเสียเสน่ห์ที่เคยมีไปซะเยอะ แล้วก็บังเอิญว่าภาพยนตร์ที่ฉายเป็นเรื่องสุดท้ายที่โรงหนังของอาคารเก่า คือหนังตลกเรื่อง Les Vacances de Monsieur Hulot (1953) โดย Jacques Tati ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับซึ่งเป็นคนที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ Modernism และความคิดเรื่องความงามของมันได้เป็นอย่างดี ความคิดเชิงวิพากษ์ของ Tati ถูกถ่ายทอดผ่าน Playtime ภาพยนตร์ที่เขาสร้างขึ้นในปี 1967 ที่พูดถึงยุคสมัยโมเดิร์นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานสถาปัตยกรรมและออกแบบในสมัยนั้น ในเชิงสถาปัตยกรรมแน่นอนว่าศูนย์วัฒนธรรมจีนในประเทศไทยที่ดูมีความเป็นทางการสูงนี้ ดีกว่าดีไซน์ยุค Modernism ที่ Tati เอามาล้อเลียนอยู่มาก แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือการมุ่งเน้นที่เรื่องของฟอร์มและความงามจนไปลดทอนความไม่เป็นทางการและรายละเอียดต่างๆ ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้สถาปัตยกรรมและชีวิตน่ารื่นรมย์ได้
(0)
art4d
RELATED TOPICS