คิด Creative Thailand's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

HONG KONG เมืองแห่งพ่อค้าคนกลางและวัฒนธรรมข้ามชาติที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว

HONG KONG เมืองแห่งพ่อค้าคนกลางและวัฒนธรรมข้ามชาติที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว
ฮ่องกง เคยได้รับฉายาว่า “หินไร้ค่า” เพราะเต็มไปด้วยภูเขาหินและไร้ซึ่งทรัพยากรสำคัญ แต่ทว่าการตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษและจิตวิญญาณพ่อค้าในสายเลือดของชาวจีนที่หลั่งไหลมาอาศัยอยู่นั้น ทำให้เกาะที่ไม่มีความพิเศษแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางที่กุมการค้าและบริการของทวีปเอเชียไว้ในมือพ่อค้าผู้โชกโชน นับตั้งแต่ปี 1842 เกาะที่แทบจะหาทรัพยากรธรรมชาติไม่เจอแม้กระทั่งนํ้าจืดนี้ ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษและเริ่มบทบาทพ่อค้าคนกลางให้กับจีนแผ่นดินใหญ่อย่างจริงจัง จนกระทั่งเข้าสู่ยุคสงครามเย็นในช่วงทศวรรษ 1950 ที่ทำให้การค้าระหว่างโลกเสรีและคอมมิวนิสต์หดหายไป แต่ก็เป็นโอกาสที่ทำให้นักธุรกิจชาวฮ่องกงได้ผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตเป็นครั้งแรก ฮ่องกงเริ่มบทบาทในการเป็นแหล่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรมได้ไม่ยากนัก เพราะผลจากสงครามกลางเมืองภายในจีนทำให้มีพ่อค้าและนักลงทุนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจอพยพไปต่างประเทศ และส่วนหนึ่งก็ย้ายฐานการผลิตมายังฮ่องกง ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยจากการอยู่ ภายใต้การปกครองของอังกฤษที่ได้วางโครงสร้างที่ดีในด้านต่างๆ ให้กับฮ่องกง

ดังนั้นเมื่อผนวกกับทุนและแรงงานที่ย้ายเข้ามาจึงเกิด เป็นนิคมอุตสาหกรรมผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานเป็นสำคัญ และทำให้ฮ่องกงโด่งดังในฐานะเสือตัวที่สี่ของเอเชีย เมื่อเศรษฐกิจเติบโตถึงระดับหนึ่ง ค่าแรงและค่าเช่าพื้นที่ก็ขยับสูงขึ้น นักธุรกิจฮ่องกงจึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศต่างๆ ที่มีค่าแรงตํ่ากว่าโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งแผ่นดินใหญ่ ณ บริเวณปากแม่นํ้าไข่มุก (Pearl River Delta) ส่วนอุตสาหกรรมที่หลงเหลือในฮ่องกงมักเป็นสินค้าที่มีมูลค่ามากพอที่จะสู้ค่าแรงได้
สภาพเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประชากรของ HONG KONG
บทบาทของพ่อค้าคนกลางในการส่งออกต่อ(Re-Export)จึงกลับมาสู่ชาวฮ่องกงอีกครั้ง พร้อมๆกับการเติบโตของภาคบริการที่ได้รับผลดี จากระบบการค้าเสรี อัตราภาษีรายได้บุคคลและนิติบุคคลที่ตํ่า(ไม่เกินร้อยละ 17.5)และรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมาอย่างยาวนานภายใต้การปกครองของอังกฤษก่อนที่ฮ่องกงจะถูกส่งคืนให้จีนในปี 1997

นอกจากนี้ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงยังถูกจัดเป็นอันดับหนึ่ง ในการบริหารสินค้าที่มีปริมาณการขนส่งมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี 2010 มียอดการขนส่ง 4.17 ล้านตัน ขณะที่ท่าเรือฮ่องกงแม้ว่าจะเพิ่งเสียอันดับหนึ่งในการขนส่งทางเรือให้กับนครเซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ แต่ก็ยังคงเป็นด่านการค้าสำคัญที่ต้องรับมือกับปริมาณสินค้าในปี 2012 ถึง 23.10 ล้านตู้คอนเทนเนอร์

ดินแดนนักเสี่ยงโชค : ฮ่องกงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการค้าและความทันสมัยที่เกิดจากกฎระเบียบที่สนับสนุนระบบทุนนิยมอย่างสุดขั้ว นักธุรกิจฮ่องกงจึงมีความกล้าในการริเริ่มธุรกิจและเน้นการสร้างเครือข่ายมากกว่าการพึ่งพารัฐและทำให้เกิดมหาเศรษฐีขึ้นหลายคนในทศวรรษ 1980 โดยหนึ่งในนั้นคือลี กา-ชิง(Li Ka-shing)เจ้าพ่อโทรคมนาคม ที่เติบโตจากการเป็นนักพัฒนาที่ดินที่กลายเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวมุมานะเป็นผู้ประกอบการ และทำให้ค่านิยมของการเก็งกำไรเป็นเรื่องปกติ ตลาดหุ้นและสนามแข่งม้าจึงเป็นทั้งสถานที่สำหรับการหย่อนใจและเป็นสนาม ฝึกฝนสำหรับนักเก็งกำไรรุ่นเยาว์ ซึ่งทำให้ฮ่องกงเป็นดินแดนที่มีทั้งพ่อค้าหัวใสและ นักเสี่ยงโชคหนาแน่นที่สุด
HONG KONG "เจ้าของห่านไข่ทองคำ"
เจ้าของห่านไข่ทองคำ :
แรงดึงดูดมหาศาลที่ฮ่องกงจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ปี 2003 คือข้อตกลงหุ้นส่วนการค้า Closer Economic Partnership Arrangement(CEPA) ระหว่างจีนและฮ่องกงที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในฮ่องกงจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุนต่างๆ

นอกจากนี้ฮ่องกงยังเป็นเหมือนสถานที่ทดสอบและสร้างความคุ้นเคยให้กับสินค้าต่างๆก่อนเข้าสู่ตลาดจีนอย่างเต็มตัว เนื่องจากนักท่องเที่ยว 48 ล้านคนที่เดินทางมาฮ่องกงในปี 2012 นั้น ร้อยละ 70 เป็นชาวจีน

ในทางกลับกันข้อตกลงดังกล่าวก็เอื้อให้กับนักลงทุนจีนที่ต้องการออกสู่ตลาดโลกให้สามารถใช้ฮ่องกงเป็นที่เปิดตัวและสร้างความเป็นสากลให้กับธุรกิจด้วยบริการด้านบัญชี กฎหมาย เทคโนโลยี การออกแบบ และการสร้างแบรนด์ที่มีอยู่อย่างมากมายในฮ่องกง

สายสัมพันธ์อันดี ภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย และพ่อค้ามากประสบการณ์ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ฮ่องกงเป็นเหมือนเจ้าของห่านที่ออกไข่เป็นทองคำ เพราะไม่เพียงนั่งรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่จะวิ่งผ่านประตูทางเชื่อมนี้ แต่ยังมองเห็นความหลากหลายและสามารถเลือกหยิบส่วนผสมจากจีนและโลกเข้ามาใช้เติมเต็มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของฮ่องกงไว้ไม่ให้จางหายไปตามกาลเวลา
การสนับสนุนด้านศิลปะและวัฒนธรรมของฮ่องกง
ทรงเสน่ห์ด้วยศิลปะ :
เขตวัฒนธรรมเกาลูนฝั่งตะวันตก (The West Kowloon Cultural District: WKCD) การเกิดขึ้นของโครงการสร้างอาคารและพัฒนาพื้นที่มูลค่า 21.6 พันล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 86,400 ล้านบาท)เพื่อการสนับสนุนด้านศิลปะและวัฒนธรรมรวมทั้งการส่งเสริมด้านการออกแบบเพื่อสนับสนุนนักออกแบบและอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ อันเป็นสาขาบริการที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันทางธุรกิจ คือโครงการที่ขยายความการให้ความสำคัญด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของฮ่องกง

ขณะเดียวกันโครงการนี้ยังเป็นการสร้างคุณภาพชีวิต ด้วยการคืนพื้นที่สาธารณะเปิดโล่งให้กับชาวฮ่องกง ได้รู้สึกผ่อนคลายกับพื้นที่กว้างขวางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแห่งนี้ ภายในโครงการประกอบด้วยพื้นที่แสดงงานศิลปะและวัฒนธรรม 15 แห่ง เพื่อสะท้อนบทบาท ของฮ่องกงจากอดีตจนถึงปัจจุบันในการเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาค ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2018
(0)
คิด Creative Thailand
RELATED TOPICS
337 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
487 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
484 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ