Damn Magazine's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

FOR THE GAME FOR THE WORLD มองโลกผ่านทีมฟุตบอลระดับโลก

FOR THE GAME FOR THE WORLD มองโลกผ่านทีมฟุตบอลระดับโลก
English Premier League
หนึ่งในมอตโต้อย่างเป็นทางการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่เราได้เห็นกันทั่วโลก คือ “For the Game, for the World’ ด้วยหวังว่ามอตโต้นี้จะทำให้ฟุตบอลกับโลกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...หารู้ไม่ว่าโลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่ฟีฟ่าคิด และฟุตบอลก็ถูกผูกกับประวัติศาสตร์ทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ดินแดนแคว้นประเทศ ความเชื่อและศาสนา จนฟุตบอลเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ใช้แสงดออกถึงความเชื่ออันกระหายเลือดที่กำลังจะกล่าวถึง
และเมื่อเรื่องเหล่านี้อยู่ท่ามกลางผู้ชมนับหมื่นแสนที่พร้อมมีอารมณ์ร่วมไปตามคนหมู่มาก รับรองว่าแม่งเละ แม่งน่ารังเกียจ แม่งเป็นเรื่องสกปรกโสมมทีเกิดขึ้นจริงในโลกฟุตบอที่ไม่ไดรับการพูดถึงหรือถ่ายทอดสด...เดี๋ยวรู้เลย
เริ่มต้นด้วยฟุตบอลที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างอิงลิส พรีเมียร์ ลีกกันก่อน ใครจะรู้ว่าเกาะรุ่มรวยเชื้อชาติ (และรุ่มรวยเชื้อชาติยิ่งกว่าในสนามฟุตบอล ด้วยอัตราส่วนนักฟุตบอลต่างชาติต่อนักฟุตบอลอังกฤษเท่ากับ 70 ต่อ 30 เปอร์เซ็นต์) แห่งนี้ ความเกลียดชังจะเริ่มที่เมืองหลวงในแม็ตซ์ ระหว่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด แน่นอน ทุกสนามบอลมีเสียงเชียร์ ยิ่งดังยิ่งดี ยิ่งเหี้ยยิ่งมัน ที่แปลกคือ Hate Speech ที่เลว ระยำที่สุดกลับเสียงดังที่สุด และดังจนกลบความเป็นมนุษย์ของทีมตรงกันข้าม
ที่เหี้ยไปกว่านั้น คือเราถือว่ามันเป็นเรื่องสนุกประจำสัปดาห์...
เท้าความกันตรงนี้ก่อนว่าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีฐานเฟนบอลชาวยิวจำนวนมากที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอน...เอาง่ายๆ ก็ย่านชาวยิวนั่นแหละครับ และแฟนบอลสเปอร์ก็ภูมิใจที่จะเรียกตนเองว่า “ยิด อาร์มี่” (Yid Army) ซึ่งแผลงมาจากคำว่า “Yiddo” และ “Yiddish” ที่มีรากศัพท์จากคำว่า “ยิว” (Jew) นั่นเอง (1) แถมยิด อาร์มีทั้งหลายก็พร้อมใจกันใช้สัญลักษณ์ดาวหก- เหลี่ยมของประเทศอิสราเอล อันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Star of David” (2) ควบคู่ไปกับสัตว์ มาสคอตประจำสโมสรบนธงเชียร์..นี่ไง พวกกูแม่งยิงเต็มขั้นเลยละ มึงจะทำไมกูล่ะ?
ก็ไม่ทำไมหรอก เพราะเจอฮูลิแกนระดับเลวเอาโล่ของเวสต์แฮม ใช้ประเด็นทางเชื้อชาติอันอ่อนไหวนี้นำมาสร้าง Chants (เพลงเชียร์, เพลงปลุกใจ) ที่ประทับใจชาวยิวแบบไม่รู้ลืม...คิดภาพ ตามนะครับ ฟุตบอลก็หวดกันตามปกติ สักพักฮูลิแกนฝั่งเวสต์แฮมก็ทำเสียงฉี่ๆ (ไม่ใช่ยืนเยี่ยวนะ ครับ ไม่ตลกนะ) พร้อมจุดพลุควันในสนามซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในอังกฤษแล้วก็ร้องกันดังสนั่นว่า “จับพวกแม่งไปรมแก๊ส จับไอ้พวกยิวไปรมแก๊สกันเถอะ” (3) ไม่พอ ในระหว่างสกอร์ขาดแล้ว (แม็ตซ์นั้นสเปอร์เอาชนะเวสต์ แฮม ไป 3-1) ฮูลิแกนองเวสต์แฮม ยังร้องเพลงล้อเลียนนักเตะและ แฟนบอลสเปอร์อยุ่เรื่อยๆ ว่า “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กำลังมาหาพวกมึง” (Adolf Hitler…He’s Coming for You) อย่างสนุกสนานจนเกมจบลง อ้อ ฮูลิแกน เวสต์แฮม ไม่ลืมที่จะลุกขึ้นปรบมือในนาทีที่ 88 อันเป็นคำแปลของตัวอักษร HH (ตัวอักษรที่ 8 ในภาษาอังกฤษ) หรือ “Heil Hitler!” อีกด้วย...จัดว่าเหี้ยสุดทาง จัดงานหยาบให้สมใจยิด อาร์มี่ที่แปลกคือ เล่นกันแรงซะขนาดนี้แต่ก็ไม่มีการตะลุมบอนกันตอนท้าย ถือว่าเกมจบ คนจบ ทว่าสิ่งที่เรามองข้ามไปคือ “เรื่องดูหมิ่นเชื้อชาติ” ที่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สุด และนี่ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในอังกฤษ แต่มันคือครั้งแรกๆ ที่ถูกจับภาพไว้ได้คาหนังคาเขามากกว่า และทางการอังกฤษก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าปรับเงินสโมสรเวสต์แฮม ในข้อหาไม่อาจควบคุมแฟนบอลได้...เจ๋งสัด (ประชดน่ะนะ)

Spanish La Liga
ข้ามมาที่ฝั่งสเปน ชนชาติที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทางฟุตบอดตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยผลงานเทพเทวดาระดับแชมป์ยุโรปสองสมัยติดควบแชมป์ฟุตบอลโลก แต่เรื่องตลกอย่างหนึ่งของนักเตะทีมชาติสเปนบางคนนั้น...ไม่ได้อยากเรียกตัวเองว่าชาวสเปนเลย คือกูดีใจที่ได้แชมป์ แต่ก็ไม่ได้ภูมิใจในความเป็นชาติเท่าไหร่
ปัญหาร้าวลึกของสเปนนอกจากเรื่องเหยียดผิวที่เกิดขึ้นทั่วไปคือเรื่องของเชื้อชาติครับ..ผมจะเล่าให้ฟังถึงทีมฟุตบอลทีมหนึ่งที่มีภาษาเป็นของตัวเอง ใช้นักเตะเชื้อชาติตัวเองและไม่เคยซื้อ นักเตะต่างสัญชาติ ถ้วยรางวัลเหรอ...ก็มีบ้าง ยิ่งยุค ‘80s นี่อย่างพีค แถมยังไม่เคยหล่นชั้นไปเล่นใน ดิวิชั่นต่ำกว่าระดับสูงสุดเลยแม้แต่ครั้งเดียว แทบจะเป็นทีมฟุตบอลทีมเดียวที่สวนกระแสฟุตบอล แดกด่วนในยุคนี้
ขอแนะนำทุกท่านให้รู้จักกับ “แอธเลติก บิลเบา” ครับ
แอธเลติก บิลเบา เป็นทีมประจำเมืองบิลเบาในแคว้นบาสก์ ที่เป็นแคว้นปกครองตนเองทาง ตอนเหนือของประเทศสเปน มีภาษาและระบบทางเศรษฐกิจที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาลสเปน ประกอบด้วย ตอนเหนือของประเทศสเปน มีภาษาและระบบทางเศรษฐกิจที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาลสเปน ประกอบด้วย พื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติและพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง Guggenheim Museum Bilbao แถม ยังมีขวบการแบ่งแยกดินแดน (ETA) เป็นของตัวเองอีก..เจ๋งไหมล่ะ? บางคนพูดว่าบิลเบานี่แหละหาเลี้ยงชาวสเปนเกือบทั้งประเทศภายใต้สภาพเศรษฐกิจดิ่งเหวในยุโรปแบบนี้ กระนั้นแล้วจะเป็นสแปนิชไปทำไม ในเมื่อกูดูแลตัวเองได้ดีว่าพวกมึงอีก แถมกูก็มีเชื้อชาติบาสก์เต็มขั้น ฉะนั้นทีมฟุตบอลของกูก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพวกมึงหรอก!
บางคนอาจสงสัยตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า อ้าว ต่างสัญชาติมึงก็ไม่ซื้อ ต่างชาติมึงก็ไม่เอา คัลท์ ขนาดปิดเมืองเล่นแบบนี้แล้วทีมมึงเอานักเตะมาจากไหนวะ? บิลเบารู้มาตั้งแต่ปี 1898 แล้วว่า ก็ปั้น เองเลยสิวะ” ขอเล่าต่อเลยว่าแคว้นบาสก์ประกอบด้วยเมืองใหญ่ๆ หกเมืองครับ (เมืองบิลเบาใหญ่ที่สุด แต่ไม่ใช่เมืองหลวงประจำแคว้น) และนักเตะเยาชนที่จะ “รับใช้” สโมสรแห่งนี้ก็ต้องเกิดในแคว้นนี้เท่านั้น กรณียกเว้นมีเพียงแค่เป็นลูกครึ่งที่มีพ่อแม่เป็นชาวบาสก์หรือเกิดในฝรั่งเศสทางตอน ใต้แถบเทือกเขาพีเรนีส (ซึ่งพูดภาษาบาสก์เป็นภาษาถิ่น) นักเตะเยาวชนของบิลเบาจะผ่านระบบ อะคาเดมี่ฟุตบอลตั้งแต่เยาวชนขึ้นมาถึงทีมชุดใหญ่...และไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลผู้ชาย แคว้นบาสก์ ยังมีทีมฟุตบอลผู้หญิง แถมยังมี “ทีมชาติบาสก์” เป็นของตัวเองในนาม ‘Euskadi XI’ หรือ ‘Basque Country Regional Football Team’ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1915 และยังคงเรียกนักเตะแคว้นบาสก์ มาแข่งขัน (ในนามทีมชาติของตนเอง) ปีละสองแม็ตซ์จวบจนปัจจุบัน!
กลับกัน นักฟุตบอลจากแคว้นบาสก์มีส่วนสำคัญในทีมชาติสเปน และฟุตบอลสเปนมาตลอด ตั้งแต่ก่อตั้งฟุตบอลลีก...เอาง่ายๆ นะครับ ฟุตบอลลา ลีกาของสเปนมอบรางวัลรองเท้าทองคำ (รางวัลสำหรับผู้ยิงประตูได้มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาล) โดยตั้งชื่อรางวัลนี้ว่า “ปิซิซี่” ซึ่งเป็นชื่อของกองหน้าแอธเลติก บิลเบา นามว่าราฟาเอล โมเรโน่ อรันซาดี้ ในยุคปีค.ศ. 1910-1920 เรียกว่า แรงมาตั้งแต่รุ่นแรก ส่วนกำลังหลักในปัจจุบันก็มีนักเตะชื่อดังรับใช้ทีมชาติสเปนอยู่พอสมควร เรื่องรับใช้ชาติมันก็สำคัญเพราะมันน่าภูมิใจ แต่ที่กำลังจะเล่าส่งท้ายคือเรื่องนักฟุตบอลจากแคว้นนี้ที่ทำการ “อารยะขัดขืน” ด้วยการไม่แสดงออกถึง “ความเป็นชนชาติสเปน” ต่างหาก เริ่มจากการไม่ร้องเพลงชาติสเปน (ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก นักฟุตบอลสัญชาติสเปนส่วนใหญ่ก็ไม่ร้องเพลงชาติ...ไม่ใช่ว่าไม่รักชาตินะครับ แต่เพลงชาติสเปนที่ร้องกันปาวๆ ในทุกวันนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ การล่าอาณานิคมในอดีต ซึ่งเอาเข้าจริงมันไม่น่านำมาร้องหรอก โหดซะขนาดนั้น) อันนี้พอทำความ เข้าใจได้จากเหตุผลในวงเล็บ ทว่านักเตะจากแคว้นบาสก์บางคนล้ำลึกกว่านั้นโดยการพับถุงเท้า! สังเกตนะครับ โดยปกติแล้วขอบของถุงเท้าจะเป็นสีประจำชาตินั้นๆ (ในกรณีคือทีมชาติสเปน ซึ่ง เป็นสีน้ำเงิน-แดงเลือดหมู-เหลือง) นักเตะบางคนเลือกที่จะซุกซ่อนความเป็นสเปนไปตามปกติ จะให้ผมพูดชื่อเลยก็ได้ นักฟุตบอลคนนั้นมีชื่อว่า ซาบี อลอนโซ่ อดีตมิดฟิลด์ห้องเครื่อง ของลิเวอร์ฟูลนั่นเองครับ ลองหารูปจากในอินเตอร์เน็ตดู ฮ่าๆๆๆๆ
พูดแต่เรื่องบอลนอกเดี๋ยวจะเอียน หันมาใส่ใจบอลไทยที่ไปไม่ถึงไหนเสียทีดีกว่า...ผมเชื่อนะว่าระบบฟุตบอลนักเรียน และฟุตบอลเยาวชนทีมชาติของไทยเราไม่เป็นรองหน้าไหนในเอเซีย แต่พอเป็นทีมชาติไทยชุดใหญ่ปุ๊บ...ทำไมมันเหี้ยจนน่าละเหี่ยใจ ทั้งๆ ที่เรามีบทเรียนทุกขั้นตอนจากการไปเวิร์กช็อปดูงานยังต่างประเทศ ทำโร้ดแม็พไม่รู้ถึงไหนต่อไหน ทำกระทั่งส่งนักฟุตบอลไปฝึกในประเทศที่เขาว่าดี (จนเก่งมากๆ แล้วกลับมาเป็นพิธีกรทีวี...เอ๊ะ ยังไง?) แถมทีวีที่นี่ก็ถ่ายทอดสด ฟุตบอลมากแม็ตซ์กว่าที่ไหนๆ ในโลก...
เฮ้ย นี่ของเราเยอะมากเลยนะ ต้องถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่เราต้องตั้งคำถามว่าเกิดจากอะไรหรือเพราะใคร หรือระบบตรงไหนมันบกพร่องต้องแก้ไข และที่สำคัญเราตั้งความหวังกับการไปฟุตบอลโลกจนมองข้ามสิ่งใดไปหรือเปล่า?
ผมถามจริงๆ ได้ไปบอลแล้วไงวะ?
เราคิดกับตื้นๆ แค่นี้เองเหรอ?
เลิกฝัน แล้วมาแก้ไขความจริงในปัจจุบันให้มันถูกต้องเถอะครับ!
(0)
Damn Magazine
RELATED TOPICS
104 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
629 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ