คิด Creative Thailand's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

Boombox เสียงดนตรีจากอดีตที่กลับมาอีกครั้ง

Boombox เสียงดนตรีจากอดีตที่กลับมาอีกครั้ง
แม้จะได้รับการคิดค้นขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมสตรีทตามหัวมุมถนนของเมืองใหญ่ในดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างนิวยอร์กและลอสแองเจลิสได้สร้างภาพจำของบูมบ็อกซ์ (Boombox) ให้ติดตา ตั้งแต่กลางทศวรรษ 1970-1980 บูมบ็อกซ์ได้ทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการแสดงออกซึ่งตัวตนให้กับวัยรุ่นชายขอบ หนุ่มสาวชาวละตินหรือชาวแอฟริกัน-อเมริกันผู้นิยมการเตร็ดเตร่ เลือกที่จะเต้นเบรกแดนซ์บนบาทวิถี ตามเสียงดนตรีแร็ปดังสนั่นที่เล่นจากบูมบ็อกซ์ ซึ่งพวกเขาแบกขึ้นบ่าไปด้วยทุกหนแห่งเรียกร้องให้ผู้คนหยุดมอง ฟัง และรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา

บริษัทฟิลิปส์ของเนเธอร์แลนด์คือผู้คิดค้นเครื่องเล่นวิทยุและเทปคาสเซ็ตต์แบบพกพา ซึ่งใช้แหล่งพลังงานได้ทั้งแบตเตอรี่และปลั๊กไฟออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี 1969 แต่แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น เช่น เนชั่นแนล พานาโซนิค และซันโย กลับครองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ด้วยการขยันพัฒนาทั้งรูปลักษณ์และลูกเล่น

บูมบ็อกซ์ทำจากวัสดุพลาสติกหรือโลหะ โดยมีส่วนประกอบหลัก ๆ คือ ลำโพง (สองตัวขึ้นไป) เครื่องขยายเสียง ปุ่มปรับคลื่นความถี่วิทยุ ส่วนเครื่องเล่นและอัดเทปคาสเซ็ตต์ รวมถึง “หูหิ้ว” ชิ้นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้

ช่วงทศวรรษ 1970 บูมบ็อกซ์รู้จักกันในชื่อ “Ghetto blaster” (ระเบิดเสียงจากสลัม) ส่วนสำคัญที่ทำให้ดนตรีแร็ปสามารถออกจากคลับมาอาละวาดบนท้องถนนอย่างที่เห็นได้ในภาพยนตร์ Do the right thing (1989) กำกับโดย สไปร์ก ลี (Spike Lee)

“ทศวรรษ 1980 คือยุคทองของบูมบ็อกซ์” สมาคมผู้บริโภคสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ รายงานว่าในปี 1986 มีการนำเข้าบูมบ็อกซ์มายังสหรัฐฯ มากถึง 20.4 ล้านเครื่อง

บูมบ็อกซ์ค่อย ๆ หายไปจากท้องถนนในทศวรรษ 1990 เมื่อวอล์กแมน (Walkman) ที่เล็กกว่า เบากว่า เข้าตีตลาด และหมู่วัยรุ่นยุคต่อมาเริ่มมองว่าการแบกบูมบ็อกซ์ไปไหนมาไหนไม่ “คูล” อีกต่อไป

ปัจจุบันบูมบ็อกซ์กลับมาฮิตอีกครั้งเมื่อกระแสโหยหาอดีตมาแรง บวกกับเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ทันสมัยซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับยูเอสบีหรือไอพ็อดได้ตามใจชอบในระบบเสียงสุดกังวาน
(0)
คิด Creative Thailand
RELATED TOPICS
106 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ