Weekend's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

Bhutan... ความงดงามของชีวิตและวัฒนธรรม ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ที่ใครๆ ต่างก็หลงรัก

Bhutan... ความงดงามของชีวิตและวัฒนธรรม ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ที่ใครๆ ต่างก็หลงรัก
Falling in Love... Bhutan

เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเสมอเมื่อเริ่มจะเดินทาง การตัดสินใจอะไรแบบเร่งด่วนนับเป็นงานหลักของแก๊งนี้ ดังนั้นเวลาไปเที่ยวแต่ละทีพวกเรามักไม่ค่อยวางแผนให้มันดูวุ่นวาย เรียกว่าพอไปถึงแล้วค่อยกางแผนที่ จากนั้นจึงออกเดินตามอำเภอใจ แต่ครั้งนี้คงไม่ได้ เนื่องจากที่นี่เขามีกฎเกณฑ์มากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอวีซ่า การดูจำนวนวันเดินทาง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายนั้นก็สูงมากจนต้องแคะกระปุกออกเที่ยวกันเลย...
ข้อควรรู้ เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่ ภูฏาน
เมื่อรวมเงินได้ครบก็ถึงเวลาจองทัวร์ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เห็นเราเที่ยวแบกเป้กันมาเยอะก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะไม่เที่ยวทัวร์ แต่ที่นี่มันต่างออกไปตรงที่การขอวีซ่าเข้าประเทศมีอยู่ 2 วิธีเท่านั้น วิธีแรกคือ ให้คนในประเทศเขียนจดหมายเพื่อเรียนเชิญคุณเข้าประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถหาได้แน่ๆ ส่วนอีกวิธีคือการเหมากรุ๊ปเที่ยวเป็นทัวร์ จะมากันกี่คนก็ได้ แต่ห้ามมาคนเดียวเด็ดขาด เพราะเขาไม่ยอมจริงๆ นะเออ เริ่มงงกันแล้วซิท่าว่าทำไมจะเที่ยวแต่ละทีมันยากมันเย็นขนาดนี้ เพราะที่นี่คือ ภูฏาน ประเทศที่มากมายไปด้วยวัฒนธรรม ธรรมชาติยังคงสวยงาม อีกทั้งยังคงเน้นหลักของศีลธรรมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นจึงควรค่าเหลือเกินกับการไปเยือน ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายเงินมากเกือบจะเท่ายุโรป แต่นับว่าคุ้มสุด...
อิทธิพลจากเทือกเขาหิมาลัย ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เปิดแก๊งเที่ยวครั้งนี้มี 5 ชีวิต กว่าจะรวบรวมเงินกันได้ครบเล่นเอาหูตูบไปตามกัน และเมื่อจองทัวร์เรียบร้อยก็เป็นขั้นตอนการรอวีซ่าเข้าประเทศผ่านไป 12 วัน ผลสรุป “ผ่าน” อยากจะบอกว่ามันลุ้นยิ่งกว่าตอนสอบเอ็นทรานซ์ซะอีก ที่เหลือก็แค่จัดกระเป๋ารอเวลา หน้ากับผมไม่ต้องพร้อมมาก ขอแค่มีเสื้ออุ่นๆ ไว้ติดตัวเป็นพอ อากาศที่ภูฏานเย็นเอาเรื่อง ด้วยอิทธิพลจากเทือกเขาหิมาลัย ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (แล้วทำไมฉันต้องไปโทษหิมาลัยด้วยฟ่ะ!!!) ดังนั้นถุงมือกับหมวกต้องมีเผื่อไว้ด้วย เครื่องออกตอนเช้าตรู่ ถึงสนามบินพาโรตอนสายๆ ของวัน ปรับเวลาให้เรียบร้อยแล้วเข้าสู่ประเทศที่เขาว่าสวยที่สุดในโลกกันได้เลย...
ข้อมูลเบื้องต้นของภูฏาน หนึ่งในประเทศที่มีความสุขล้นเหนือใคร
ขอเล่าประวัติสักกะติ๊ด ภูฏานเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีขนาดเล็กมีภูเขาเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศอินเดียกับจีน ใช้ภาษาท้องถิ่นที่เรียกว่า ดรุก ยุล ภูฏาน (Bhutan) มาจากคำสมาสในภาษาสันสกฤต ภู-อุฏฺฏาน อันมีความหมายว่า "แผ่นดินบนที่สูง" ประเทศนี้เขาไม่สนใจ GDP ค่ะ (GDP - Gross Domestic Product ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) แต่จะสนใจ GDH แทน (GDH - Gross Domestic Happiness ความสุขรวมภายในประเทศ) จึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความสุขล้นเหนือใคร และเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษกันถ้วนหน้า ไม่ต้องกลัวว่าจะสื่อสารกันยากลำบาก อัตราการการแลกเงิน 100 บาท เท่ากับ 197 งุลตรัม เรียกสั้นๆ ว่า “นู” คราวนี้พวกเราเลยกลายเป็นเศรษฐีขึ้นทันทีหลังจากที่แลกเงิน เรียกว่าพกเงินกันเหยียบแสนเลยล่ะ (คนมันรวยช่วยไม่ได้ ฮ่าๆๆ) มาๆ เริ่มเที่ยวกันดีกว่า ครั้งนี้พวกเราไปกันสามเมือง คือ พาโร, ทิมพู และพูนาคา เป็นมณฑลที่ตั้งอยู่ติดกันค่ะ...
Rinpung Dzong สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีชื่อดัง Little Buddha
มณฑลพาโร (Paro) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โอบล้อมด้วยหุบเขาและแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำตอสา แม่น้ำวัง และแม่น้ำพูนาซองตั้งอยู่ทางตะวันตกของภูฏาน ห่างจากเมืองหลวงทิมพู ประมาณ 53 กิโลเมตร ถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุด และสวยที่สุดในภูฏาน ที่นี่มีจุดชมวิวเด่นๆ อยู่หลายแห่งเริ่มจาก รินปุง ซอง (Rinpung Dzong) หรือที่เรียกว่า พาโรซอง แปลว่า ป้อมปราการแห่งอัญมณี ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1644 หลังจากนั้น พาโรซอง ถูกยกให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร และเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีชื่อดัง Little Buddha กรี๊ดเลยค่ะ ที่นี่สวยจริงๆ ตอนแรกนึกว่าจะสวยแต่เฉพาะในหนังซะอีก โดยเฉพาะวันที่ไป อากาศเย็นกำลังดี แถมฟ้ายังเปิดมีแดดอุ่นๆ ให้ด้วย งานนี้เมมโมรี่การ์ดแทบหมดเพราะการกระหน่ำกดรัวจนชาวเมืองแอบมองหน้า ต่อจากนั้นเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติภูฏาน (National Museum of Bhutan) ลักษณะอาคารคล้ายๆ กับ รินปุง ซอง ค่ะ เพียงแต่มีรูปแบบทรงกลม ด้านนอกสีขาวตัดกับต้นไม้สีเขียว เมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นป้อมปราการ แต่ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นที่เก็บรวบรวมดวงตราไปรษณีย์ เหรียญกษาปณ์ เครื่องแต่งกาย อาวุธและเครื่องมือต่างๆ รวมถึงสัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย...
ศาสนาพุทธนิกายมหายาน... ศูนย์รวมจิตใจของประชาชน
มาภูฏานทั้งทีไม่เที่ยววัดคงกะไรอยู่ ประชาชนที่นี่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ดังนั้นที่นี่จึงมีวัดหลายแห่งให้เลือกเที่ยวชม วัดคยิจุ เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภูฏาน สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 659 โดยกษัตริย์แห่งทิเบต อยากจะบอกว่าเป็นวัดที่เก่ามากค่ะ แต่เขาก็คงสภาพไว้ได้อย่างดีทีเดียว มีบางจุดแตกหักไปบ้างแต่ก็ได้รับการซ่อมแซม และใช้ประกอบกิจได้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนอีกวัดหนึ่งที่อยากแนะนำคือไฮไลท์ของเมืองนี้เลย วัดทักซัง หรือเรียกกันว่าวัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงจากพื้นดินประมาณ 900 เมตร และมีความสวยงามมาก ในอดีตวัดแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้จนเสียหายหลายครั้ง แต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่จนกลายเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ และได้รับความศรัทธามากที่สุดจากนักแสวงบุญแดนหิมาลัย การที่จะขึ้นไปยังวัดแห่งนี้ต้องใช้บริการม้า ลา หรือล่อ ค่ะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร โดยทางเดินจะเป็นบันไดไปตลอด เรียกว่ากว่าจะขึ้นไปถึงได้เล่นเอาขาสั่นไปตามๆ กัน ส่วนขาลงหนักกว่าค่ะ เพราะเขาให้เดินเท้าอย่างเดียวเท่านั้น เรียกว่ากลับถึงที่พักปุ๊บหลับกันเป็นตาย เหนื่อยยิ่งกว่าเดินขึ้นภูกระดึงซะอีก...
มณฑลทิมพู (Thimpu) เมืองหลวงของภูฏาน
เดินหน้าเข้าสู่เมืองหลวงของภูฏานกันบ้าง มณฑลทิมพู (Thimpu) เมืองหลวงแห่งนี้ถูกพัฒนาไปมากกว่าแต่ก่อนมาก (เขาเล่าให้ฟัง) มีอาคารหลายชั้นผุดขึ้นแทรกอยู่ท่ามกลางบ้านทรงดั้งเดิม เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญมากมาย อาทิ สนามกีฬาแห่งชาติกลางเมือง มีทั้งคริกเก็ต ฟุตบอล ยิงธนู สคอวช เทนนิส โดยสนามกีฬาถูกดัดแปลงมาจากสนามรบเดิมที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนกีฬาที่คนภูฏานนิยมเล่นกันคืออะไรรู้มั้ยค่ะ ฉันว่าเดาให้ตายก็ตอบกันไม่ถูก ดังนั้นขอเฉลยเลยว่า “กีฬายิงธนู” อ่ะ... ตาแตกกันไป จะงงขึ้นอีกเมื่อเวลาที่คุณเดินทางไปตามที่ต่างๆ จะเห็นชาวภูฏานรวมตัวกันมาฝึกซ้อมอยู่ตามข้างทาง นอกจากสนามกีฬาแล้วยังมีโรงแรมชั้นนำ และห้างสรรพสินค้ารวมอยู่ในเมืองแห่งนี้ด้วยค่ะ สิ่งที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ ถนนที่นี่ค่อนข้างโล่ง จากการลองถามแล้วทราบว่าในทุกๆ วันอังคาร เขาจะห้ามรถยนต์ส่วนตัววิ่ง ใช้ได้แต่รถสาธารณะเท่านั้น ถนนจึงโล่งสบายเหมาะแก่การเดินไปถ่ายรูป (ฮ่าๆๆ) และที่เจ๋งอีกอย่างคือในเมืองนี้ปราศจากซึ่งสัญญาณไฟเขียวไฟแดงค่ะ เขาใช้จราจรเป็นผู้โบกเท่านั้น ภายในเมืองจึงดูโล่งสบายตา...
แวะชมที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดี และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งภูฏาน "ทิมพูซอง"
ทิมพู เป็นที่ประทับของของสมเด็จพระราชาธิบดี และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งภูฏาน เราสามารถมองเห็นพระราชวังของพระราชาธิบดีได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะว่าไปแล้วหากไกด์ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าเป็นพระราชวัง เพราะด้วยมองดูเหมือนอาคารทั่วไป ไม่ได้มีความหรูหรา ยิ่งใหญ่ หรือแปลกไปจากอาคารอื่นในภูฏานเลย พระราชวังตั้งอยู่ใกล้กับ ทิมพู ซอง แรกเริ่มเดิมทีเป็นซองเล็กๆ ชื่อ โดงอนซอง (Do-Ngon Dzong) สร้างในปี พ.ศ. 1759 แต่หลังจากที่ ซับดรุง งาวังนัมเกล ได้รวบรวมภูฏานเป็นหนึ่งเดียวแล้ว พระองค์ได้สั่งให้รื้อถอนโดงอนซอง แล้วสร้างทิมพู ซอง ขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิมในปี พ.ศ. 2157 โดยได้แบ่งเป็นส่วนราชการและส่วนของสงฆ์ รวมถึงใช้เป็นที่ประทับของท่านในช่วงฤดูร้อน ต่อมาในสมัยพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก ได้ทรงโปรดให้สร้างทิมพูซองเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการปกครอง และการบริหารประเทศ โดยได้เพิ่มเติม ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ห้องทรงงานกษัตริย์และส่วนอื่นเพิ่มเข้ามา แต่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าชมเฉพาะส่วน Main Hall ที่ภายในประดิษฐาน พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ รูปเคารพองค์อื่นๆ และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับศาสนาอันน่ามองเท่านั้นค่ะ...
ศึกษาประวัติศาสตร์ของภูฏานที่เมืองหลวงเก่า มณฑลพูนาคา
เมืองหลวงเก่าที่เก็บประวัติศาสตร์สำคัญของภูฏาน มณฑลพูนาคา (Punakha) ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มในหุบเขา ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นกว่าเมืองทิมพู เป็นเมืองหลวงเก่าอายุกว่า 300 ปี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญมีมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็น พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการขนาดใหญ่ ด้านหน้าเป็นจุดที่แม่น้ำโพและแม่น้ำโมไหลมาบรรจบกันพอดี ภายในประกอบด้วยพระตำหนัก ศาลาว่าการของเมือง มีโบสถ์และวิหารประดิษฐานอยู่ถึง 21 แห่ง และมีภิกษุสามเณรจำพรรษามากกกว่า 6,000 รูป และปัจจุบันพูนาคาซองกลายเป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาว เพราะมีอากาศอบอุ่นกว่าเมืองอื่น จุดชมวิวสูงสุดของเส้นทางทิมพู-พูนาคา ดอร์ชูลา ชื่อว่า ดอร์ชูลา (Dorchula) จุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในระยะประชิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน- กุมภาพันธ์ จะสามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน บริเวณดอร์ชูลาเต็มไปด้วยธงหลากหลายสีสันที่ปลิวไสวสวยงาม ซึ่งเป็นธงที่ชาวภูฏานได้นำมาปักไว้เพื่อบูชาเจ้าป่าเจ้าเขาแห่งดอร์ชูลา ดูแล้วคล้ายกับหนังเรื่องซัมบาลาที่อนันดาเล่นเลยค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ่ายที่นี่หรือเปล่า เพราะไม่ได้หาข้อมูลมาด้วย...
บรรยากาศเงียบสงบ และความสวยงามของธรรมชาติ ที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม
การได้มาเยือนเมืองเงียบๆ ในวันที่อากาศเริ่มแจ่มใสดีไม่น้อย มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปอีกหลายแห่งในภูฏาน แต่คงต้องขอดรอปไว้ก่อน รอเก็บเงินอีกสักก้อน แล้วค่อยมาอีกรอบน่าจะดีกว่า เรียกว่าเป็นความประทับใจที่ปะปนไปกับความลุ่มหลง พรรคพวกชาวแก๊งที่ไปด้วยกันต่างหลงรักกันเป็นทิวแถว ขนาดเอารูปกลับมาอวดเพื่อนที่ไม่ได้ไปด้วยยังหลงเลย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ตกหลุมรักได้ยังไง...
(0)
Weekend
RELATED TOPICS
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
3 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
3 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
12 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
12 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
14 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
16 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
12 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
12 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
18 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ