LIPS's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

Behind The Candelabra เปิดเผยเบื้องหลังหนังเกย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในอเมริกา

Behind The Candelabra เปิดเผยเบื้องหลังหนังเกย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในอเมริกา
"ม่นับรวมการเปิดตัวที่เมืองคานส์ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างท่วมท้น ปรากฎการณ์ของ Behind The Candelabra บนจอทีวีอเมริกาเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นข่าวใหญ่สะท้านวงการบันเทิงมิใช่น้อย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการมองตลาดผู้ชมอย่างถูกต้องอีกครั้งของผู้กำกับชื่อดัง สตีเว็น โซเดอร์เบิร์ก ซึ่งถูกสตูดิโอใหญ่ปฎิเสธทุนสร้างหนังเรื่องนี้อย่างไม่ใยดีด้วยคำเน็บแนมว่า “เกย์มากไป ใครจะอยาก(ซื้อตั๋วหนังเข้าไป)ดู” ผลคือในตอนนี้โซเดอร์เบิร์กคือผู้ยืนกอดอกหัวเราะ(ทีหลังดังกว่า)ด้วยความชื่นบาน
ด้วยเงินทุนจิ๊บๆ 23 ล้านเหรียญ โซเดอร์เบิร์กต้องทุ่มสุดกำลัง เพื่อศักดิ์ศรีหนัง Behind The Candelabra ที่เขาเองก็ยังมองไม่เห็นในตอนทำงานว่าจะเรียกคืนได้หรือไม่ แล้วในที่สุดเขาก็แปรความอกหักจากบรรดานายทุนหนังใหญ่ที่คิดถึงแต่ยอดรายได้ให้กลายเป็นงานบันเทิงชั้นดีที่ทุกคนร้องเรียกหา เหนืออื่นใดโซเดอร์เบิร์กรู้ดีว่าเนื้อในหนังเกย์ของเขา คือการบอกเล่าถึงชีวิตสุขอมเศร้าของมนุษย์ที่ไม่ว่าเพศไหนก็ล้วนมีสิทธิ์พานพบ
Behind The Candelabra เปิดเผยเบื้องหลังหนังเกย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในอเมริกา
ถึงจุดนี้ Behind The Candelabra สามารถต่อยอดเป็นหนังลงโรงในต่างประเทศทั่วโลก และอาจเป็นหนึ่งในตัวเก็งแข่งกับหนังฟอร์มใหญ่ในอีกหลายเวทีประกวดได้ไม่ยาก ดังที่นักวิจารณ์ต่างลงความเห็นชมเชยการแสดงของคู่ขวัญ ดักลาส-เดมอน กันทั้งนั้น
แต่กว่าโซเดอร์เบิร์กและพลพรรคจะพากันเดินมาถึงปลายอุโมงค์ ผู้ชมส่วนใหญ่ก็ยังมีความประหลาดใจอยู่ดี ว่าอะไรดลใจให้นักแสดงแถวหน้าอย่างดักลาสและเดมอนตกลงสวมบทคู่รักเกย์ที่สมจริงได้เช่นนี้ สำหรับไมเคิล ดักลาส เขาโดนทาบทามให้แสดงเป็นลิเบอราชี นักเปียโนคลาสสิคฝีมือเลิศเพริดแพร้วขวัญใจเมืองบาปลาสเวกัสผู้มีค่าตัวสูงสุดอันดับหนึ่ง และมีชีวิตหวานแหววแต๋วจ๋านอกเวทีสุด แสนอลังก์ทุกลมหายใจ ขณะเล่นบทพ่อค้ายาเสพย์ติดให้โซเดอร์เบิร์กในหนังเรื่อง Traffic เมื่อปี 2000 “ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเอาความคิดจะทำหนังลิเบอราชีมาจากไหน ผมสงสัยว่าเขาคงดูหนังช่องเคเบิลมากไปหน่อย คล้ายกับตอนที่เขาสร้างหนังเรื่อง Haywire ให้จินา คาราโน เล่นนั่นแหละ เขาหวังจะปั้นเธอเป็นดาวบู๊หญิงที่เตะต่อยผู้ชายลงไปกองได้เป็นโขยงงั้นแหละ” ไมเคิลเล่าอย่างอารมณ์ดี
Behind The Candelabra เปิดเผยเบื้องหลังหนังเกย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในอเมริกา
แต่เมื่อพูดถึงบทหนัง Behind The Candelabra ซึ่งกว่าจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็ปาเข้าไปปี 2008 ไมเคิลก็เปลี่ยนนำ้เสียงเป็นจริงเป็นจังทันควัน
“สำหรับพวกเราแล้วมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ผมต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นตัวละครตัวนี้ให้ได้จริงๆ ซึ่งมันต้องใช้ความเชื่อว่านี่คือชีวิตจริงของคนซึ่งก็รู้ร้อนรู้หนาวไม่ต่างจากชีวิตจริงของเรา บอกตามตรงผมมองข้ามเรื่องเกย์ไปเลย ตอนที่อ่านบทกัน ผมแม็ทท์และสตีเว็นรู้แก่ใจว่ามันต้องเวิร์กแน่ๆ โดยเฉพาะพวกฉากเลิฟซีนที่เราต้องเล่นกันแบบคู่รักสมจริงให้ตายกันไปข้างหนึ่ง คือต้องเล่นให้คนดูอึ้งจนลืมว่าเราเป็นคู่เกย์อย่างนั้นเลย” นอกจากนี้นักแสดงหนุ่มใหญ่ยังต้องฟังแผ่นเสียงของลิ เบอราชีอยู่นานนับเดือนจนจับทางได้ จากนั้นจึงซ้อมเล่นเปียโนให้เหมือนตัวจริงด้วยการแสดงสดมากมายของซูเปอร์สตาร์ที่ยังมีให้ชม
A Single Man(2009)
ดักลาส-เดมอน ไม่ใช่ชายแท้คู่แรกที่ประสบความสำเร็จบนแผ่นฟีล์ม และต่อไปนี้คือบางส่วนที่อยากทวนความทรงจำ
ก่อนสมหวังกับบทคิงจอร์จ โคลิน เฟิร์ธ รับบทอาจารย์ชาวอังกฤษที่มาสอนมหา’ลัย ในแอลเอยุคซิกซ์ตีส์ ครั้นอุบัติเหตุทางรถมาคร่าชีวิตของคู่รักเกย์ไป เขาก็โศกจัดคิดฆ่าตัวตาย แต่แล้วในที่สุดจึงกลับมีจุดหมายที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ความเก๋ของ A Single Man คือเป็นการเขียนบทและกำกับครั้งแรกของดีไซเนอร์เกย์คนเก่ง ทอม ฟอร์ด บทบาทนี้ของเฟิร์ธทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำทั้งเวทีออสการ์และลูกโลกทองคำ
My Own Private Idaho(1991)
กัส แวง ซองต์ กำกับสองหนุ่มหล่อ ริเวอร์ ฟินิกซ์ และ คีอานู รีฟส์ ในหนังกึ่งฝันกึ่งจริง ที่สร้างจากนิยายของจอห์น เรกี ชื่อ City Of Night ซึ่งกัสนำวรรณกรรม เช็คสเปียร์อีกหลายเล่มมาผสมทีหลัง เล่าเรื่องโสเภณีหนุ่ม(ฟินิกซ์)ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน/คู่รักและโสเภณีชาย(รีฟส์) เพื่อตามหาแม่ผู้ให้กำเนิด นักแสดงหนุ่มทั้งคู่แจ้งเกิด และหนังก็ส่งให้ฟินิกซ์ได้รับรางวัลอินดี้จากหลายเวที น่าเสียดายที่ต้องมาจากไปเพราะยาเสพย์ติดในขณะหนุ่มแน่น
Inside Daisy Clover(1965)
โรเบิร์ท เรดฟอร์ด ผู้ก่อตั้ง Sundance Film Festival พระเอกสุดหล่ออมตะของฮอลลีวูด เคยรับบทเลวิสนักร้องหนุ่มหล่อเฟี้ยวชื่อดังแต่เป็นเกย์ ผู้แต่งงานกับดาวรุ่งวิหคเสียงทองนามเดซี(นาตาลี วูด) เพื่อกลบเกลื่อนรสนิยมทางเพศของตัวเอง โดยมีคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ รับบทผู้ปลุกปั้นเดซีและผู้กำความลับของเลวิส หนังจากการกำกับของโรเบิร์ท มัลลิแกนเรื่องนี้ ได้ชื่อว่าเป็นหัวขบวนของการนำบทเกย์ขึ้นจอเงินของวงการหนังอเมริกันเชียวละ
(0)
LIPS
RELATED TOPICS