lipslove's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

"A BOOK THAT CHANGED MY LIFE รวมหนังสือเล่มโปรดของเหล่าคนดังผู้รักการอ่านหนังสือ"

"A BOOK THAT CHANGED MY LIFE" รวมหนังสือเล่มโปรดของเหล่าคนดังผู้รักการอ่านหนังสือ
A Divine Intervention
A BOOK THAT CHANGED MY LIFE

สำหรับหลายๆ คน การอ่านหนังสือเปรียบเสมือนการให้อาหารสมอง สำหรับบางคน การอ่านคือการปรนเปรอจิตวิญญาณ และแน่นอนว่าครั้งหนึ่งในชีวิตย่อมมีการอ่านที่ยกระดับความคิดให้เปลี่ยนไปอีกเส้นทาง รายงานพิเศษของเราฉบับนี้จะพาคุณไปรู้จักกับหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตของคนรักการอ่านไปตลอดกาล
ข้างหลังโปสการ์ด • หลานเสรีไทย
สีวิกา ประกอบสันติสุข
นักเขียน

หนังสือรวมเล่มจากคอลัมน์ชื่อเดียวกันในนิตยสารลลนา ซึ่งเราติดตามอ่านเป็นตอนๆ มานานแล้ว เป็นสารคดีท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ และให้ความรู้เรื่องวัฒนธรรม เขียนเหมือนเป็นบันทึกการเดินทางของตัวเอง ซึ่งเราชอบตรงที่คนเขียนเขาจะมีน้ำเสียงแบบประชดประชัน วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในที อ่านแล้วสนุก เขาจะเรียกนักท่องเที่ยวว่า "ตัวฤทธิ์" เพราะนักท่องเที่ยวเป็นตัวทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเพื่อรองรับตลาด เขาเขียนให้เป็นเรื่องท่องเที่ยวที่ต่างออกไปอีกแบบ นอกจากนี้ก็ยังมีมุมมองแบบผู้หญิงเดินทาง ซึ่งสมัยก่อนต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เรื่องอคติว่าจะเดินทางเข้าประเทศไปเป็นผู้หญิงอาชีพพิเศษหรือเปล่า

หนังสือเล่มนี้จุดประกายให้เราอยากออกเดินทางตั้งแต่เด็ก และเราก็ตั้งใจจะไปแบบคนธรรมดา จะไม่ไปทำตัวเป็นตัวฤทธิ์แบบนั้น อยากจะเที่ยวแบบเรียนรู้และเข้าถึงจริงๆ … อีกอย่างหนึ่งคือสำนวนของเขา มีอิทธิพลต่องานเขียนของเราเองด้วย ได้สไตล์แบบ ห้วน สั้น เปรียบเทียบ จิกกัดเล็กๆ ทำให้เราได้ความคิดว่าการเขียนเรื่องท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเขียนแบบโลกสวยเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์เราก็รับจากเขามามาก ค่อยๆ พัฒนาเป็นตัวตนของเรา
ที่เห็นและเป็นอยู่ • เจอร์ซี โคซินสกี
วสันต์ ผึ่งประเสริฐ
ช่างภาพ

"ตั้งแต่ตอนยังเรียนถ่ายภาพ ผมเห็นพี่ชายอ่าน Being There ของ Jerzy Kosinski ชื่อภาษาไทยคือ"ที่เห็นและเป็นอยู่" ก็เลยลองหยิบมาอ่าน ผมตอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลานึกว่าเล่มนี้เป็นหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผม เรื่องของผู้ชายที่เป็นคนสวนซึ่งต้องออกจากบ้านไปเจอโลกภายนอกที่เขาไม่เคยเจอมันมีความซาบซึ้งและกินใจระหว่างคนกับธรรมชาติ สิ่งที่เขาพูดในหนังสือเป็นการเอากฎธรรมชาติมาเปรียบเทียบกับชีวิต มุมมองจากง่ายๆ ของเขาช่วยให้เราตีโจทย์ยากๆ ได้ ถ้าจะมองในอีกมุมหนึ่งเรามีชีวิตอยู่ได้สบายถ้ามีวิธีคิดที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เวลาที่ผมรู้สึกสบายใจ หรือสามารถเปลี่ยนเรื่องซีเรียสให้เป็นเรื่องตลกและหัวเราะไปกับมันได้ ผมให้เครติดกับหนังสือเล่มนี้"
HALLUCINATIONS • OLIVER SACKS
ดนัย เกษมกุลศิริ
Managing Director
บริษัทออร์แกไนเซอร์ do.did.done

"เวลาไปไหนผมจะติดหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในกระเป๋าเสมอ บางคนอาจรู้สึกว่าการอยู่กับหนังสือเป็นกิจกรรมที่นิ่งหรือเสียเวลาเกินไป แต่สำหรับผมหนังสือดีๆ ทำให้เรามีสมาธิ มีความสุขที่ได้ใช้เวลากับมัน และเหมือนเป็นความท้าทายในการหยุดเวลาของชีวิตที่เร็วมากทุกวันนี้ให้ช้าลง

“อ่านหนังสือของ Oliver Sacks มาหลายเล่มแล้ว เวลาอ่านรู้สึกวางไม่ลงครับ Hallucinations เป็นเล่มล่าสุด เรื่องเล่าจากนักประสาทวิทยาทำให้เห็นว่าชีวิตของคนแต่ละคนเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ชีวิตเหมือนเป็นนิยาย เรื่องราวของคนที่เขาเขียนกลายเป็นคาแร็กเตอร์ในหนัง อย่าง Awakenings การอ่านงานเขียนของโอลิเวอร์เปลี่ยนมุมมองให้ผมเห็นว่ายังมีหนังสืออีกหลายประเภทที่เราจะเจอได้ และประสบการณ์เป็นสิ่งที่ไม่สิ้นสุดจากการอ่านหนังสือ"
ฝนตกยังต้อง ฟ้าร้องยังถึง • คุณหญิงจำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์
เข็มอัปสร สิริสุขะ
นักแสดง

“อ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรก เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว แต่ก่อนถ้าจะอ่านหนังสือธรรมะก็จะอ่านแต่หนังสือที่พระเขียน เริ่มศึกษาธรรมะมานานแล้วแต่ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เคยคิดจะไปปฏิบัติหรือไปฝึกภาวนาอะไรกับเขา หนังสือเล่มนี้มีน้องคนนึงซื้อมาให้อ่าน เป็นบันทึกระหว่างการไปปฏิบัติธรรมของผู้เขียน พอได้อ่านดูแล้วเราก็ชอบการเขียนบรรยายที่ธรรมดาแต่ละเมียดละไมมาก อ่านแล้วรู้สึกสัมผัสถึงสิ่งที่บรรยายได้ ใจความก็คือการพูดถึงความปกติของคนธรรมดาๆ ว่าอะไรๆ ก็มากระทบใจเราได้ตลอด แบบ ฝนตกยังต้อง ฟ้าร้องยังถึง สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเวลาไปปฏิบัติ พออ่านแล้วทำให้เรารู้สึกอยากจะลองไปปฏิบัติกับเขาดูบ้างสักที และที่สำคัญก็คือ หลังจากได้ไปปฏิบัติกลับมาแล้วมาอ่านใหม่อีกรอบ ก็จะพบว่ามีสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งขึ้นไปอีก กลับมาอ่านอีกทีก็ยังมีเรื่องให้เข้าใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
คู่มือมนุษย์ • พุทธทาสภิกขุ
ภัทรสิริ อภิชิต
บรรณาธิการหนังสือเล่ม สำนักพิมพ์บ้านและสวน

"ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ เรารู้ว่าตัวเองเป็นคนเปราะบางอ่อนไหวง่าย กับหนังสวยๆ กับเพลงที่ไพเราะ กับสิ่งสวยงาม หรือแม้แต่กับคนในครอบครัว ซึ่งการที่อินไปกับสิ่งที่เข้ามากระทบได้ง่ายทำให้เป็นความทุกข์ได้เหมือนกัน เห็นหนังสือคู่มือมนุษย์ของพ่อวางอยู่ในบ้านมานาน

บรรณาธิการหนังสือเล่ม สำนักพิมพ์บ้านและสวน ภัทรสิริ อภิชิต จนวันหนึ่งเราหยิบอ่านดูเห็นคำว่าสติ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจแต่ก็รู้สึกเหมือนว่าจะมีคำตอบบางอย่างเกี่ยวกับความทุกข์และความไม่สบายใจของเรา

หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนให้เรามีแนวทางที่สนใจแก่นมากกว่าเปลือก และส่งผลมาถึงตัวเราในวันนี้ทั้งด้านรสนิยมและการใช้ชีวิตที่ชอบความเรียบง่ายธรรมดา เรามักจะถามตัวเองก่อนนอนทุกคืนว่าวันนี้ไม่สบายใจเรื่องอะไร พอหยิบเล่มนี้มาอ่าน เราเข้าใจถึงความเป็นเหตุเป็นผลของทุกอย่าง และได้พบคำตอบอยู่ในนั้นทุกครั้ง”
สาวทรงเสน่ห์ • สำนวนแปล ของ จูเลียต
สธน ตันตราภรณ์
บรรณาธิการ นิตยสาร L’Optimum Thailand

“หนังสือเล่มนี้คือ Pride and Prejudice หรือในชื่อภาษาไทยว่า "สาวทรงเสน่ห์" สำนวนแปลของ "จูเลียต" ซึ่งเป็นเอดิชั่นตีพิมพ์ครั้งแรกของคุณย่าเลย แต่ก่อนคุณย่าคนที่ 2 หรือคุณย่ากลางของผมจะมีตู้หนังสือที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก และผมก็เริ่มอ่านหนังสือจากตู้นี้ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เราพอจะอ่านหนังสือบ้างแต่ไม่ใช่หนอนหนังสือเสียทีเดียว นี่คือจุดเปลี่ยนแรกๆ ของความสนใจ …ผมเริ่มอ่านเรื่องคลาสสิคของอังกฤษตอนอายุ 11-12 ถือว่าอ่านหนังสือเกินอายุไปมากเหมือนกันนะ แรกๆ ก็เลยยังไม่เข้าใจอะไรทั้งหมด แต่ก็เริ่มเห็นเสน่ห์บางอย่าง”

“หนังสือเล่มนี้ถือเป็นการเปลี่ยนความคิดเรา เป็นการเปิดโลกไปสู่วรรณกรรมอังกฤษอื่นๆ ทำให้ผมต่อยอดไปอ่านเล่มอื่นเรื่อยๆ เช่น Rebecca, Jane Eyre ไปจนถึง Wuthering Heights ซึ่งถือเป็นหนังสือที่ผมชอบที่สุด เรียกว่าถ้าไม่ได้อ่านเล่มนี้ก่อน ก็คงไม่ได้จุดประกายให้ไปถึง Wuthering Heights… สำหรับ Pride and Prejudice นั้นต่างจากนวนิยายเรื่องอื่นๆ ในสมัยนั้นที่ไม่ใช่เรื่องแฟนตาซี แต่เป็นเรื่องแบบเรียลลิสติก เอาชีวิตของผู้คนมาตีแผ่ มันเล่าเรื่องแบบเนิบนาบ แต่ในความเนิบนาบของหนังสือนั้นก็สะท้อนกระบวนการคิดบางอย่าง ว่าผู้หญิงในยุคที่ด้อยกว่าชาย อ่านเขียนไม่ออก แต่กล้าที่จะมีความคิดแบบขบถ แหวกขนบธรรมเนียมประเพณีได้ นี่คือสัญญาณของการเริ่มวิธีคิดแบบใหม่ ซึ่งผมคิดว่านวนิยายไทยก็ได้อิทธิพลของคาแร็กเตอร์นางเอกแบบ อลิซาเบ็ธ เบนเน็ต มาเหมือนกันนะ”
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน
ครูลิลลี่ - กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์
อาจารย์และพิธีกร

"ตั้งแต่เรียนมัธยม คุณครูชอบไล่อ่านคำศัพท์ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ยิ่งโตก็ยิ่งอ่าน ยิ่งอ่านก็ยิ่งเจอ ยิ่งเจอก็ยิ่งรักภาษาไทยมากขึ้น รู้คำศัพท์มากขึ้น คุณครูไม่ชอบอ่านหนังสือพวกที่ให้ความบันเทิง เพราะเราหาความบันเทิงจากสื่ออื่นๆ ได้ ใช้วิธีการดูหรือฟังก็ได้ เวลาเปิดหนังสืออย่างอื่นเห็นตัวเลขก็เวียนหัว เห็นภาษาอังกฤษก็จะงง แต่คุณครูไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้จากการเปิดพจนานุกรม

การค้นหาความหมายของคำศัพท์สำหรับคุณครูมันเหมือนการเล่นเกมกับตัวเอง เป็นอาหารสมอง เป็นการจุดประกายให้เรารักภาษาไทยมาจนถึงทุกวันนี้ิ คำที่ติดอยู่ในใจคุณครูจากพจนานุกรมคือคำว่าพะอง แปลว่าบันไดไม้ที่เอาไว้ปีนต้นตาล เห็นไหมว่าคนโบราณฉลาด พอนึกถึงพจนานุกรมคุณครูนึกถึงคำนี้ตลอดเวลา"
วอลเดน • เฮนรี่ เดวิด ธอโร
วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม
บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN

“ได้อ่านงานของธอโร ครั้งแรกตอนที่ยังเรียนภาษาและวรรณคดีอังกฤษ ที่คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ย้อนกลับไปตอนนั้นก็ยังเด็กมาก สับสนกับทุกอย่างทั้งเรื่องวิชาที่เรียน ชีวิตส่วนตัว ไปจนถึงความกังวลเรื่องชีวิตหลังเรียนจบ จำได้ว่าตอนนั้นอาจารย์ให้อ่านงานของนักเขียนอเมริกันหลายคน ซึ่งก็อ่านจบบ้างไม่จบบ้าง แต่คนที่อ่านแล้วรู้สึกสะดุดมากที่สุดคือ ธอโร ที่เขียนเรื่องวอลเดน ซึ่งเป็นงานเขียนบันทึกประสบการณ์ที่เขาไปใช้ชีวิตเกือบ 2 ปีเต็ม อยู่กลางป่า ริมบึงวอลเดน ใช้แรงงานและฝีมือแลกกับเงินในการดำรงชีพเท่าที่จำเป็น เพราะต้องการศึกษาและเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบไม่อิงกับขนบเดิมๆ ธอโรต้องการไปเพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของสังคม ที่ทำให้คนเราเลือกเพราะเราต้องการ หรือเลือกเพราะสังคมตีกรอบไว้ เพราะกลัวจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของสังคม”

“ความคิด ความเชื่อ ที่ธอโร บันทึกไว้ช่วยให้เราหันกลับมาทบทวนตัวเองอยู่เสมอโดยเฉพาะเวลาที่ใช้ชีวิตเพลินๆ (อยากเรียกว่านี่คือหนังสือที่เป็นเหมือนเบรก ในเวลาที่เราเหยียบคันเร่งแบบเมามันมานาน) มันทำให้เราได้คิดว่า ตกลงเรากำลังไหลตามสังคมไปด้วยความเต็มใจ หรือ เรามีทางเลือกที่จะหยุดได้ แต่เราไม่เข้มแข็งพอที่จะทำ ถ้าอ่านเล่มนี้ไม่จบ อาจตีความว่านี่คือหนังสือของคนที่ทำตัวเป็นขบถ แต่จริงๆแล้วธอโรใช้ชีวิตอยู่ที่บึงวอลเดน แค่ 2 ปี เท่านั้น แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตในเมืองตามปกติ เพียงแต่ยังแสวงหาความจริงจากธรรมชาติไปจนตลอดชีวิต นั่นหมายความว่า เขาใช้ชีวิตแบบ กล้าตั้งคำถาม กล้าทดลอง ซึ่งคือแนวคิดที่เราเรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้ และทำให้เรามองโลกไม่เหมือนเดิมอีกเลย”
(1)
lipslove
RELATED TOPICS
607 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ