กุลสตรี's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

5 วิธีเติมใจใส่งาน ไม่ให้เบื่องานที่ทำ

5 วิธีเติมใจใส่งาน ไม่ให้เบื่องานที่ทำ
คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเบื่อหน่ายกับงานหรือเปล่าค่ะ รู้สึกว่างานในแต่ละวัน คือ เรื่องจำทน ได้แต่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามไปเรื่อยๆ ในขณะที่ความสนุกและความรู้สึกดีกับการทำงานค่อยๆเลือนหายไป
ถ้าคำตอบ คือ คุณเป็นหนึ่งในนั้นละก็ขอแนะนำเลยค่ะว่าคุณต้องรีบทำอะไรสักอย่าง หากปล่อยเอาไว้แบบนั้นย่อมไม่ดีแน่ เพราะมันจะส่งผลเสียในชีวิตการทำงานของคุณในหลายๆด้าน เนื่องจากการทำงานแบบไร้ชีวิตชีวานั้น นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกเบื่อและปราศจากความสุขแล้ว มันยังมีผลถึงตัวงานที่คุณทำออกมา ซึ่งมันย่อมไม่ใช่งานที่ดี เป็นเพียงงานที่รีบทำแบบผ่านๆ ให้ทันส่งเท่านั้น และเมื่อผลงานของคุณเป็นแค่ผลงานพื้นๆ มันก็ย่อมไม่อาจทำให้คุณมีความก้าวหน้าใดๆในอาชีพได้เลย และยิ่งถ้าเราเบื่อมากๆ เจ้าความเบื่อที่เราสั่งสมมานี่แหละจะทำให้เราหงุดหงิดง่าย กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หากมีอะไรขัดหูขัดตาหน่อย ก็พร้อมจะตั้งลำรบกับสิ่งนั้นซะแล้ว และบางครั้งเราอาจลืมตัว จนถึงขั้นเผลอแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับลูกค้าเข้า ทีนี่ล่ะงานได้เข้าใหญ่โตแน่นอน นี่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หากตรวจพบว่าตัวเองมีอาการเบื่องานแล้วล่ะก็ขอให้รีบนำเอา 5 วิธีนี้ขึ้นมาใช้ให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้ความเบื่องานทำลายอนาคตของคุณจะดีกว่าค่ะ
วิธีที่ 1 ค้นคุณค่าในงานให้พบ
จริงๆแล้วไม่ว่างานใดก็ตามในโลกนี้มีคุณค่าด้วยกันทั้งสิ้น ตั้งแต่งานบริหารประเทศเรื่อยไปจนถึงงานกวาดถนน เราจึงควรหมั่นหาข้อดีของงานที่ทำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกบวกต่องานนั้น เหตุผลหนึ่งที่ทำให้อารมณ์เบื่องานเกิดขึ้นมา ก็เพราะเรามัวแต่ไปคิดในทางลบกับงานที่ทำ เช่น อาจมีเรื่องที่เราไม่ชอบเกี่ยวกับงานแค่เล็กน้อย แต่เราก็มัวคิดถึงมัน ไม่ยอมสลับไปจับเรื่องบวกมามองบ้าง เอาแต่มองลบซ้ำซาก จนในที่สุดเรื่องลบที่เราหมกมุ่นนั้นก็ทับถมจนความรู้สึกดิ่งลงในทางแย่มากขึ้นเรื่อยๆ
เราจึงควรมองหาข้อดีของงานให้พบ แล้วพกมันติดตัวเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าในงานนั้น อย่างการมองว่างานนั้นเป็นงานที่ช่วยสังคมอย่างไร หรืองานนั้นมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร เช่น งานทำความสะอาด ถึงแม้จะดูต่ำต้อย แต่ก็ยังมีความสำคัญต่อองค์กรไม่ใช่น้อย เพราะต่อให้บริษัทมีผู้บริหารเก่งระดับสุดยอดแค่ไหนก็ตาม แต่หากภายในบริษัทกลับสกปรก ไร้ระเบียบ ความสำเร็จและความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้นก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ครั้นจะให้ผู้บริหารมาเก็บกวาดเอง ก็จะไม่ได้เป็นอันทำโครงการอื่นกันพอดี นี่ล่ะค่ะตัวอย่างการมองหาข้อดีในงานมองว่ามันสำคัญไม่แพ้งานใด ลองทำดูนะค่ะ
วิธีที่ 2 กลบเรื่องลบด้วยอารมณ์บวก
ต้องยอมรับว่าการทำงานในแต่ละวันนั้น เราอาจเจอเรื่องดีและเรื่องร้าย ซึ่งในยุคที่สังคมกำลังตึงเครียดเช่นนี้ ก็อาจจะต้องทำใจล่วงหน้าสักหน่อย ว่าเรื่องที่ชวนให้เสียความรู้สึกนั้นอาจมีมากกว่า ยิ่งคนทำงานบริการจะยิ่งมีโอกาสถูกลูกค้ามองเป็นสนามอารมณ์ ไม่พอใจอะไรก็มาลงกับเรา ซึ่งเรื่องลบแบบนี้ทำให้คนทำงานเซ็งมานักต่อนักแล้ว แต่อย่าลืมว่าเรามีเกราะป้องกันชั้นดีที่ชื่อ อารมณ์เชิงบวก ยามใดก็ตามที่มีเรื่องลบมากระทบใจ ขอให้อดทน ยิ้มตอบ และหาเหตุผลบวกมาครอบเรื่องลบนั้นซะ อย่างถ้าเจอลูกค้าอารมณ์เสียใส่ ก็ขอให้มองว่านี่คือโอกาสดีที่เราจะใช้สถานการณ์นี้ ฝึกใจตัวเองให้แข็งแกร่ง สู่ความเป็นมืออาชีพ ยิ่งเจอบ่อยเท่าไรก็เท่ากับเราได้ลงสนามฝึกรับมือกับลูกค้าได้หลากหลายอารมณ์ขึ้นเท่านั้น แค่นี้เราก็พลิกลบเป็นบวกได้ตลอดแล้ว
วิธีที่ 3 จงมองในมุมของลูกค้าบ้าง
วิธีหนึ่งที่จะเติมใจใส่งานได้อย่างมาก (โดยเฉพาะงานบริการ) ก็คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ในยามที่เราต้องทำงานกับลูกค้าที่มาในหลายรูปแบบ เราควรลองสมมติว่า ถ้าตัวเองเป็นลูกค้าคนนั้น แล้วเราจะอยากได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างไร เช่นถ้าเราทำบัตรเครดิตหาย เราจะลนลานหรือไม่ หรือถ้าจู่ๆลูกค้าได้อาหารไม่ตรงตามที่สั่ง เขาจะรู้สึกแย่แค่ไหนลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วเราจะเข้าใจพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่น่ารักของลูกค้า อันจะทำให้เราให้อภัยเขาได้ง่ายขึ้น หรือไม่เราก็อาจถึงขั้นสงสารเขาเลยก็ได้
วิธีที่ 4 ขอบคุณทุกฟีดแบค ( Feedback)
อย่ามองว่าคำคอมเม้นต์เป็นสิ่งลบ แต่จงขอบคุณทุกคำติชม เพราะนั่นคือ ขุมทรัพย์ชั้นดี ที่เราสามารถเรียนรู้จากมันได้ ปกติแล้วเราจะไม่ค่อยมองเห็นข้อด้อยของตนเอง หรือบางครั้งสิ่งที่เราทำแล้วคิดว่าถูก แต่มันอาจไม่ถูกในสายตาคนหมู่มากก็ได้ เราจึงควรมองฟีดแบคด้วยใจขอบคุณ มองลูกค้าหรือคนที่ฟีดแบคด้วยความรู้สึกเชิงบวก ว่าอย่างน้อยเขาก็ใส่ใจในการกระทำของเรา (ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีฟีดแบคให้เสียเวลา )
วิธีที่ 5 เติมความใหม่ ใส่ความพิเศษ
รู้ไหมค่ะว่าทำไมบริษัทห้างร้านต่างๆ มักจะมีโปรโมชั่นใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ นั้นไม่ใช่เป็นกลยุทธ์เรียกลูกค้าเท่านั้น แต่มันยังเป็นการกระตุ้นพนักงานไปในตัว เพราะหากงานยังคงเหมือนเดิมทุกวันตลอดไป พนักงานย่อมเบื่อแน่นอน ดังนั้นการเติมความใหม่ในการทำงานด้วยตนเอง ก็ถือว่าเป็นการกระตุ้น “ใจแห่งการทำงาน” ให้กลับมาเต้นอีกครั้งได้ ไม่ว่าจะการลองหาเทคนิคใหม่ๆ มาใส่ลงไป การจัดโต๊ะใหม่ การลองทำอะไรใหม่ๆ (ที่สร้างสรรค์) ก็จะช่วยให้คุณสนุกกับงานได้อีกมากเลยทีเดียว
ถึงบรรทัดนี้ก็คงไม่สรุปอะไรไปมากกว่า “ขอให้ทุกท่านทำงานอย่างมีชีวิตชีวา” แล้วพบกันใหม่ค่ะ
(0)
กุลสตรี
RELATED TOPICS
369 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
519 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
498 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ