กุลสตรี's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

4 หัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณมีเงินอยู่ในกระเป๋า

4 หัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณมีเงินอยู่ในกระเป๋า
หนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของคนทำงาน คือ มีเงินเหลือกินเหลือใช้ ยิ่งถ้ามีเงินเหลือเก็บ จนสามารถก่อร่างสร้างตัว สร้างความมั่นคงให้กับชิวิตได้ล่ะก็ จะยิ่งเป็นอะไรที่ดีแบบสุดๆ แต่กระนั้นคนส่วนใหญ่กลับไปไม่ถึงเป้าหมายนี้ ซึ่งบางคนก็อ้างว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะ “เงินเดือนน้อยเกินไป” ทว่าหากลองพิจารณาดีๆ จะพบว่ามีคนอีกไม่น้อยที่สามารถสร้างตัวได้ จากเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น ดังนั้นเหตุผลที่แท้จริงของปัญหาอาจไม่ใช่ “ตัวเงิน” แต่เป็น “ตัวคน” มากกว่า
หัวใจที่ 1 ประเมินอย่างพอเพียง
หัวใจข้อแรกเริ่มตรงที่ “การประเมินตนเองให้เลือกงานที่ได้รับค่าตอบแทนอันเหมาะสม” จำไว้ว่าเราอย่าเอาแต่เลือกทำงานที่ได้เงินเยอะๆ เพียงอย่างเดียว เพราะงานที่เงินเยอะ ย่อมแสดงว่าเราต้องเหนื่อย เนื่องจากความรับผิดชอบในงานย่อมเยอะตามเม็ดเงินที่ได้ และดีไม่ดีเราอาจยังไม่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับเงินเดือนระดับนั้น จนทำให้เราอยู่ในงานนั้นได้ไม่นานอีกด้วย
เราจึงควรหันมาประเมินบนหลักความเพียงพอว่า “เรานั้นมีศักยภาพเหมาะกับรายได้เท่าไหร่” แล้วจากนั้นค่อยมาจัดสรรว่าเมื่อเราได้รับเงินเดือนเท่านี้แล้ว เราควรบริหารเงินอย่างไรให้มันพอใช้ และมีเหลือเก็บสำหรับสร้างอนาคต จงใช้หลัก “เงินมีเท่าไร จัดการบริหารให้มีเหลือเก็บให้ได้” เสมอ
หัวใจที่ 2 วางแผนการเงิน
คือการวางแผนหลังจากเราได้รับเงินเดือนมาเรียบร้อย ทุกเดือนนั้นเราควรบริหารจัดการเงินที่ได้มาอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ในอัตรา 40 - 30 – 30 ส่วนแรกให้แบ่งไว้ 40% ของเงินเดือน กันไว้สำหรับค่าใช้จ่าย จะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ควรจำกัดให้อยู่ใน 40% นี้ แน่นอนว่าในช่วงแรกการจะยับยั้งชั่งใจไม่ให้ใช้เงินเกินจาก 40% นี้อาจเป็นเรื่องยาก เพราะเราจะมีความอยากซื้อ อยากมีของต่างๆ มากมาย ไหนจะสารพัดโฆษณาที่พากันกระตุ้นเร้าให้เราอยากได้อยากมีอย่างไม่มีสิ้นสุด แต่หากเราข่มใจ ฝึกจนควบคุมตนเองได้ ตั้งแต่ตอนนี้แล้ว เราจะสามารถตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยออกไปได้อย่างมากทีเดียว
ถัดจากนั้นในส่วนที่สอง ที่แบ่ง 30% เอาไว้ก็จะเป็นเงินสำรอง ซึ่งกันไว้สำหรับเวลาฉุกเฉิน เช่น กรณีต้องเข้าโรงพยาบาล เป็นต้น แต่หากหนึ่งเดือนผ่านไป ไม่มีเหตุฉุกเฉินให้ต้องใช้เงินก้อนนี้ เราก็ควรเก็บมันเข้าบัญชีเงินออม เพื่อเก็บเป็นเงินสำรองระยะยาวต่อไป
และส่วนสุดท้ายอีก 30% ก็คือเงินเก็บออมที่เราต้องนำเข้าธนาคารไว้ ห้ามใช้เด็ดขาด หรือไม่ก็เอามันไปทำการลงทุนเพื่อใช้เงินทำงาน แตกดอกออกลูกหลานออกมาให้เรามีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หัวใจที่ 3 สมุดบัญชีรับจ่าย
เพื่อบันทึกพฤติกรรม ตรวจสอบความฟุ่มเฟือยของตน ดูว่าแต่ละเดือนเราหมดเงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งบัญชีรับจ่ายนี้จะทำให้เราเห็นชัดเจนถึงพฤติกรรมการใช้เงินว่า ค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างค่ากินค่าอยู่ของเรานั้น เป็นเงินเท่าไหร่ และเรามือเติบไปซื้อของแพงๆ ตามใจฉันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมือเติบจนกระทั่งมาเจอหลักฐานมัดตัวอย่างบัญชีรับจ่ายนี่เอง
เมื่อเราเห็นพฤติกรรมการใช้เงินชัดๆ แล้ว เราจะได้ปรับแก้ วางแผนเปลี่ยนนิสัยให้ถูกทาง ตัดงบฟุ่มเฟือยออก ยักย้ายเงินที่จะเสียไปเปล่าๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นเงินเก็บหรือเงินลงทุนในเดือนต่อไปแทน
หัวใจที่ 4 เรียนรู้ลงทุน
หาทางทำให้เงินงอกเงย โดยการเอาเงินออมหรือเงินสำรองมาต่อยอด เราสามารถเลือกลงทุนได้หลายแบบ ตั้งแต่การลงมือเปิดกิจการเอง หรือเอาเงินไปลงในกองทุนตามสถาบันการเงิน ในตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ ซึ่งต้องแล้วแต่ว่าคุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการลงทุนเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนย่อมน้อย (เช่น ตราสารหนี้) แต่ถ้าความเสี่ยงสูง (อย่างหุ้น) ก็อาจทำให้คุณได้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำหรืออาจสูญไปเลยก็ได้ คุณจึงควรศึกษาให้ดี เลือกการลงทุนให้เหมาะกับตนเอง

หากคุณสามารถบริหารจัดการเงินเดือนของตนเองได้ รับรองว่าสภาวะที่น่ากลัวอย่าง “เงินขาดมือ” จะไม่มีทางมาเยือนคุณ นอกจากนี้คุณยังจะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นด้วย แล้วทีนี้คุณจะสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องเป็นภาระให้กลับลูกหลาน แต่เราจะกลายเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่คอยหยิบยื่นทรัพย์สำรองให้ยามที่พวกเขามีปัญหาทางการเงิน อักทั้งหลักการ 4 หัวใจนี้ ยังถือเป็นหนึ่งในสุดยอดมรดกที่แสนล้ำค่าสำหรับลูกหลาน ซึ่งบอกได้เลยว่าหลักนี้ประเมินค่าไม่ได้ เพราะหากใครรู้จักนำไปใช้ จะมีเงินแสนก็มีได้ มีเงินล้านก็ไม่อยากเย็น
คุณอาจเริ่มต้นอย่างมนุษย์เงินเดือน แต่ก็สามารถสรุปชีวิตในบั้นปลายลงได้อย่างเจ้าสัว ขอเพียงหมั่นใช้หลักอันนี้ สร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดี
(0)
กุลสตรี
คงตัองฝึกมห้เป็นนิสัยแล้วค่ะ
(1)
atitayaa
(0)
bank
RELATED TOPICS
369 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
520 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
500 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ