ชีวจิต's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

ในวันที่สมองไม่เป็นใจ(1)แด่คุณแม่คน(เคย)แกร่ง

ในวันที่สมองไม่เป็นใจ(1)แด่คุณแม่คน(เคย)แกร่ง
หากกล่าวถึงโรคเกี่ยวกับสมองที่รุนแรง คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับ “อัลไซเมอร์” หรือโรคสมองเสื่อม ซึ่งสมองสูญเสียการทำงานด้านความจำและการเรียนรู้ น้อยคนนักจะรู้ว่ายังมีโรคทางสมองที่รุนแรงอีกโรคหนึ่งและยังหาสาเหตุไม่ได้ที่เรียกว่า โรคสมองน้อยฝ่อ (Spinocerebellar Ataxia) แม้จะเกิดความผิดปกติที่สมองเช่นเดียวกัน แต่คนละตำแหน่ง เพราะโรคนี้สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อร่างกายลีบเล็กลงโดยไม่มีสาเหตุ ผู้ป่วยโรคนี้จึงมีความคิดและความจำที่ดีอยู่ภายในร่างกายที่เสื่อมถอยลงทีละน้อยๆ ถ้าคนในครอบครัวของคุณป่วยเป็นโรคนี้จะทำอย่างไร
ในวันที่สมองไม่เป็นใจ(1)แด่คุณแม่คน(เคย)แกร่ง
คุณป๊อปเล่าเรื่องราวของคุณแม่ให้ฟัง เมื่อถูกถามว่าอาการของคุณแม่เริ่มต้นได้อย่างไร ก่อนย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อสองปีก่อนว่า “คุณแม่โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่าเวียนหัว เดินเซล้มลงที่ทำงาน คนงานบอกอาการเหมือนคนเมาแล้วล้ม ไปหาคุณหมอบอกเป็น Vertigo (โรคเวียนหัวบ้านหมุน) ได้ยามากิน แต่อาการไม่ดีขึ้นจึงรู้ว่าไม่ใช่ จากนั้นสแกนสมองดูความผิดปกติ ค่าใช้จ่ายในการสแกนสมองที่นั่นเยอะมาก และต้องรอผลอีกสองเดือนถัดไป ระหว่างนั้นแม่ทำกายภาพบำบัดไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเป็นโรคอะไร”
อาการที่ทรุดลงเรื่อยๆ ทำให้คุณป๊อปร้อนใจ เธอตัดสินใจพาคุณแม่มาพบหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาทที่เมืองไทย ด้วยความหวังว่าจะพบสาเหตุที่แท้จริง
“พาคุณแม่ไปหาคุณหมอที่จบด้านระบบประสาทจากอเมริกา ต้องสแกนสมองซ้ำอีกครั้ง คราวนี้รู้ผลวันรุ่งขึ้นเลย คุณหมอบอกว่า สิ่งที่คุณแม่เป็นไม่ใช่โรคเวียนหัว แต่มีความผิดปกติที่สมองน้อย ซึ่งอยู่บริเวณท้ายทอย สมองส่วนนั้นฝ่อลงเองโดยไม่รู้สาเหตุ เรียกว่าโรคสมองน้อยฝ่อ
“เรางงมาก เป็นไปได้อย่างไร ตั้งแต่จำความได้ แม่เข้มงวดเรื่องการกินมาก เพราะเห็นว่าปู่ ย่า ตา ยาย ป่วยด้วยโรคร้ายแรงหมด คุณปู่เป็นเบาหวาน โดนตัดแขน ตัดขา คุณตาเป็นอัลไซเมอร์ คุณยายเป็น
มะเร็งลำไส้ ต้องถ่ายของเสียทางหน้าท้อง ส่วนคุณย่าเป็นมะเร็งปอดทั้งที่ไม่เคยสูบบุหรี่
“เพราะฉะนั้นบ้านเราจะเข้มงวดเรื่องการกินอาหารสุขภาพมากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงโรคที่มาจากพันธุกรรมพ่อแม่ไม่ให้เรากินไขมันและน้ำตาล จำได้ว่าตอนอยู่อเมริกาไม่มีน้ำอัดลมเข้าบ้านเลย ถ้ามีคือให้แขกดื่ม เรากับน้องต้องไปแอบดื่มหลังถังข้าวสาร เวลากินข้าวมันไก่หรือไก่ทอด คุณแม่ลอกหนังกรอบ ๆ ทิ้งออกหมด เราร้องไห้เลย แต่แม่บอกว่ามันไม่มีประโยชน์ อาหารที่มีในตู้เย็นส่วนใหญ่จึงเป็นผักผลไม้ทั้งนั้น
“ถึงจะอยู่เมืองนอกมานาน แต่บ้านเราไม่เคยกินอาหารแบบฝรั่ง คุณพ่อจะทำอาหารประเภทข้าว น้ำพริก ผัก และสุกี้เป็นหลัก และคุณแม่ก็กินอย่างนั้นมาตลอดชีวิต”
เพราะใส่ใจสุขภาพดีเยี่ยม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม ความคับข้องใจ ความสงสัย และความ
สับสนต่าง ๆ นานา จึงเกิดขึ้นในครอบครัวสิริโสดา
“สาเหตุของโรคนี้คืออะไรล่ะ เราอยากรู้มาก เป็นไปได้ไหมที่มีสารพิษเข้าร่างกาย เพราะตอนอยู่มิชิแกนไม่เคยเปลี่ยนเครื่องกรองน้ำ หรือทำงานในบริษัทรถยนต์มานานกว่า 30 ปี เป็นไปได้ไหมที่ร่างกายได้รับสารตะกั่ว สารเคมีเข้ามาสะสมในร่างกาย เราคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้หมด
“มีช่วงหนึ่งน้องชายไปสืบค้นข้อมูลว่า อาจเกิดจากการแพ้แป้งสาลี เพราะอยู่ที่เมืองนอก หากไม่ได้อยู่ที่บ้าน คุณแม่ก็กินขนมปังซึ่งทำมาจากแป้งสาลี เราคิดหาสาเหตุทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้ และเริ่มหาวิธีรักษา เพราะคิดว่าเร็วเกินไปที่คุณแม่จะเป็นแบบนี้ เขาเพิ่งจะเกษียณ ควรใช้ชีวิตให้มีความสุขในวัยนี้
“ที่แย่กว่านั้นก็คือ เขาเป็นหญิงเก่ง หญิงแกร่ง พอมาเป็นโรคนี้จากเคยทำอะไรเองได้ ก็กลายเป็นทำไม่ได้ เพราะกล้ามเนื้อเขาเริ่มอ่อนแรง เริ่มขาแข็งเดินไม่ค่อยได้ บางวันตื่นขึ้นมาแล้วเห็นแม่ร้องไห้ เราก็ไม่รู้จะให้กำลังใจอย่างไรเหมือนกัน”
แม้จะยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่คุณป๊อปก็เดินหน้าหาวิธีรักษาอาการป่วยของคุณแม่ โดยเธอเปรียบการรักษาครั้งนี้ว่า ไม่ต่างจากการค้นหาแสงสว่างในความมืด
อ่านต่อ โดย คลิกอ่านทั้งคอลัมน์
ในวันที่สมองไม่เป็นใจ(1)แด่คุณแม่คน(เคย)แกร่ง
อาการที่ทรุดลงเรื่อยๆ ทำให้คุณป๊อปร้อนใจ เธอตัดสินใจพาคุณแม่มาพบหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาทที่เมืองไทย ด้วยความหวังว่าจะพบสาเหตุที่แท้จริง “พาคุณแม่ไปหาคุณหมอที่จบด้านระบบประสาทจากอเมริกา ต้องสแกนสมองซ้ำอีกครั้ง คราวนี้รู้ผลวันรุ่งขึ้นเลย คุณหมอบอกว่า สิ่งที่คุณแม่เป็นไม่ใช่โรคเวียนหัว แต่มีความผิดปกติที่สมองน้อย ซึ่งอยู่บริเวณท้ายทอย สมองส่วนนั้นฝ่อลงเองโดยไม่รู้สาเหตุ เรียกว่าโรคสมองน้อยฝ่อ
(0)
ชีวจิต
RELATED TOPICS
553 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ