GM WATCH's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

โอเมก้า จากอดีตสู่ปัจจุบัน กับการพัฒนาที่ไม่หยุดของนาฬิกาจับเวลา

โอเมก้า จากอดีตสู่ปัจจุบัน กับการพัฒนาที่ไม่หยุดของนาฬิกาจับเวลา
The Timekeeping for Olympics

ประวัติศาสตร์ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการการแข่งขันกีฬาอันยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติของ โอเมก้า ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1932 อันเป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์การวัดค่าและจับเวลาการแข่งขันกีฬาที่ชัดเจนเช่นกัน
The Timekeeping for Olympics
ผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการได้ถูกจับเวลาละเอียดแม่นยำถึงห้าและสิบของวินาที นั่นเป็นจุดเริ่มต้นสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับการจับเวลาเป็นครั้งแรกของทั้ง โอเมก้า และโอลิมปิกเกมส์และนำมาสู่การเป็นนักปฏิวัติรูปแบบการจับเวลาอันเที่ยงตรงแม่นยำไร้ข้อกังขา ในเวลาต่อๆมา อาทิ ในปี 1948 โอเมก้าได้เริ่มต้นใช้แผงตรวจจับด้วยลำแสงหรือโฟโตอิเล็กทริกเซลล์เป็นครั้งแรกใน 1948 โอลิมปิก วินเทอร์ เกมส์ (1948 Olympic Winter Games) ณ เซนต์ มอริตส์ (St. Moritz) เช่นกันกับการใช้แผงวงจรไฟฟ้าอิสระที่สามารถกันน้ำและสามารถปรับตั้งให้ทนต่อการผันผวนของอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีด้วยเทคโนโลยีอินฟราเรดที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการสะท้อนแทรกเข้ามาของแสงอาทิตย์และแสงแฟลช นับเป็นครั้งแรกที่ระบบจับเวลานี้ได้ถูกลั่นไกใช้งานอย่างอัตโนมัติทันทีที่ประตูสตาร์ทได้เปิดออก
Stephen Urquhart
สตีเฟน เอิร์คฮาร์ท (Stephen Urquhart)ประธานแห่งโอเมก้า กล่าวว่าบริษัทตั้งตาคอยที่จะได้กลับมาลอนดอนอีกครั้งเพื่อจับเวลาการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ซึ่งใน ค.ศ. 1948 เป็นปีที่โอลิมปิกเกมส์ได้จัดขึ้นในเมืองนี้เป็นครั้งสุดท้ายและครั้งนั้นโอเมก้าได้รับมอบหมายให้จับเวลาในทุกประเภททุกกฎกติกาการแข่งขันซึ่งนับเป็นเหตุการณ์สำคัญด้านเทคโนโลยีการจับเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผงตรวจจับด้วยลำแสงหรือโฟโตอิเล็กทริกเซลล์,ระบบการจับเวลาอัตโนมัติอันสมบูรณ์แบบและการถ่ายภาพเข้าเส้นชัยที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์จนถึงบัดนี้ “เราภาคภูมิใจที่ยังคงได้ทำงานให้กับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลและการแข่งขันกีฬาอันยิ่งใหญ่ระดับโลก” สตีเฟน เอิร์คฮาร์ท กล่าว ส่วนโอลิมปิกเกมส์ในกรุงลอนดอนครั้งนี้ โอเมก้าได้นำเอาประวัติศาสตร์อันยาวนานนับศตวรรษของการจับเวลาการแข่งขันกีฬาสากลและตำนานที่เกิดขึ้นในโอลิมปิกเกมส์ตั้งแต่ปี 1932 กลับมาสร้างสีสันโดยจะใช้เจ้าหน้าที่ผู้จับเวลาและผู้จัดการข้อมูลมืออาชีพมากกว่า 450 คน พร้อมกับอุปกรณ์จับเวลารวมแล้วเกือบ 400 ตัน รวมถึงฝึกอบรมให้อาสาสมัครที่ผ่านการคัดเลือกโดย แอลโอซีโอจี (LOCOG)
London 2012 Olympics
แปดสิบปีให้หลัง ณ โอลิมปิกเกมส์ 2012 ในกรุงลอนดอนที่กำลังจะมาถึงนี้ โอเมก้า ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการจะได้นำเอาประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นศตวรรษของการจับเวลาการแข่งขันกีฬาสากลและตำนานที่เกิดขึ้น ณ โอลิมปิกเกมส์ซึ่งเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ปี 1932 กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง การจับเวลาอย่างมืออาชีพของ โอเมก้า ได้กำหนดและสร้างนิยามบทใหม่ให้กับศิลปะและวิทยาศาสตร์ของการจับเวลาการแข่งขันกีฬาระดับโลก และแน่นอน พวกเขาจะยังคงเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ณ โอลิมปิกเกมส์ ในกรุงลอนดอน ปี 2012, โซชิ (Sochi) ในปี 2014 และอีกต่อๆ ไปในอนาคต
OMEGA Olympics Countdown Clock
ขณะที่นาฬิกานับเวลาถอยหลังอย่างเป็นทางการของโอเมก้า เรือนที่สองก็ได้เปิดตัวทันเวลาเช่นกัน ณ เมืองกรีนิช เพื่อร่วมฉลอง ‘หนึ่งปีแห่งการเดินทาง’ (One Year to Go) สู่จุดเริ่มต้นของเกม เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2011 ที่ผ่านมากับการนับทุกจังหวะการ เดินของวินาที นาที ชั่วโมง และวัน ไปจนกระทั่งความ ตื่นเต้นของการแข่งขันจะได้เริ่มต้นขึ้น นั่นคือภารกิจ ของนาฬิกานับเวลาถอยหลังที่ติดตั้งไว้ ณ ใจกลางเส้น ไพรม์เมอริเดียน (Prime Meridian Line) แห่ง
OMEGA Seamaster Aqua Terra 44 Co-Axial Chronograph ‘London 2012
ตัวเรือนแข็งแกร่ง ขนาด 44.0 มิลลิเมตร ของ อควา เทอร์รา โค-แอคเซียล โครโนกราฟ ‘ลอนดอน 2012’ (Aqua Terra Co-Axial Chronograph ‘London 2012’) มีให้เลือกในสองเวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่นหนึ่งมาพร้อมคุณสมบัติ ของตัวเรือนทูโทนสองสีประดิษฐ์จากทองเรดโกลด์ 18 กะรัต คู่สเตนเลสสตีลขัดเงาและขัดด้าน และนำเสนอพร้อมสาย หนังผสมผสานสีน้ำเงินเข้ม ขณะที่อีกหนึ่งเวอร์ชั่นเป็นรุ่น ตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมสายสร้อยข้อมือโลหะเข้าคู่กัน
OMEGA Seamaster Aqua Terra 34 Co-Axial ‘London 2012’
นาฬิการุ่นพิเศษสำหรับ Olympic ปีนี้อีกหนึ่งเรือน ที่มาพร้อมความโดดเด่นของงานออกแบบ หน้าปัดตกแต่งด้วยลายเส้นในแนวตั้งและได้กลายเป็น หนึ่งในคอลเลกชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแบรนด์นับ ตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2008 นั่นคือ ซีมาสเตอร์ อควา เทอร์รา โค-แอคเซียล ‘ลอนดอน 2012’ (Seamaster Aqua Terra Co-Axial ‘London 2012’) ผสมผสานระหว่างสไตล์แฟชั่น ล้ำสมัยของคอลเลกชั่นเข้ากับความพิเศษของกลไก โอเมก้า โค-แอคเซียล Calibre 8520 หนึ่งในกลไกจักรกลนาฬิกาที่ดี ที่สุดในโลก
OMEGA Seamaster 1948 Co-Axial ‘London 2012’ Limited Edition
นับตั้งแต่การเปิดตัวในยุคแรกๆ เมื่อปี 1948 อันเป็นช่วงเวลาท้ายสุดที่ลอนดอนได้ เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และเพื่อร่วมรำลึกถึงการแข่งขัน 2012 เกมส์ โอเมก้า เตรียมเปิดตัวผลงานนาฬิการุ่นพิเศษ ซีมาสเตอร์ 1948 โค-แอคเซียล ‘ลอนดอน 2012’ ลิมิเต็ด เอดิชั่น (Seamaster 1948 Co-Axial ‘London 2012’ Limited Edition) จากงานออกแบบใหม่ ของนาฬิกาซีมาสเตอร์อัตโนมัติเรือนแรกของโอเมก้า และเป็นตัวแทนของความคลาสสิกเหนือกาล เวลา ด้วยความมีสไตล์ในปัจจุบันแม้จะผ่านวันเวลามากว่าหกสิบปี
The Spirits of Olympics
ณ การแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่สามสิบในกรุงลอนดอนปีนี้ทุกสายตาทั่วโลกจะต้องจับจ้องอยู่ที่เหล่าทัพนักกีฬาชายและหญิงผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อย่างเหลือเชื่อ และ โอเมก้า เองยังให้การสนับสนุนนักกีฬาผู้เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์หลายคนทั้งผู้ที่เคยเป็นตำนานและผู้ที่กำลังไต่เต้าเพื่อก้าวสู่ทำเนียบของตำนาน ทั้งนักกีฬาว่ายน้ำ ผู้ครองเหรียญทองนับไม่ถ้วนอย่าง ไมเคิล เฟลป์ส (Michael Phelps) และ ชัด เลอ คลอส (Chad le Clos) หนุ่มแอฟริกาใต้วัย 20 ปี นักกีฬารุ่นใหม่ไฟแรง นอกจากนี้ยังมีนักกรีฑาระดับตำนานที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในโลกอย่าง ไทสัน เกย์ (Tyson Gay) และ เจสสิกา เอนนิส (Jessica Ennis) นักกีฬาหญิง ดาวรุ่งชาวอังกฤษวัยเพียง 26 ปี ได้กลายเป็นหนึ่งในนักกรีฑาหญิงผู้โดดเด่นในยุคของ เธอ ด้วยการครองแชมป์โลกและแชมป์ยูโรเปียนสัตตกรีฑาหญิง เช่นเดียวกับแชมป์โลก ปัญจกรีฑาในร่ม
OMEGA House
ภายใต้ทาวน์เฮาส์ในยุคสมเด็จพระเจ้ายอร์ชแห่งอังกฤษอันงดงาม คือที่ตั้งของ โอเมก้า เฮาส์ (OMEGA House) คลับระดับเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมที่จะเปิดให้บริการกับเหล่าสมาชิก ภาพและแขกผู้มาเยือนที่ได้รับการเชิญเท่านั้นในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ โดยจะเปิดต้อนรับแขกครั้งแรกในวันที่ 28 กรกฎาคม และจะรับเป็นเจ้าภาพให้กับงานสำคัญๆ ด้วย บรรยากาศธรรมชาติอันแสนสงบ ณ ใจกลางเขตโซโหแห่งมหานครลอนดอน ไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม ศกนี้
(0)
GM WATCH
RELATED TOPICS
141 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
154 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ