Secret's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

แอนดรูว์ คาร์เนกี้ มหาเศรษฐีที่โลกไม่ลืม

แอนดรูว์ คาร์เนกี้ มหาเศรษฐีที่โลกไม่ลืม
“ผมขอรับรายได้ปีละไม่เกิน 50,000ดอลลาร์ และแม้จะมีเงินเกินจากนี้ ผมก็จะไม่พยายามใช้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่ง แต่จะขอใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรมเท่านั้น”

ขณะที่ แอนดรูว์ คาร์เนกี้ (Andrew Carnegie) ประกาศเจตนารมณ์นี้ เขาเป็นมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จสูงเป็นอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา ตอนที่ได้ฟัง หลายคนไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ตามที่พูด

แต่ในเวลาต่อมา แอนดรูว์ได้บริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อองค์กรสาธารณกุศล จนผู้คนเลิกสงสัยในตัวเขา ที่สำคัญคือ แม้เขาจะเสียชีวิตไปแล้วเกือบร้อยปี แต่มหาเศรษฐีในยุคหลังๆ ต่างก็หันมาทำการกุศลตามเขากันยกใหญ่

กระนั้นก็ใช่ว่าจะต้องเป็นมหาเศรษฐี คนธรรมดาอย่างเราๆ ก็สามารถนำวิธีคิดของแอนดรูว์ คาร์เนกี้ มาเป็นแบบอย่างได้เช่นกันเพราะชีวิตของเขาเป็นเรื่องของการสู้ชีวิตเพื่อเปลี่ยนตัวเองจากก้อนดินสู่ดวงดาวที่ใครๆ ก็ดำเนินตามได้

แอนดรูว์เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 ที่เมืองดัน-เฟิร์มลิน (Dunfermline) สกอตแลนด์ ขณะอายุ 12 ปี เขาได้อพยพตามครอบครัวที่หนีภัยแล้ง ไปอยู่ที่เมืองพิตส์เบิร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาแอนดรูว์เริ่มทำงานครั้งแรกด้วยการเป็นเด็กส่งของ หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นเด็กส่งโทรเลข ซึ่งไม่ว่า จะทำงานอะไร เด็กชายจะขยันและใส่ใจกับการทำงานมาก จนได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้างานอย่างรวดเร็ว

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของแอนดรูว์คือ การได้เป็นเลขานุการของโทมัส เอ. สกอตต์ (Thomas A. Scott) ตั้งแต่อายุยังน้อย โทมัสเป็นผู้บริหารของบริษัทการรถไฟเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania Railroad Company) บริษัทสร้างรางรถไฟและสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับรถไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ เขาสอนหลักการบริหารเงิน งาน และคนให้เด็กหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง ทำให้แอนดรูว์สร้างเนื้อสร้างตัวได้ และสามารถเปิดบริษัทคาร์เนกี้สตีล (Carnegie Steel Company) ของตัวเองขึ้นในปี ค.ศ. 1892

ในห้วงเวลาที่สหรัฐอเมริกากำลังพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เหล็กเป็นสินค้าที่คนต้องการมาก บริษัทของแอนดรูว์จึงเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและทำกำไรมากที่สุดในโลก

ทว่าในปี ค.ศ. 1901 แอนดรูว์ได้ตกลงขายบริษัทให้ เจ. พี.มอร์แกน (John Pierpont Morgan) นายธนาคารผู้ทรงอิทธิพลในยุคนั้น ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น United States Steel Corporation หลังจากนั้นแอนดรูว์ก็หันมาทำงานการกุศล เขียนหนังสือ และแสดงปาฐกถา เพื่อชักจูงให้นักธุรกิจหันมาใช้เงินเพื่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก

แม้ว่าเราจะไม่ได้ยินชื่อคาร์เนกี้สตีลอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรอีกในปัจจุบัน แต่ “คาร์เนกี้” กลับกลายเป็นชื่อของโรงเรียน มูลนิธิหน่วยงานวิจัย หอประชุม และสวนสาธารณะหลายแห่งส่วนสถานที่ที่มีจำนวนมากที่สุดและเป็นที่รู้จักกันดีที่สุด เห็นจะเป็น “ห้องสมุดคาร์เนกี้” นั่นเอง

แม้แอนดรูว์จะไม่เคยเรียนหนังสือในโรงเรียน แต่เขากลับได้ความรู้และความรื่นรมย์อย่างมหาศาลจากการอ่าน เขาจึงชอบสนับสนุนให้ผู้คนหันมาอ่านหนังสือกันมากๆ คนที่แอนดรูว์นับถือและเป็นผู้มีพระคุณ นอกจากโทมัสแล้วก็น่าจะเป็น ผู้พันเจมส์ แอนเดอร์สัน (James Anderson) นายทหารเกษียณอายุที่เปิดห้องสมุดให้คนภายนอกเข้าไปอ่านหนังสือได้ทุกเย็นวันเสาร์ ซึ่งเด็กชายแอนดรูว์เคยเป็นสมาชิกที่เหนียวแน่นของห้องสมุดเล็กๆ แห่งนี้

ความใจดีของผู้พันแอนเดอร์สันทำให้เขารู้ซึ้งถึงความสำคัญของการช่วยเหลือกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ และตกลงใจอุทิศรายได้ทั้งหมดของตนเพื่อคนที่ด้อยโอกาส จวบถึงวันที่เขาเสียชีวิต เขาใช้เงินก้อนสุดท้ายซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านดอลลาร์บริจาคให้แก่มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล และกองทุนชดเชยต่างๆ สมกับที่เขาได้ฝากเคล็ดลับในการใช้ชีวิตไว้ว่า

“จงใช้เวลาสามส่วนแรกของชีวิตเพื่อศึกษาหาความรู้ให้มากที่สุดใช้สามส่วนถัดมาเพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด และจงใช้เวลาสามส่วนสุดท้ายเพื่อใช้เงินทั้งหมดช่วยเหลือผู้อื่น”
(0)
Secret
RELATED TOPICS
106 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ