lipslove's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

แวะเที่ยวบ้านที่เหมือนย้อนสู่อีกโลกหนึ่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน......Time Tunnel

แวะเที่ยวบ้านที่เหมือนย้อนสู่อีกโลกหนึ่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน......Time Tunnel
ระหว่างที่เดินเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่มีห้องแถวรายเรียงติดกันทั้งสองฝั่ง กลิ่นหอมเครื่องเทศคล้ายโป๊ยกั๊กและอบเชยลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงรถเข็นกับเสียงตะโกนดังเป็นระยะๆ และเมื่อเจ้าของบ้านชาวอังกฤษ Jim Brewer ปลดล็อกประตูไม้เก่าบานยาว บรรยากาศภายใน ทำให้เรานึกถึงที่ไหนสักแห่งในหนังของหว่อง การ์-ไว หรือไม่ก็ The Lover
จิม บริวเวอร์ ผู้กำกับหนัง ช่างภาพ และนักเขียน
เป็นเวลา 16 ปีแล้วที่จิม บริวเวอร์ ผู้กำกับหนัง ช่างภาพ และนักเขียนผูกพันกับการอาศัยอยู่ในเมืองไทยพอๆ กับความหลงใหลการเดินทางไปยังที่ต่างๆในแถบเอเชีย ทั้งพม่า ลาว อินเดีย และเวียดนาม ด้วยจุดประสงค์เพื่อการงานและการใช้ชีวิต “เวลาไปร้านกาแฟ พนักงานถามผมว่าเลิกงานแล้วเหรอ ผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ผมรู้สึกว่าเราทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นเมื่อไหร่หรือจะจบลงเมื่อไหร่”
ห้องแถวสองชั้นที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางห้องแถวห้องอื่นๆที่มีขนาดเท่ากัน
ห้องแถวสองชั้นที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางห้องแถวห้องอื่นๆที่มีขนาดเท่ากัน หน้าตาเกือบเหมือนกันหลังนี้เป็นเสมือนผลผลิตจากทั้งการ ทำงานและการใช้ชีวิตของชายหนุ่มชาวอังกฤษผู้เป็นเจ้าของ สะท้อนถึงความชื่นชอบร่องรอยแห่งกาลเวลาและวัฒนธรรมแบบเอเชีย “เมื่อก่อน ผมเคยอยู่ที่อารีย์ ชอบต้นไม้ ชอบบรรยากาศรีโทรเหมือนย้อนไปเมื่อสามสิบสี่สิบปี จนเมื่อสิบปีที่แล้วผมเลือกมาอยู่ที่นี่ซึ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนกระโดดกลับไปสู่อีกโลกหนึ่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน บางครั้งก็เหมือนตัวเองย้ายเมืองไปอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ หรืออาจจะเป็นฮานอยทั้งๆที่ผมอยู่ตรงนี้ ผมว่าตอนนี้ให้ไปอยู่สุขุมวิทผมคงอยู่ไม่ได้แล้ว
“บ้านนี้เก่า อาจมีฝุ่นหรือความชื้นที่ทำให้ผมไม่ค่อยสบายแต่ผมยอมมันได้และบ้านนี้ก็ยอมผม ผมรู้สึกว่าเราต้องดูแลมันเหมือนเพื่อนที่แก่และผมกำลังดูแลอยู่”
ผมชอบบรรยากาศที่นี่ ชอบบ้านหลังนี้ เพราะมันมีบุคลิกเฉพาะตัว มีเรื่องราว เราได้เห็นร่องรอยและวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของมนุษย์ เวลาอยู่ในบ้านผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีประสบการณ์ร่วมอยู่กับอะไรที่มีประวัติศาสตร์ของมันเอง ช่วงสามเดือนแรกที่ย้ายเข้ามาผมแทบอยู่ไม่ได้ ต้องทำสีผนังใหม่ วิ่งไฟเพิ่ม อุดรอยน้ำรั่ว ตอนที่ซ่อมบ้านผมนึกถึงเวลาที่ตัวเองเดินทาง อย่างตอนไปลาวผมเดินทางด้วยเรือกับชาวบ้านที่นอนกันไป 5-6 คน มันไม่สบายหรอกแต่ผมสบายใจและเป็นโอกาสให้ผมได้ทำอะไรแปลกใหม่ บ้านหลังนี้ก็เหมือนกัน ผมเลือกให้เป็นแบบนี้ เป็นแบบที่ผมอยากอยู่
ห้องนอนผมเป็นสีดำ รู้สึกว่ามันสบายตา มันเหมือนอินฟินิตี้ที่เราไม่รู้ว่ามันจะจบตรงไหน
จริงๆผมไม่ค่อยชอบสีสันนะ แต่รู้สึกว่าการเติมสีฟ้า สีเขียว สีแดง มันทำให้บ้านมีชีวิตชีวา ห้องข้างล่างผมทาผนังด้วยสีเขียว ห้องน้ำทาสีแดง ส่วนห้องนอนผมเป็นสีดำ บางคนบอกว่าสีดำทำให้ห้องดูแคบ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันสบายตา มันเหมือนอินฟินิตี้ที่เราไม่รู้ว่ามันจะจบตรงไหน ผมอยู่ที่นี่นานจนรู้สึกผูกพันกับมัน ถ้าแต่งงานมีครอบครัวผมก็คิดว่าจะเก็บที่นี่ไว้เป็น สตูดิโอช่วงสองปีที่แล้วที่น้ำท่วม ฝนตกหนักที่หน้าบ้านนี้ก็ท่วมข้างหน้าแต่น้ำไม่เข้าบ้าน ผมว่า มันมีความชื้นที่อาจทำให้ผมไม่สบาย แต่ผมยอมมันได้และบ้านก็ยอมผมเหมือนกัน”
inscape, patina and resonance
3 คำไหนที่อธิบายบ้านของคุณ?
inscape, patina and resonance

กลิ่นอะไรที่ทำให้บ้านเป็นบ้าน?
คือกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ กลิ่นของปูน กลิ่นฝุ่น ผมว่าบ้านก็มีบุคลิกเหมือนคน คนเรามีเหงื่อออก บ้านนี้ด้วยอายุของมันก็ทำให้มีกลิ่นปูนที่เก่าตามกาลเวลา

คุณแต่งตัวอย่างไรเมื่ออยู่ที่บ้าน?
ผมใส่เสื้อสีดำตลอด จนเพื่อนบอกว่ามันเป็นยูนิฟอร์มไปแล้ว
อะไรคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านหลังนี้?
อะไรคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านหลังนี้?
ทุกอย่างครับ ของเก่าที่ผมเก็บ ของที่ใช้ทำงานหนังสือ ทุกสิ่งรวมกันทำให้บ้านหลังนี้เต็ม ผมยังคิดว่าถ้าอายุ 50 แล้วยังไม่ได้ Palm D’Or ผมคงเปลี่ยนตัวเองไปเป็นบรรณารักษ์ และให้บ้านหลังนี้เป็นห้องสมุด

มุมที่คุณใช้บ่อยที่สุดเมื่ออยู่ที่บ้าน?
ห้องนอน แต่ผมก็ชอบที่จะใช้ชีวิตนอกบ้านด้วย ผมว่าเราต้องมูฟเพื่อที่จะได้เกิดไอเดีย

หนังสือเล่มไหนอยู่บนหัวเตียง?
The Confession of An Opium-Eater พิมพ์ปี 1821 ของ Thomas De Quincey
ชาหรือกาแฟ?
คุณอยากชวนใครมาบ้านหลังนี้?
มีอยู่คนหนึ่งและเขาก็คงรู้ว่าเขาเป็นใคร

ชาหรือกาแฟ?
ชาตลอดเลยครับ ผมชอบจากจีนจากเมืองอานฮุย ชอบชาเขียวด้วย มันทำให้รู้สึกตื่นตัว แต่สบายไม่เหมือนเวลาดื่มกาแฟ

ของใหม่หรือวินเทจ?
ผมไม่เคยชอบคำว่าวินเทจเลยนะ แต่เพื่อนผมชอบแซวว่าผมไปคลองถมทุกวันเสาร์จนของเก่ามาอยู่ที่บ้านผมมากกว่าที่นั่นแล้ว ของใหม่ผมก็ชอบ ตึกใหม่ๆ เทคโนโลยี ดีไซน์ใหม่ๆหรือ iPhone ผมก็ชอบ

เสียงเพลงหรือความเงียบ?
ผมชอบเสียงเพลง แปลกดีนะครับที่ในการทำหนังเสียงสำคัญกว่าภาพอีก สิ่งสำคัญของหนังมีอยู่ 3 สิ่ง อันดับแรกคือเสียง ซึ่งเพลงก็คือส่วนหนึ่งของเสียง สองคือไอเดีย และสามก็คือภาพ
(0)
lipslove
ชอบๆ ค่ะ
(0)
kat.panyadilokpong
RELATED TOPICS