lonely planet traveller's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

แวะสัมผัสเมืองที่ผสานกลิ่นอายของสองทวีปไว้อย่างลงตัวใน Kazan The Cream of Tatar

แวะสัมผัสเมืองที่ผสานกลิ่นอายของสองทวีปไว้อย่างลงตัวใน Kazan The Cream of Tatar
สัมผัสเสน่ห์เมืองสุดยอดของสาธารณรัฐตาตาร์สถาน ดินแดนที่ยุโรปมาพบกับเอเชีย ชมมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียและหอคอยที่สร้างใน 7 วันบนเครมลินแห่งคาซาน ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองกำลังที่คึกคักพร้อมเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยโลกปีนี้

คาซาน (Kazan) ตั้งอยู่บนจุดบรรจบของแม่นํ้าวอลกาและแม่นํ้าคาซานกา เป็นนครมีความเก่าแก่ครบพันปี ไปเมื่อปี 2005 ที่ผ่านมา จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน ที่นี่มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ราวกับเป็นหม้อหลอมทางวัฒนธรรมของผู้คนต่างเชื้อชาติและศาสนา การผสมผสานของความเป็นตะวันออกและตะวันตก สมกับชื่อของเมืองคาซานที่แปลว่า ‘หม้ออาหาร’ ด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติและประชากรนั้น คนส่วนใหญ่คือชาวตาตาร์พื้นเมืองและก็ชาวรัสเซีย โดยมีศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์เป็นศาสนาหลัก
Volgar Bulgaria....การผสมผสานวัฒนธรรมมองโกลกับคนในพื้นที่
ในหน้าประวัติศาสตร์นั้น เมืองคาซานเคยอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรแห่งข่าน นับแต่ยุคที่เจงกิสข่านและทายาทแห่งมองโกลแผ่อำนาจเหนือพื้นที่แถบนี้ จึงมีการผสมผสานวัฒนธรรมมองโกลกับคนในพื้นที่ Volgar Bulgaria มาจนถึงยุคที่พระเจ้าอีวานจอมโหด (Ivan the Terrible) มีชัยชนะเหนืออาณาจักรข่าน และเข้ายึดครองคาซานนับแต่กลางศตวรรษที่ 16 และผนวกดินแดนนี้ไว้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียนับแต่นั้นมา
มัสยิดกุล ชารีฟ ได้ชื่อว่าเป็น มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และทวีปยุโรป
ปัจจุบันเมืองคาซานมีความโดดเด่นในภาพลักษณ์แห่งความเป็นพหุสังคม ที่มีความผสมผสานวัฒนธรรมของชาวตาตาร์และรัสเซีย ในกำแพงขาวของเครมลินแห่งคาซานนั้น เป็นที่ตั้งของมัสยิดกุล ชารีฟ (Kul Sharif)ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดของรัสเซียและทวีปยุโรป อันสร้างขึ้นใหม่เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2005 แทนที่มัสยิดหลังเดิมที่ถูกทำลายไปในอดีต ตั้งขึ้นตามชื่อของอิหม่ามที่พลีชีพปกป้องเมืองเมื่อกษัตริย์อีวานทรงเข้ายึดคาซาน แสดงความเป็นนครหลวงแห่งอิสลามที่สำคัญตอนเหนือสุดของโลก

บนพื้นที่ใกล้กันคือที่ตั้งของโบสถ์สำคัญแห่งศาสนาคริสต์ นิกายออร์ทอดอกซ์ อันเก่าแก่ที่สุดในเขตวอลกาตอนกลาง คือ Blagoveshensky-Annunciation Cathedral ที่กษัตริย์และบุคคลสำคัญของรัสเซียในอดีตมากมายเคยมาสักการะ อันเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันเคียงบ่าเคียงไหล่ทางศาสนาอย่างสมานฉันท์ อันเป็นความลักษณะพิเศษของสังคมที่นี่
หอคอยซูยุมบิกเคอะแห่งตำนาน
ไม่ไกลจากกันในเครมลินแห่งคาซาน มองเห็นหอคอยซูยุมบิกเคอะ (Suyumbika) ที่สูงเด่น หอคอยแห่งนี้มีตำนานที่แสนเศร้าเกี่ยวกับราชินีองค์สุดท้ายของคาซานที่ทรงพระสิริโฉม จนเล่าขานกันว่าเมื่อใดที่นางออกมาที่ระเบียง พระจันทร์ยังต้องหลบเข้าก้อนเมฆในยามราตรีชื่อเสียงความงามได้ยินไปถึงกษัตริย์อีวานจอมโหดที่เข้ายึดคาซานได้และปรารถนาจะได้นางไปเป็นชายา หากพระนางซูยุมบิกเคอะเดิมพันกับกษัตริย์อีวานว่า จะยอมอภิเษกด้วยก็ต่อเมื่อทรงสร้างหอคอยสูงที่สุดในเมืองได้ภายใน 7 วัน กษัตริย์อีวานทรงชนะเดิมพันด้วยการระดมไพร่พลสร้างหอคอยจนเสร็จตั้งแต่ก่อนรุ่งสางของวันที่ 7 แต่พระองค์ไม่ได้ทรงชนะในทุกสิ่ง เพราะในวันที่หอคอยเสร็จสิ้นและพิธีเฉลิมฉลองกำลังเริ่มต้นนั้น ราชินีซูยุมบิเคอะได้ขอขึ้นไปชมหอคอยแล้วทิ้งร่างลงมาจากชั้นสูงสุดปล่อยให้หอคอยนั้นเดียวดายเช่นเดียวกับการอภิเษกสมรสที่ไม่เคยเกิดขึ้น

นั่นเป็นเพียงตำนานของราชินีผู้เลอโฉมเคียงคู่หอคอยที่กลายเป็นหอเอน เพราะเอียงจากแนวตั้งฉากถึง 1.98 เมตรในปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของเมืองคาซานในทุกวันนี้ อย่างไรก็ดีในการสืบค้นทางประวัติศาสตร์กลับพบว่านางมีชะตากรรมที่ขมขื่นไม่น้อยกว่ากัน เพราะนางเป็นราชินีของ Khan Jan-Ali ผู้ถูกลอบปลงพระชนม์ในเหตุการณ์กบฏ นางต้องตกไปเป็นภรรยาคนที่ 5 ของ Safa-Grirai ผู้ชราถึง 14 ปี แม้ต่อมาลูกชายนาม Utyamish-Girei มีอำนาจ แต่ทั้งคู่ถูกรัฐประหารและถูกส่งตัวให้กษัตริย์แห่งมอสโก มีผู้เล่าว่าราชินีซูยุมบิกเคอะปฏิเสธการถูกบังคับให้เปลี่ยนศาสนาโดยถูกส่งตัวไปให้กับ Kasim Khan Shakh-Ali ขณะที่ลูกชายของเธอเสียชีวิตลงเมื่ออายุเพียง 20 ปี และถูกฝังไว้ในมอสโก
ช่างตีเหล็กบนเกาะ Sviyazhsk
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งอยู่ห่างออกไปนอกเมืองคาซานราว 30 กิโลเมตร คือเกาะเมือง Sviyazsk ที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อีวานจอมโหด เพื่อใช้เป็นที่ควบคุมกำลังและเป็นเส้นทางทั้งทางนํ้าและทางบกเมื่อเข้าครองเมืองคาซาน และได้สร้างโบสถ์วิหารขึ้นและเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ ศาสนาคริสต์ นิกายออโธดอกซ์แห่งแรกในพื้นที่ นับจากศตวรรษที่ 16
Arthur ผู้นำชมเกาะในฐานะหัวหน้าแผนกของการท่องเที่ยวแห่ง Sviyazhsk เล่าว่า ปัจจุบันบนเกาะยังมีผู้คนอาศัยอยู่ราว 400 คนและเต็มไปด้วยสถานที่น่าชมทางประวัติศาสตร์จากศตวรรษที่ 16 รวมทั้งศาสนสถานแม้ว่าส่วนใหญ่จะถูกพรรคบอลเชวิคทำลายไปในยุคสหภาพโซเวียต แต่ส่วนหนึ่งก็มีการบูรณะขึ้นใหม่ เช่น Nikolskaya Church และ Uspensky Cathedral รวมทั้งโบสถ์ที่เก่าแก่ Troitskaya -Trinity Church ที่ยังหลงเหลือมาจากยุคดั้งเดิม Sviyazhsk มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ กวีและนักแต่งนวนิยายชื่อดังอย่าง Alexander Pushkin มาแล้ว ว่าเป็นดินแดนที่งามราวกับในเทพนิยายเลยทีเดียว ปัจจุบันรัฐบาลได้จัดการให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาประวัติศาสตร์สำหรับผู้มาเยือน เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยผู้มาเยือนสามารถชมวิถีชีวิตแบบเก่า นั่งรถม้า ยิงธนู ฝึกตีเหล็ก และศึกษาเรื่องราวจากพิพิธภัณฑ์บนเกาะ
อาหารตาตาร์ที่น่าลิ้มลอง
รวมทั้งรับประทานอาหารพื้นเมืองตาตาร์ ซึ่งมีส่วนผสมของอาหารเอเชียและยุโรป ร้านอาหาร Trapeznaya ที่ได้อารมณ์ ลองลิ้มอาหารตาตาร์ เช่น Tokmach ซุบนํ้าใสใส่เส้นบะหมี่ Belish ขนมปังยัดไส้เป็ด หรือว่า Echpochmack พายสามเหลี่ยมยัดไส้มันฝรั่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารมองโกล และที่ขาดไม่ได้สำหรับขนมหวาน Chak-Chak ที่คล้ายกับข้าวตังคลุกเคล้าด้วยนํ้าผึ้ง ซึ่งหารับประทานได้ทั่วไป รวมทั้งตามร้านอาหารพื้นเมืองในคาซาน ถ้าใครอยากซึมซับบรรยากาศจริงๆ แล้ว ก็สามารถพักค้างคืนที่ Kamenev Merchant’s House โรงแรมเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างน่ารักการเดินทางมาที่เกาะแห่งนี้ในฤดูร้อนนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือมาจากคาซานได้ และยังมีการตัดถนนเป็นสะพานเชื่อมไปจนถึงตัวเกาะให้รถยนต์มาถึงได้อย่างสะดวกอีกด้วย
ความงามภายในวิหาร Peter and Paul
พ้นจากกำแพงเครมลินแห่งคาซานและเกาะแห่งประวัติศาสตร์ คืนสู่โลกยุคปัจจุบันของคาซาน เมืองที่ถือเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ การเงิน รวมทั้งด้านวัฒนธรรมของรัสเซียและยุโรปตะวันออกในวันนี้
จากมรดกทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานและความเก่าแก่นั้น ทำให้คาซานมีอาคารสวยมากมายที่แฟนพันธุ์แท้สถาปัตยกรรมคงต้องตะลึงงัน นับจากศาสนสถานที่สำคัญทั้งศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ อาคารศิลปะกอธิก บาโรก ศิลปะรัสเซีย หรือสถาปัตยกรรมที่ดูแข็งแกร่งจากยุคโซเวียต ไปจนถึงอาคารสมัยใหม่รูปทรงพีระมิดที่สามารถเดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน
เริ่มจากวิหาร Peter and Paul ที่เก่าแก่และถือว่าสวยโดดเด่นที่สุดในคาซาน ด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะแบบ Naryshkin Baroque ภายในโบสถ์ชั้นบนนั้นมีภาพเขียนของนักบุญ รวมทั้งภาพพระแม่ที่งดงาม นอกจากที่โบสถ์ Bogoroditsky (Virgin) Monastery มีตำนานรูปพระแม่อันศักดิ์สิทธิ์ “Kazan Icon of Mother of God” อันเป็นที่เลื่อมใสของคริสต์ศาสนิกชนแห่งคาซานและทั้งรัสเซีย
Alezandrovsky Passage เป็นหนึ่ง ในอาคารบนถนน Kremlevskaya ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามให้ชม
ลัดเลาะไปบนถนน Kremlevskaya ชม Alexandrovsky Passage อาคารที่สวยที่สุดหลังหนึ่งในคาซาน หรืออาคารหอสมุดแห่งชาติที่อยู่ใน Z.N Ushkov Mansion ที่มีรูปแบบการตกแต่งภายนอกและภายในที่สวยงามต่างสไตล์ ทั้งกอธิก แบบเยอรมัน แบบจีนที่น่าชม รวมทั้งในย่านชุมชนเก่าของชาวตาตาร์ มีอาคาร Shamil House ที่สวยงามราวกับปราสาทยุโรปในยุคกลาง หรือ Yunusov House แมนชันเก่าแก่
มุมหนึ่งของห้องจัดแสดง ใน Museum of Life Under Socialism
คาซานยังเป็นเมืองแห่งพิพิธภัณฑ์มากมายจนเลือกชมแทบไม่ครบ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของคาซานที่อยู่ในอาคารสวยงามที่สุดหลังหนึ่งของเมืองนี้ที่จัดแสดงสิ่งของที่น่าสนใจทั้ง ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของสาธารณรัฐตาตาร์สถาน พิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดชม ได้แก่ Museum of Life Under Socialism ซึ่งจัดแสดงคอลเลกชันข้าวของจากยุคของสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษ 70 และ 80 โดยในอาคารเต็มไปด้วยภาพตราสัญลักษณ์สังคมนิยมหนังสือเลนิน และลัทธิสังคมนิยม คล้ายที่บัญชาการลับของอุดมการณ์ทางการเมืองที่ตกค้างจากยุคโซเวียตอันที่จริงแล้วกลับกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สนุกและน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่ง
Rustem เจ้าของพิพิธภัณฑ์เอกชน
Valiahmetov Rustem เจ้าของพิพิธภัณฑ์เอกชนที่ได้รับความนิยมแห่งนี้เล่าถึงที่มาว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นโปรเจกยอดเยี่ยมที่ได้รับการรับรองจากการหน่วยงานของรัฐท้องถิ่น ภายในพิพิธภัณ์ที่ได้รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคโซเวียต มาจัดแสดงไว้ในรูปแบบที่ผู้เข้าชมสามารถจับต้องสิ่งของเหล่านั้นได้อย่างใกล้ชิด ที่ต่างคนต่างได้ค้นพบสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าสนใจ นับตั้งแต่เข็มกลัดดาวแดง ธงรูปค้อนและเคียว หนังสือเลนิน ของเล่น เครื่องใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงเสื้อผ้าของทหาร และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่อนุญาตให้ผู้เข้าชมลองสวมใส่ถ่ายรูปได้อย่างสนุกสนานถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของแบบนี้แห่งเดียวในรัสเซียซึ่งแยกออกมาตั้งเป็นอิสระ ในขณะที่พิพิธภัณฑ์อื่นเช่นที่มอสโก หรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอาจจะเป็นเพียงส่วนเดียว

ชายหนุ่มกล่าวว่า ของที่จัดแสดงนั้นสามารถสื่อกับอารมณ์ของผู้เข้าชมได้แทบทุกชิ้น ซึ่งเขาได้รวบรวมของต่างๆ ไว้นับแสนชิ้น โดยในช่วงแรกคนที่มาชมจะเป็นชาวต่างชาติ แต่ตอนนี้มีคนรัสเซียมาชมพอกัน ตั้งแต่7 ขวบถึง 70 ปีเลยทีเดียว มุมหนึ่งในพิธภัณฑ์ยังมี Rock-n-Roll Hall of Fame ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบ ที่จัดแสดงกีตาร์และแผ่นเสียงที่มีลายเซ็นของนักดนตรีร็อกชื่อดังมากมายด้วย โดยในบ่ายสุดสัปดาห์มักมีวงดนตรีมาเล่น และเปิดโอกาสให้ร่วมแจมกันอย่างสนุกสนานทำให้ที่นี่กลายเป็นพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่ง “ที่นี่เราไม่ได้สะสมเพียงสิ่งของ แต่เราสะสมอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ด้วย คุณรู้ไหมว่ามีสองสิ่งที่เรียกอารมณ์ของคนรัสเซียได้ อย่างแรกคือวอดกา อย่างที่สองคือให้เขาดูของเก่าจากยุคโซเวียตเหล่านี้นั่นแหละ”
ถนน Bauman ที่คึกคักด้วยผู้คนตั้งแต่ เช้ายันคํ่า
ทุกวันนี้คาซานมีมหาวิทยาลัยถึง 29 แห่ง และนักศึกษามากกว่าแสนห้าหมื่นคน เรียกได้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรเมืองคาซานจึงเป็นนักศึกษา เมืองแห่งนี้จึงเป็นเมืองของหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยพลวัตและความสนุกสนาน

นอกจากในย่านมหาวิทยาลัยแล้ว ที่ซึ่งจะพบปะกับพวกเขาได้คือย่านถนนคนเดิน และย่านชอปปิงอย่าง Bauman Street ที่ไม่เคยเงียบเหงา ไม่ว่าคุณจะตามล่าหาของที่ระลึกจากคาซาน แวะสั่งเมนูแมคโดนัลด์ภาษารัสเซียที่แสนท้าทายมารับประทาน หรือว่ามองหาที่นั่งกินดื่มแล้วถนน Bauman ที่ใครๆ เรียกว่า บอร์ดเวย์แห่งคาซาน คือคำตอบของการได้มาสัมผัสสีสันชีวิตของเมืองคาซานที่น่าเพลิดเพลิน
บรรยากาศของเมืองที่ พร้อมรับกีฬามหาวิทยาลัยโลก
สำหรับชาวเมืองคาซานนั้น ในฤดูร้อนที่จะมาถึงนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี บัดนี้บรรยากาศทั่วเมืองคาซานที่เต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉง และสปิริตของการแข่งขันกีฬา ป้ายที่ติดตามสถานที่ต่างๆ มีภาพของเสือภูเขามีปีก หรือ‘Ak Bars’ สัตว์สัญลักษณ์ของตาตาร์สถานที่ถูกนำมาใช้เป็นมาสคอตของมหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยระดับโลกภาคฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ หรือแม้แต่ตามถนนหนทางก็มีกราฟฟิกตี World Universiade ซึ่งถูกพ่นลงบนกำแพงอย่างมีศิลปะ

ฤดูร้อนกำลังจะมาถึง เมืองคาซานกำลังจะถูกจับจ้องจากทั่วโลกและชื่อของเมืองแห่งนี้จะถูกกล่าวถึงบ่อยครั้ง ถือเป็นเพชรที่เจิดจรัสทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นอกจากมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ดินแดนที่ความเป็นพหุลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาแห่งสองทวีปที่มาบรรจบกันและถูกบ่มเพาะด้วยประวัติศาสตร์และกาลเวลาในองศาที่พอดี ที่ช่วยเจียระไนและสร้างความเป็นตัวตนที่โดดเด่นให้เมืองแห่งนี้

เสือภูเขาติดปีกกำลังโจนทะยานขึ้นสู่ฟ้า เมืองหลวงแห่งสาธารณรัฐตาตาร์สถานนี้พร้อมแล้วที่จะอวดโฉมให้โลกได้เห็นความงามที่เก็บงำไว้อย่างเต็มภาคภูมิ
(0)
lonely planet traveller
RELATED TOPICS
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
3 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
12 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
13 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
14 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
16 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
12 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
13 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
18 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ