lemonade's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

แต่งงานทั้งทีจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนดีน้า?

แต่งงานทั้งทีจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียนดีน้า?
กฎหมายไทยให้จดทะเบียนสมรสและจดทะเบียนหย่าง่ายมาก(แค่ตกลงกันได้ก็จูงมือไปจดทะเบียนสมรสหรือหย่าได้เลย)
การเลือกจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียน ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าเราเลือกทำให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดก็จะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายอย่างเต็มที่ แต่ ถ้าเลือกอยู่กินกันเฉยๆ สิทธิบางอย่างที่ควรได้รับในฐานะสามี - ภรรยาก็จะไม่สมบูรณ์
เงื่อนไข คือ จะจดทะเบียนสมรสกันได้ต้องอายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป(ไม่ต้องขอผู้ปกครอง)
การแต่งงานที่ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายต้องมีการจดทะเบียนสมรสเท่านั้น การจัดงานเลี้ยง ผูกข้อไม้ข้อมือ การขอขมาพ่อแม่ถือเป็นเรื่องทางสังคม ไม่ถือว่าเป็นการแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ของหมั้นและการหมั้น
ของหมั้นและการหมั้น
ของหมั้นเป็นสิ่งที่ฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนให้แก่ฝ่ายหญิง เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะทำการสมรสกับหญิง(ของหมั้นจะตกเป็นสิทธิ์แก่ “หญิง” ทันที เป็นการตกลงว่าจะมีการแต่งงานในอนาคต ประมาณว่า "จองไว้ก่อน")
เมื่อเป็นคู่หมั้นแล้วก็มีสิทธิ์เรียกค่าทดแทน* จาก“ชู้” ได้
องค์ประกอบสำคัญของการหมั้นก็คือ จะต้องมีการให้ของหมั้นกันในวันหมั้น จึงถือว่าสัญญาหมั้นเกิด (ดังนั้นสาว ๆ ไม่จำเป็นต้องเรียกของหมั้นราคาแพงมากเกินควรแค่แหวนทองเกลี้ยงวงนึงก็ถือเป็นของหมั้นได้แล้วเพราะ หากเรียกร้องมากเกินไปจนฝ่ายชายไม่มีให้แล้วขอผัดผ่อนจะนำมาให้ในวันหลัง ก็ถือว่าไม่มีของหมั้นในวันที่หมั้น ฉะนั้นเท่ากับว่า สัญญาหมั้นยังไม่เกิดนะจ๊ะ)
ประโยชน์ของการหมั้น คือ กรณีที่สัญญาหมั้นเกิดแล้วแต่ต่อมาไม่มีการสมรสกัน ฝ่ายผิดจะต้องจ่ายค่าทดแทน

*หากโดนแย่งคู่หมั้น คู่หมั้นฝ่ายหญิงมีสิทธิ์เรียกค่าทดแทนจากหญิงมือที่สามเป็นเงินเท่านั้น
สินสอดและการแต่งงาน
สินสอดและการแต่งงาน
สินสอด หมายถึง ของที่ให้แก่ “ผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิง”เพี่อตอบแทนที่ยอมให้หญิงมาสมรสด้วย
สินสอดนี้ฝ่ายชายสามารถเรียกคืนได้ถ้ามีการผิดสัญญากัน อันได้แก่
1.มีเหตุสำคัญเกิดแก่ฝ่ายหญิงหรือมีพฤติการณ์ที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายต้องรับผิดชอบเช่น หนีตามชายอื่น หรือไม่ยอมเป็นภรรยา
2.เหตุที่ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้น เช่น หญิงนั้นได้จดทะเบียนสมรสกับชายอื่นแล้ว หรือหญิงนั้นมีคู่สมรสอยู่แล้ว หรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง
สินส่วนตัว
ทรัพย์สินที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอยู่ก่อนหรือโอนมาก่อนแต่งงาน เช่น บ้านรถ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ
เครื่องใช้สอยส่วนตัว / เครื่องแต่งกาย / เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ การทำมาหากิน / เครื่องประดับที่สมควรแก่ฐานะ (แม้จะซื้อหลังจากที่แต่งงานแล้วก็ยังถือว่าเป็นสินส่วนตัว)
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับมรดกจากพ่อแม่ของตนหรือได้มาจากการให้โดยเสน่หา
ของหมั้นถือเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายหญิง
สินสมรส
ของที่ได้มาหลังจากจดทะเบียนสมรส ถือเป็นสินสมรส (หมายถึงถือเป็นของกลางที่สามีภรรยามีสิทธิ์ร่วมกันต้องหารครึ่งแม้แต่เงินเดือนก็ต้องหารครึ่ง ของที่ได้มาหลังจดทะเบียนสมรส เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำธุรกิจร่วมกัน ถือว่ามีสิทธิ์ร่วมกัน เหตุผลเพราะเงินที่นำไปจ่ายเพื่อให้ได้ของนั้นมาเป็นเงินในส่วนของสินสมรส)
ของที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือ แต่มีการระบุว่าให้ใช้ร่วมกัน
ดอกผลของสินส่วนตัว เช่น เงินค่าเช่าบ้านที่ได้มา ดอกเบี้ยของเงินที่ให้คนอื่นกู้ยืม
กรณีผู้ชายนอกใจ(มีผู้หญิงอื่น)
กรณีผู้ชายนอกใจ(มีผู้หญิงอื่น)
ไม่จดทะเบียนสมรส :
สิ่งที่ผู้หญิงจะเสียเปรียบ
1. ไม่มีเอกสิทธิ์แสดงตัวว่ามาก่อน ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น
2. ไม่ได้อยู่ในฐานะภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย หญิงทุกคนที่เข้ามาพัวพันกับชายคนนี้มีสิทธิ์เท่ากันหมด เรียกว่าไม่มีใครเหนือกว่าใคร ต่อให้มีลูกก็ยังไม่มีสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นเพราะ เรื่องลูกเป็นเรื่องความรับผิดชอบของฝ่ายชายที่แยกพิจารณาต่างหาก แต่ไม่ได้มีผลโดยอัตโนมัติที่จะทำให้หญิงคนนั้นกลายเป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายของชายขึ้นมาได้
จดทะเบียนสมรส :
1. มีฐานะเป็นภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงคนเดียว (เพราะกฎหมายไทยห้ามการจดทะเบียนสมรสซ้อน)
2. มีเอกสิทธิ์แสดงตัว แสดงความเป็นเจ้าของได้ และมีสิทธิ์เหนือกว่าหญิงใด ๆ เช่น มีสิทธิ์หวงกันไม่ให้หญิงอื่นมายุ่งกับสามี
3. สิทธิทางแพ่ง ภรรยาหลวงสามารถไปฟ้องเรียกร้องค่าทดแทนจากหญิงมือที่สามได้ ในฐานะที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามี โดยที่ไม่ต้องฟ้องหย่าสามีก็ได้
4. แต่ถ้าจะใช้สิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากทั้งตัวสามีและหญิงมือที่สาม ก็ทำได้เช่นกัน แต่หมายความว่า ภรรยาหลวงไม่ต้องการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสามีอีกต่อไปและก็จะต้องฟ้องหย่าสามีด้วย
กรณีมีลูก
กรณีมีลูก
ไม่จดทะเบียนสมรส :ลูกจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
1. ลูกที่เกิดมาจะถือเป็น “บุตรนอกสมรส” แต่มีทางแก้ที่จะทำให้เป็น “บุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ” ด้วยกัน 3 ประการเท่านั้น
พ่อแม่จดทะเบียนสมรสกัน
พ่อไปจดทะเบียนรับรองบุตร(โดยพ่อต้องเซ็นรับรองบุตร ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น จึงจะมีผลทางกฎหมายมักเข้าใจผิดกันว่าการเซ็นรับรองที่โรงพยาบาลว่าเป็นบิดาเป็นการรับรองบุตรแล้ว ถือว่ากรณีนี้เป็นแค่การรับรองโดยพฤตินัยเท่านั้น)
ให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร
2. เมื่อมีฐานะแค่บุตรที่พ่อรับรองแล้วโดยพฤตินัย ก็มีสิทธิแค่เพียงเป็นทายาทได้รับมรดกเมื่อผู้เป็นพ่อเสียชีวิตเท่านั้น แต่จะไม่ได้รับสิทธิ์ในค่าอุปการะเลี้ยงดู ได้แก่ ค่าคลอด ค่าเลี้ยงดู และค่าเล่าเรียนจากบิดา
จดทะเบียนสมรส :
1. บุตรที่เกิดมาถือว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
2. ได้รับสิทธิ์เต็มที่ทั้ง 2 ประการ ได้แก่ ค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดา และได้รับมรดกเมื่อบิดาเสียชีวิต
กรณีภรรยาน้อยต้องการให้สามีรับรองลูกที่เกิดมาว่า เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชาย ทำได้ แต่ในขณะเดียวกันถือเป็นการเปิดเผยฐานะตัวเองว่าเป็นภรรยาน้อย ซึ่งอาจถูกภรรยาหลวงฟ้องเรียกค่าทดแทนในฐานะที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามี
(0)
lemonade
สมัยนี้จดทะเบียน ไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุล ไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า เวลาหย่าก็ไม่ยุ่งยาก จดไปเลยครับ
(1)
sakon
RELATED TOPICS