WE's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เรื่องราวของพ่อหมอกับคู่รักที่เป็นมากกว่า“คู่ชีวิต”

เรื่องราวของพ่อหมอกับคู่รักที่เป็นมากกว่า“คู่ชีวิต”
ในยุคที่คนเราพกสมาร์ทโฟนคู่กับบัตรประชาชน และสื่อสารกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (แม้จะอยู่ในวงข้าวเดียวกัน) อินเทอร์เน็ตทีวีดูจะเบียดตัวเข้ามามีพื้นที่ในใจผู้ชมมากขึ้น และ SpokeDark TVเป็นอินเทอร์เน็ตทีวีอีกช่องที่กำลังมาแรง เห็นได้จากกระแสความปลื้มรายการ “โมเมพาเพลิน”ในหมู่สาวๆ หรือยอดวิวหลายแสนของรายการ “เจาะข่าวตื้น ดูถูกสติปัญญา”

จรรยา วงศ์สุรวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง และณัฐพงศ์ เทียนดี Managing Director คือส่วนสำคัญของความสำเร็จนี้ WE ไม่ได้อยากรู้หลักการบริหารงานโปรดักชั่น แต่อยากรู้หลักการบริหารความสัมพันธ์ที่ทับซ้อนกันระหว่างหน้าที่การงานและเรื่องส่วนตัว ในฐานะที่ทั้งคู่เป็นสามีภรรยาที่บริหารงานร่วมกัน

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน คุณแอ้ม - ณัฐพงศ์ เทียนดี ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องกุมภาพันธ์มาก ถึงขนาดที่หนังจบไปแล้วก็ยังเข้าไปดูเว็บไซต์ของหนังเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ ไล่ดูรายชื่อทีมงานทุกคนจนสะดุดตากับรูปผู้หญิงหน้าดื้อที่ชื่อจรรยา วงศ์สุรวัฒน์ ผู้ช่วยผู้กำกับจึงก๊อปอีเมลไปขอแอด msn ไว้ความรักที่เริ่มต้นจากภาพยนตร์รักของคนชอบหนังรักกับคนทำหนังรัก จะออกมาในรูปแบบไหน... เชิญติดตามได้เลยฮัฟฟฟว์
คนรัก >> คู่ชีวิต
ราว 1 ปี หลังทักทายกันทาง msn คุณแอ้มทำเซอร์ไพร้ส์ขอคุณโรซี่แต่งงานแบบสายฟ้าแลบ “ผมรู้ว่าเวลาค่อนข้างสั้น แต่เราเจอผู้หญิงที่ใช่แล้วก็ไม่อยากพลาดไป (อะไรที่ทำให้คิดว่า “ใช่” ในเวลาอันรวดเร็ว - WE) เขาเป็นธรรมชาติ อยู่ด้วยแล้วสบาย ไม่ต้อง ‘ปั้น’ และสิ่งที่ชอบมากคือเขาแสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ กอด หอม พูดคำว่ารักตลอด
ตรงนี้ต้องขอบคุณครอบครัวเขาที่แสดงความรักต่อกัน แล้วเขาก็มาปฏิบัติต่อกับผม ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกขาดความรักหรือความอบอุ่นเลย” ฝ่ายขอแต่งงานให้เหตุผล

• ทำไมคุณโรซี่ถึงตกลงคะ
“เขาเหมือนพ่อเรา เป็นคนสะอาดมีระเบียบเรียบร้อย ขี้เกรงใจ แล้วก็รักลูก
เราด้วย (ลูน่า - แมวของคุณโรซี่) เห็นกระบะทรายลูกเราเก่าก็ซื้ออันใหม่มาฝาก น่ารักมากรู้สึกว่าเขาเป็นคนใจดีตั้งแต่ตอนคุยโทรศัพท์แล้ว เพราะใส่ใจว่าเราเคยคุยหรือเล่าอะไรให้ฟัง ช่วงทำงานหนักก็ส่งดอกไม้มาให้ที่ออฟฟิศ
เราก็...ไปหาออฟฟิศฉันเจอได้ไง เป็นคน
มีความสามารถรอบด้านจริงๆ
คู่ชีวิต >> หุ้นส่วนชีวิต
3 ปีผ่านไป ทั้งคู่เดินเลยคำว่า “คู่ชีวิต” มาแล้ว… คุณว่าคนเราจะเป็นส่วนหนึ่ง
ในชีวิตของกันและกันได้มากแค่ไหน
“แรกๆ ผมไม่อยากเข้าไปยุ่งกับงานของ
เขามาก อยากเว้นระยะห่างนิดหนึ่ง แต่เห็นเขาทุกข์ทรมานกับเรื่องเทคโนโลยี ก็เลยช่วยแนะนำบ้าง แต่สุดท้ายก็ฝังรากลึก รู้ตัวอีกทีบริษัทผมรวมตัวกับบริษัทเขาไปแล้ว โนว์ฮาวทางด้านเว็บ เทคโนโลยีต่างๆ ก็เอามาซัปพอร์ต
ทางด้านโปรดักชั่นหมด ไม่ได้รับลูกค้าอื่นเลย” คุณแอ้มเริ่มเล่า ก่อนที่คุณโรซี่จะอธิบายว่า
“ก่อนหน้านั้นเขาแค่มาช่วย เพราะเมียง่อยเทคโนโลยี แต่ตอนแต่งงานกันแรกๆ
เมียออกไปทำงาน ผัวนั่งทำโปรแกรมให้ลูกค้าอยู่บ้าน กลับมาเจอกันตอนเย็น สักสามสี่เดือนผ่านไป เขาดูจ๋อยลงๆ เราก็ ‘เป็นอะไรทำไม ดีเพรสเหรอ หาหมอดูไหม หรือไปทำบุญไหม ปีนี้เป็นปีชงของป่าป๊านะ’ (ทำเสียงเล็กเสียงน้อย) เขาก็เลยบอกว่าเขาเหงา เพราะแต่งงานแล้วย้ายออกไปอยู่นอกเมือง เหมือนอยู่ตัวคนเดียว แมวหนึ่งตัวของเมียก็ไม่สามารถช่วยคลายเหงาได้ ก็เลยชวนว่าหอบงานไปนั่งทำด้วยกันไหมล่ะ จะได้
ไม่เหงา นั่นคือจุดเริ่มต้น แล้วพออยู่ออฟฟิศเดียวกัน เราก็เริ่ม...ช่วยทำนี่หน่อยดิ สุดท้ายก็มั่วซั่วจนมาเป็นบริษัทเดียวกัน”
มีมุมมองไหนที่อยากจะแนะนำสำหรับคนรักที่อยากจะทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น
“เลดี้เฟิร์สต์” คุณแอ้มให้เกียรติภรรยา “คิดว่าการทำงานหรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมันน่าจะคล้ายๆ กันคือหนึ่งต้องให้เกียรติ
กันอย่างถึงที่สุด สอง พยายามมองข้อดีของกันไว้เยอะๆ แล้วก็สามคือ เรื่องการสื่อสาร มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่าโจมตีหรือตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน อย่าเริ่มจาก ‘เห็นไหมล่ะ’ หรือ ‘มันแย่นะ’ เพราะจะทำให้เกิดการต่อต้านในใจตั้งแต่แรก
“แต่ในความเป็นจริงทำงานด้วยกันก็มีพลาดมีเผลอไปพูดอะไรที่ทำให้เขารู้สึกว่าเราต่อว่าเขาอยู่ ทั้งที่ไม่ได้คิดแบบนั้น แค่นอยด์มากเกินไปหน่อย”
“ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ผมจะไม่โต้กลับทันทีจะอึนๆ ไปแป๊บหนึ่ง แล้วพอมีบทสนทนาที่เกี่ยวเนื่องมาก็จะบอกเขาว่า ไม่พอใจเรื่องนี้เพราะคิดว่าหม่ามี้คิดอย่างนี้กับป่าป๊า เขาก็จะอธิบายว่า ไม่ได้คิดอย่างนั้น แล้วค่อยเคลียร์กันดีๆ แต่ไม่ใช่เก็บไว้นานจนกลายเป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ แบบปล่อยไว้ 3 วัน 5 วันจนทะเลาะเรื่องอื่นแล้วยกขึ้นมาพูดว่า ‘ก็อย่างวันนั้นน่ะ...’ แบบนี้แถวบ้านเรียกฉิบหายละ”(หัวเราะ) คุณแอ้มบอกเทคนิค
(0)
WE
RELATED TOPICS