กุลสตรี's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เรามาสอนหนูน้อยให้รู้จักไหว้ผู้ใหญ่กันดีกว่าคุณแม่ทั้งหลาย

เรามาสอนหนูน้อยให้รู้จักไหว้ผู้ใหญ่กันดีกว่าคุณแม่ทั้งหลาย
ธุจ้า...เก่งมาก! เด็กดีของแม่
พอพูดถึงคำว่า “สัมมาคารวะ” ฟังดูแล้วเป็นนามธรรมมากเลยนะครับ การสอนสิ่งที่เป็นนามธรรมสำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กต้องทำให้เป็นรูปธรรมให้มากที่สุดครับ ประมาณใกล้ 1 ขวบ เด็กส่วนใหญ่เริ่มทำตามคำสั่งง่ายๆของพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูได้แล้วครับ เวลาเราขอของที่ลูกถือ บอกให้ลูกยิ้ม บ๊ายบาย บอกให้เขาชี้ตาหู จมูก เขาจะทำได้เป็นอย่างดี ถึงจะยังไม่เข้าใจมากนักว่า ทำไปเพื่ออะไรหรือมีประโยชน์อะไร การสอนลูกวัยนี้ใช้วิธีทำให้ดู จับมือทำพอลูกทำได้ก็ชื่นชมกันให้เขาหน้าบาน ลูกก็จะหัดทำมากขึ้นครับ ธุกันไปนานเข้าลูกจะเริ่มแยกแยะได้มากขึ้นครับว่า จะธุใครดี เมื่อลูกโตขึ้นหน่อยก็ค่อยๆ ให้เหตุผลกันมากขึ้นทีละน้อย พูดง่ายๆ ธุน้า ธุป้า ธุลุง แล้วก็ชื่นชมกันครับ โตขึ้นไปอีกก็เพิ่มคำพูดและเหตุผลให้ยาวขึ้น “สวัสดีคุณน้าก่อนนะคะ เด็กต้องสวัสดีผู้ใหญ่ค่ะ” “หนูน่ารักมากเลยที่สวัสดีน้าโดยที่แม่ไม่ต้องบอก” พอโตขึ้นอีกสัก 6-7 ขวบไปแล้ว ก็พูดสอนลูกอย่างนี้ครับ “คนที่อายุน้อยกว่าต้องสวัสดีผู้ใหญ่ด้วยการไหว้ค่ะ” พูดแล้วไม่พอนะครับ คุณแม่เองต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างด้วยครับ เห็นใครอายุมากกว่าตัวเองก็ต้องสวัสดีให้ลูกเห็นในบริบทที่เหมาะสม พอโตขึ้นอีกลูกอาจมีคำถามว่า “ทำไมแม่ไม่เห็นสวัสดีป้าแม่บ้านเลย แต่ป้าแม่บ้านสวัสดีแม่ทั้งที่แม่อายุน้อยกว่า” ตอนนี้เราก็อธิบายมากขึ้นได้ครับ“นอกจากอายุแล้ว ยังต้องดูอีกว่าใครเป็นผู้น้อยหรือผู้ใหญ่ตามบริบทของสังคม ผู้น้อยเช่น คนเป็นลูกน้อง ผู้ใหญ่ เช่น คนเป็นหัวหน้าหรือเจ้านาย แม้จะอายุน้อยกว่าแต่คนไทยมักให้เกียรติผู้ใหญ่ คุณป้าแม่บ้านเป็นลูกน้องแม่คุณป้าก็เลยสวัสดีแม่” แต่โดยทั่วไปเด็กมักเรียนรู้ผ่านสิ่งที่เด็กเห็นตามประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตของเขา โดยมักไม่ต้องถามคำถามนี้ครับ
3 โรคฮิตของเด็กช่วงเปิดเทอม
โรคที่พบบ่อยในเด็กช่วงโรงเรียนเปิดเทอมหน้าฝน คือ 1. โรคไข้เลือดออก 2. โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ 3. โรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกที่กรมควบคุมโรคชี้ว่า ปีนี้มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากกว่าปีที่แล้ว 3.3 เท่า และคาดว่าจะมีนักเรียนป่วยมากกว่าทุกปี
โรคไข้เลือดออก
- เป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ
- จะมีอาการไข้สูง 2-7 วัน มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกหรือไอ อาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดท้องอาเจียน จุดเลือดออก หรือเลือดกำเดาไหล
- การรักษาโรคไข้เลือดออก ไม่มียารักษาเฉพาะเป็นการรักษาแบบประคับประคองและเฝ้าระวังภาวะช็อกหรือเลือดออก โดยให้ยาลดไข้คือ พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการให้ยากลุ่มแอสไพริน เนื่องจากทำให้เกล็ดเลือดผิดปกติในรายที่อาเจียนมากและกินอาหารไม่ได้ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล เพื่อให้สารน้ำทางหลอดเลือดและดูอาการอย่างใกล้ชิด
โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
- เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบบ่อยและติดต่อง่าย
- ติดต่อโดยการไอหรือจาม เชื้อจะเข้าทางเยื่อบุตา จมูกและปาก หรือสัมผสสิ่งที่ปนเชื้อโรค เช่น ผ้าเช็ดหน้า ช้อน แก้วน้ำ การจบ
- อาการของโรคไข้หวัดจะมีอาการน้ำมูกไหลไอ และมีไข้ไม่สูงมาก สำหรับไข้หวัดใหญ่มักมีไข้สูง มีน้ำมูก ไอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและอ่อนเพลีย ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการหอบเหนื่อย
- การรักษาให้นอนพักผ่อนมากๆ ไม่ควรออกกำลังกาย ดื่มน้ำ หรือน้ำผลไม้ ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงยากลุ่มแอสไพรินยาปฏิชีวนะไม่จำเป็นเพราะเกิดจากเชื้อไวรัสแพทย์อาจสั่งยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ควรกินยาต่อเนื่องจนครบ หากมีอาการรุนแรงอาเจียนมาก กินอาหารไม่ได้หรือหอบเหนื่อยควรส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
โรคมือ เท้า ปาก
- เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปีแต่จะเพิ่มมากขึ้นช่วงหน้าฝน พบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
- อาการจะมีไข้ เจ็บคอ มีตุ่มพองใสคล้ายแผลร้อนใน หรือมีแผลในปาก โดยมากพบที่บริเวณด้านหน้าต่อมทอนซิล เพดานปากด้านหลังลิ้นไก่ อาจกระจายกว้างในช่องปากกระพุ้งแก้ม เหงือกและลิ้นได้ ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าอาจพบตุ่มพองใส
- โรคนี้ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เองยังไม่มียารักษาเฉพาะ จึงใช้การรักษาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ และยาทาแผลในปาก ที่สำคัญคือการป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงถึงชีวิต ตามปกติโรคนี้มักไม่รุนแรง แต่ถ้าเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 อาจมีอาการรุนแรงได้
- หากพบมีไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ต้องรีบพาไป รพ.ทันที
- การป้องกัน เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสลำไส้ การรักษาสุขอนามัยในการรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญเริ่มตั้งแต่ผู้ดูแลเด็ก ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมอาหาร ฝึกบุตรหลานให้ล้างมือให้สะอาดหลังขับถ่ายและก่อนกินอาหาร หลีกเลี่ยงการพาบุตรหลานไปในที่แออัด และหากบุตรหลานมีอาการป่วยสงสัยโรคมือ เท้า ปาก ควรพาไปพบแพทย์
ข้อปฏิบัติสำคัญสำหรับเด็กในช่วงเปิดเทอม
อย่างแรกต้องดูแลร่างกายของเราให้แข็งแรงไว้ก่อน โดยรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่และอย่าลืมอาหารมื้อเช้าด้วย เพราะสำคัญกับร่างกายและสมองของเด็ก ๆ นอกจากนี้เด็กยังควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ล้างมือบ่อยๆ ง่ายๆแค่นี้ก็ช่วยให้เราปลอดภัยห่างไกลโรคได้
(0)
กุลสตรี
RELATED TOPICS
159 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ