art4d's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เมื่อได้มาชม 'ปลากระเบน' อาคารกลางน้ำของโอสถสภา ที่มีสไตล์โดดเด่นหลังนี้

เมื่อได้มาชม 'ปลากระเบน' อาคารกลางน้ำของโอสถสภา ที่มีสไตล์โดดเด่นหลังนี้
‘ปลากระเบน’ ลุงคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานของโอสถสภาพยายามจะอธิบายถึงอาคารศูนย์ประชุมที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันค่อนข้างจะจริงอย่างที่แกพูดที่อาคารหลังนี้มีลักษณะดังกล่าว ตัวอาคารสี่เหลี่ยมที่ยกลอยเหนือผิวน้ำแลดูเหมือนตัวปลาในขณะที่ทางเดินซึ่งเชื่อมตัวอาคารกับตลิ่งแลดูเหมือนหาง เป็นธรรมดาที่เมื่อเราพบกับอะไรที่เราไม่คุ้นเคยเราจะพยายามอธิบายมันด้วยสิ่งที่เรารู้จัก สถาปัตยกรรมอาจถูกนิยามหรือเปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่ที่สำคัญสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องของการรับรู้หรือการมีประสบการณ์ในที่ว่าง ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะแนะนำว่าเจ้าปลากระเบนตัวนี้เป็นงานสถาปัตยกรรมอีกชิ้นที่เราควรจะได้แวะไปเยี่ยมเยียนกัน
บริเวณโถงต้อนรับหน้าห้องประชุมใหญ่
เมื่อบอกว่าอาคารนี้เป็นศูนย์ประชุมของบริษัทโอสถสภาอาจเข้าใจว่าตึกนี้มีโปรแกรมที่ค่อนข้างจะเป็นการเป็นงาน แต่ถ้าบอกว่าเป็นอาคารสำหรับรองรับผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมชมโรงงานผลิตเครื่องดื่ม M-150 ที่อยุธยาซึ่งส่วนมากจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเราคงจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าอาคารหลังนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ซึ่งเป็นทางการนัก โอสถสภาคิดว่าบริษัทควรจะมีอาคารสำหรับรองรับกิจกรรมในลักษณะนี้โดยเฉพาะโดยวางโปรแกรมไว้ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ (Osotspa Plant Tour) และเมื่อตัดสินใจสร้างแล้วโอสถสภาได้ตั้งโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายไม่น้อย โดยกำหนดให้บึงสำหรับกักเก็บน้ำในพื้นที่เป็นที่ตั้งของโครงการในการนี้ Deca Atelier ซึ่งได้เคยร่วมงานกับโอสถสภามาหลายโครงการก่อนหน้าเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยหาคำตอบ
การออกแบบภายในห้องประชุมซึ่งล้อกับรูปทรงภายนอก
คุณสมชาย จงแสง แห่ง Deca Atelier อธิบายไว้ว่าได้แรงบันดาลใจในการออกแบบศูนย์ประชุมแห่งนี้มาจากวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมริมน้ำในอยุธยานั่นเองโดยมีความประทับใจเป็นพิเศษกับแนวหลังคาที่ดูเกยกันไปมาของกลุ่มเรือนแพการยกตัวบ้านให้มีใต้ถุนสูงสะพานไม้เล็กๆ ที่ทอดตัวเชื่อมกับตลิ่งและฝาบ้านผืนใหญ่ที่เปิด-ปิดได้ของตัวเรือน แน่นอนว่าความเป็นอยุธยา หรือ แม้แต่ความเป็นไทยนั้นไม่ใช่ประเด็นหลักของการออกแบบ อย่างไรก็ตาม ตัวสถาปัตยกรรมได้แสดงออกถึงความเฉพาะเจาะจงหรือการออกแบบที่สัมพันธ์กับบริบทอยู่พอสมควร
ทางเดินเชื่อมมีการวางมุมมองและการเล่นกับแสงเงาที่ช่วยนำเราเข้าไปสู่พื้นที่ภายใน
จากภายนอก ตัวศูนย์ประชุมแลดูสงบ แต่ก็มีลูกเล่นอยู่ในตัวเอง ไม่ว่าเราจะเดินหรือขับรถเข้ามาในพื้นที่ของโอสถสภา ภาพแรกที่เห็นเมื่อพ้นกลุ่มอาคารคลังสินค้าคือภาพของอาคารขนาดใหญ่สีเทาขรึม ลอยอยู่เหนือบึงน้ำ มีแนวทางเดินยาวที่เชื่อมต่อเข้ากับฝั่ง ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้มีพื้นที่รวมประมาณ 2,000 ตารางเมตร ในแง่ของการวางผัง ตัวอาคารหลักถูกวางไว้อย่างโดดเด่นที่บริเวณกึ่งกลางบ่อ ในขณะที่ปลายทางเดินถูกผลักไปไว้ที่มุมด้านไกล ทั้งนี้เพื่อรับกับมุมมองจากถนนหน้าโครงการที่จะเห็นองค์ประกอบของตัวสถาปัตยกรรมเกือบทั้งหมด

หากเราไม่รีบเข้าไปในอาคาร การเดินไปมารอบๆ บึงนั้นก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง องค์ประกอบ 2 ส่วนหลักทั้งตัวอาคารและทางเชื่อมถูกยกขึ้นเหนือผืนน้ำด้วยแนวเสา ซึ่งมองในครั้งแรกจะเข้าใจว่าวางอยู่บนผังตารางที่เป็นระเบียบ แต่เมื่อมองลึกเข้าไปอีกหน่อย เราจะเห็นว่ามีลักษณะการจัดวางแบบอิสระตามแต่ความจำเป็น ขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง และบางส่วนก็เป็นเรื่องของงานระบบต่างๆ แน่นอนว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของอาคารศูนย์ประชุมแห่งนี้ คือผนังบานหมุนขนาดใหญ่ที่เรียงต่อกันไปรอบตัวอาคาร การเปิดหรือปิดบานผนังเหล่านี้เป็นการรับและเล่นกับแสงและเงาอย่างน่าสนใจ นอกจากนี้มันยังเป็นเทคนิคช่วยลดทอนความใหญ่โตของพื้นผิวอาคารที่ได้ผลพอสมควร ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างภายในกับภายนอก บานหมุนเหล่านี้ยังเผยให้เห็นกลุ่มก้อนอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน
แนวผนังโลหะของห้องประชุมและผนังกระจกของห้องจัดเลี้ยง
ในส่วนของตัวทางเชื่อมที่วิ่งไปสู่ตัวอาคารสะพานไม้ริมตลิ่ง ซึ่งเป็นแนวคิดแรกเริ่มถูกขยายขึ้นมาเป็นแนวทางเดิน ลักษณะที่ดูบิดตัวไปมาเล็กน้อยของแผ่นไม้ถูกล้อออกมาในเส้นสายของทางลาดและแนวหลังคา นอกจากนี้ตัวทางเชื่อมกับตัวอาคารหลักก็มีความต่อเนื่องกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ แนวหลังคาของตัวอาคารซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นนอนตรงโดยรอบเอียงรับกับแนวหลังคาของทางเชื่อมที่วิ่งเข้ามาหา ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบเหล่านี้ เราสามารถรับรู้ได้จากภายในตัวทางเชื่อมด้วยเพราะการบิดเอียงไปมาไม่ได้อยู่แค่เพียงพื้นผิวหลังคา แต่รวมถึงแนวผนังกระจกที่มีลักษณะล้อกับลวดลายของฝาบ้านไทยด้วย ทั้งหมดนี้ ช่วยสร้างลำดับของแสงเงาและมุมมองที่ค่อยๆ ดึงเราไปสู่สิ่งที่อยู่ด้านใน
พื้นที่ระเบียงด้านข้างห้องประชุมใหญ่ ไม่เพียงเปิดรับแสงธรรมชาติ แต่รวมถึงการระบายอากาศด้วย
เมื่อผ่านทางเชื่อมเข้ามายืนในส่วนโถงต้อนรับแล้ว สิ่งที่น่าประหลาดใจคือผืนหลังคาอาคารซึ่งมองจากภายนอกเป็นระนาบที่ดูเรียบง่ายได้ไหลต่อเข้ามาข้างในและกลายเป็นรูปทรงขนาดใหญ่ที่บิดเอียงไปมา จริงๆ แล้ว รูปทรงซึ่งมีผนังเป็นแผ่นเมทัลชีทที่ว่านี้ คือส่วนของห้องบรรยายใหญ่ที่สามารถรองรับผู้เข้าฟังได้กว่าหนึ่งร้อยคน นอกจากส่วนของห้องบรรยายนี้ ทางด้านข้างยังมีส่วนของห้องจัดเลี้ยงขนาดย่อมซึ่งดูแล้วจะทำหน้าที่คล้ายกับห้องนั่งเล่น พื้นที่ส่วนนี้ถูกปิดล้อมด้วยผนังกระจกเรียบตรง ความแตกต่างจากการใช้สอย รูปทรงภายนอก และวัสดุในส่วนนี้ช่วยเสริมตัวห้องบรรยายหลักอย่างน่าสนใจ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงทั้งสองนั้น ทำให้ระบบระเบียบทางสถาปัตยกรรมของศูนย์การเรียน
รู้นี้ไม่ได้มีลักษณะที่เน้นความเป็นศูนย์กลาง แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ที่ถูกจัดวางอย่างมีพลวัต
ระเบียงซึ่งขยายออกเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร
จากพื้นที่ต้อนรับหน้าห้องบรรยายใหญ่ เมื่อเราเริ่มเดินไปตามระเบียง แสงที่พาดผ่านเข้ามาจากแนวผนังเรียบในอีกฝั่งหนึ่งได้ตกกระทบลงบนผนังที่ดูเคลื่อนไหวในอีกฝั่งหนึ่ง เกิดเป็นวงเส้นของแสงที่ซ้อนต่อๆ กันไป ตลอดแนวระเบียง และในแต่ละช่วงของการเดินเราจะพบช่องเปิดโล่งบนหลังคาและพื้น ซึ่งทำให้เราเห็นท้องฟ้าและน้ำด้านล่าง ที่ไม่ได้มีอยู่แค่เพียงตรงกลางอาคาร แต่ยังกระจายไปตามมุมต่างๆ ด้วย นอกจากนี้แนวระเบียงก็ไม่ได้เป็นเพียงแนวพื้นที่แคบและยาว ส่วนหนึ่งได้ขยายตัวออกเป็นชานรองรับพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่ข้างห้องประชุมเล็ก และห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง ในส่วนรายละเอียดของผนังบานหมุน เมื่ออยู่ในตัวอาคารแล้วจะพบว่าบานหมุนเหล่านี้ไม่ได้วางอยู่ในแนวที่เสมอกันทั้งหมด และก็ไม่ได้มีการหมุนแค่เพียงปิดหรือเปิดแบบตั้งฉาก การซ้อนเหลื่อมกันเล็กน้อยของบานผนัง และองศาต่างๆ ของการหมุนช่วยให้อาคารดูไม่แข็งทื่อและน่าสนใจเป็นพิเศษ
ในเวลากลางคืน แสงไฟจากตัวสถาปัตยกรรมเผยให้เห็นลำดับความสัมพันธ์ของแนวผนังโปร่งและผนังบานหมุนที่เปิดในองศาต่างๆ
ในภาพรวม แม้ว่าการจัดเรียงรูปทรงและที่ว่างบริเวณกลางอาคารจะมีความขัดแย้งกับกรอบภายนอกที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่ในแง่ประสบการณ์ในการใช้สอยตัวอาคารแล้ว การปะทะกันของรูปแบบที่ตรงข้ามกันทั้งในส่วนนี้และรายละเอียดอื่นๆ ทำให้เกิดการรับรู้ที่น่าประทับใจ เชื่อว่าต่อไปนี้โอสถสภาไม่เพียงจะต้องต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมกระบวนการผลิตในโรงงานเท่านั้น แต่จะต้องต้อนรับผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมเจ้าปลากระเบนตัวนี้โดยเฉพาะ ในแง่นี้ งานสถาปัตยกรรมนั้นไม่ได้ตอบเพียงโจทย์ด้านประโยชน์ใช้สอยหรือส่งเสริมจินตนาการเท่านั้น แต่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเราและสภาพแวดล้อมรอบตัวเอาไว้ด้วย
(0)
art4d
RELATED TOPICS
538 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
613 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
509 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ