lipslove's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เมื่อแรงบันดาลใจเกิดจากห้องเล็กๆสู่โลกกว้าง

เมื่อแรงบันดาลใจเกิดจากห้องเล็กๆสู่โลกกว้าง
Small is Beautiful
7 ปีในโตเกียวของ พยูณ วรชนะนันท์ ให้ผลตอบแทนเป็นดีกรีปริญญาเอกสาขา Art&Design จาก Tama Art University โดยมีห้องเล็กๆ กลางโตเกียวเป็นจุดตั้งต้นให้เปิดประตูออกไปพบแรงบันดาลใจข้างนอกมาสร้างสรรค์ผลงาน ที่เจ้าตัวบอกว่า“เปลี่ยนไปเยอะมากในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา”

บ้านของหลายคนถูกตกแต่งและตั้งใจให้เป็นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่สำหรับด็อกเตอร์นักวาดภาพประกอบและนักแปลหนังสือบ้านจากภาษาญี่ปุ่นวัยต้นสามสิบกลับดีไซน์ห้องขนาด 6 เสื่อหรือ 24 ตารางเมตรในอีกมุมมองหนึ่งซึ่งแตกต่าง

“เราไม่ได้ตั้งใจแต่งห้องให้น่าอยู่ แต่แต่งให้น่าทำงานมากกว่า อีกอย่างถ้าแต่งห้องน่าอยู่เกินไปกลัวตัวเองจะไม่ออกไปไหน ห้องนี้เลยดูเหมือนออฟฟิศที่สุด เวลาที่ไม่มีงานก็ไล่ตัวเองออกไปดูนู่นนี่ข้างนอกดีกว่า บนผนังห้องก็จะมีใบปลิวงานนิทรรศการที่จะต้องไปดูให้ได้ก่อนหมดเวลาแสดงแปะอยู่ด้วยเพื่อเตือนตัวเองไม่ให้ลืม”
ห้องเล็กในย่าน Mejiro
หลังจากเปลี่ยนที่อยู่มาหลายแห่งในโตเกียว ยูนเลือกห้องเล็กในย่าน Mejiro ซึ่งมีรถไฟสายหลักผ่านเป็นบ้านหลังปัจจุบัน “ติดใจที่นี่อย่างแรกเพราะใกล้สถานีรถไฟมาก ชอบที่ห้องหันหน้าไปทางทิศใต้ หน้าหนาวจึงรู้สึกอบอุ่นและเย็นสบายในช่วงหน้าร้อน หน้าต่างบานใหญ่ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่ ถึงจะอยู่ใจกลางเมืองแต่ย่านนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยเงียบๆ สบายๆเสียงดังที่สุดคงเป็นเสียงแมวทะเลาะกัน บางวันก็ได้ยินเสียงเด็กบ้านข้างหลังเล่นเปียโนลอยมาเดินลัดไปข้างหลังจะมีตึกที่เป็นโรงเรียนอนุบาลเก่าออกแบบโดยสถาปนิกคนสำคัญคนหนึ่งของโลก Frank Lloyd Wright ซึ่งตอนนี้จัดให้เป็นที่ทัศนศึกษา มีคาเฟ่ข้างใน จ่ายค่าผ่านประตู 400 เยนก็จะมีกาแฟกับขนมอบแถมหนึ่งเซ็ต เราชอบไปนั่งอ่านหนังสือและเขียนงานวิจัยที่นั่น”
ด้วยความตั้งใจที่จะให้บ้านเป็นที่ทำงานการตกแต่งจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับการออกไปหาแรงบันดาลใจข้างนอก
ด้วยความตั้งใจที่จะให้บ้านเป็นที่ทำงานการตกแต่งจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับการออกไปหาแรงบันดาลใจที่มีอยู่มากมายข้างนอก

“ของแต่งบ้านไม่ค่อยได้ซื้ออะไร ส่วนใหญ่เป็นชิ้นเรียบๆ อุปกรณ์วาดเขียนก็ไม่ค่อยมีเพราะไม่ค่อยสเก็ตช์ ชอบสรุปทุกอย่างให้เสร็จในหัวทั้งมุมมองและสีแสง แล้วลงมือวาดจริงในคอมพิวเตอร์เลย ห้องนี้เลยมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่าปากกาหรือพู่กัน อีกอย่างเวลาจัดนิทรรศการคนญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมให้ดอกไม้กัน เราก็จะทยอยเอามาใส่แจกันไว้ ใบปลิวโปสเตอร์ และดอกไม้จึงเป็นส่วนที่ทำให้ห้องนี้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามช่วงเวลา”

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา น่าจะเป็นการเรียนรู้และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในงานของตัวเอง
ความยืดหยุ่นต่างหากจะทำให้เราพัฒนา สไตล์มันอยู่ตรงนั้นแหละ แต่เราหาเองไม่เจอหรอก
“เราเป็นคนเฮฮา ทำอะไรเหมือนลวกๆ แต่คนชอบทักว่าเส้นในภาพดูคม เนี้ยบ ดูเหมือนเป็นภาพนิ่งจากในหนังซึ่งกลับตรงกันข้ามกับนิสัย จุดเดียวที่งานกับนิสัยเราเหมือนกันก็คงจะเป็นความตรงไปตรงมา”

“รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก งานเราก็เปลี่ยนไปมากไม่รู้เหมือนกันว่าเปลี่ยนไปเพราะแรงบันดาลใจจากญี่ปุ่นหรือเปลี่ยนเพราะเราโตขึ้นญี่ปุ่นเปิดโอกาสให้เราเห็นงานคนอื่นเยอะมากตลอด 7 ปีน่าจะไม่ต่ำกว่า 400 นิทรรศการ ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยซึ่งออกแบบโดย Ito Toyo ก็มีหนังสือศิลปะและการออกแบบเก่าๆ หายากให้นักศึกษาปริญญาเอกไปใช้ห้องสมุดได้อย่างเสรี สิ่งที่เราได้เห็นทำให้รู้ว่าอะไรก็เป็นไปได้ ไม่มีอะไรผิดอะไรถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ งานของเราหลังจากมาอยู่ที่นี่คงเป็นส่วนผสมของความคิดและประสบการณ์เหล่านั้นมารวมกัน พออ่านมากๆก็เข้าใจงานคนอื่นมากขึ้น แล้วผลสุดท้ายมันก็กลับมาทำให้เข้าใจงานตัวเองมากขึ้นด้วย ญี่ปุ่นสอนให้เรารู้ว่าอย่ายึดติดกับสไตล์”

“ความยืดหยุ่นต่างหากจะทำให้เราพัฒนา สไตล์มันอยู่ตรงนั้นแหละ แต่เราหาเองไม่เจอหรอก”
VIEW FROM MY SPACE
MY FIRST IMPRESSION
ห้องแคบแบบนี้สิถึงจะเป็นโตเกียว!

MY FIRST THING
เช็คกล่องจดหมาย เปิดคอมพิวเตอร์ เช็คงาน

MY INSPIRATION
ส่วนใหญ่มาจากรอบๆตัวแบบกะทันหันคือถ้าเห็นอะไรที่สมองสามารถแคปเจอร์ไว้แล้วจะแปรเป็นภาพในหัวได้เลยก็จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ แล้วก็เอาภาพจำนั้นมาวาดเป็นรูป หลายๆ รูปที่เป็นงานเราเลยเป็นซีนในตอนนั้น
กินของอร่อยๆเห็นสิ่งสวยๆ งามๆ เจอคนคุยถูกคอก็มีความสุขแล้ว
MY WISH-LIST
อยากได้ตู้หนังสือใหญ่ๆ เพราะห้องนี้มีหนังสือเยอะมาก พวกเปเปอร์ที่ใช้ในงานวิจัยก็เยอะมากจนตอนนี้ลามเข้าตู้เสื้อผ้าไปแล้วเรียบร้อย ดีที่ทำวิจัยเรื่องศิลปะและออกแบบทำให้หนังสือส่วนใหญ่สวยวางโชว์ได้เลยตอนนี้กำลังหาตู้หนังสือที่ตั้งโชว์ปกได้ และปลอดภัยต่อแผ่นดินไหวด้วย

MY OBSESSION
ไปมิวเซียมและแกลเลอรี่ วันไหนที่ต้องทำงานวิจัยหรือทำงานวาดรูปก็จะทำทั้งวันแล้วจัดเวลาวันหยุดเอาเอง เรารู้สึกว่ารู้สึกว่างานที่น่าสนใจมีเยอะจนดูเท่าไรก็ไม่หมด บางทีจองหรือซื้อตั๋วนิทรรศการไม่ทันก็มี

MY HAPPINESS
ปกติมีความสุขทุกวันนะ กินของอร่อยๆเห็นสิ่งสวยๆ งามๆ เจอคนคุยถูกคอก็มีความสุขแล้วมีความสุขง่ายก็ดีอย่างนี้
ของดีหรือไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสวยหรือไม่สวย แต่มันอยู่ถูกที่หรือเปล่าก็เท่านั้น
MY DISCOVERY
ของแต่งบ้านก็เหมือนกับงานของเรา ของดีหรือไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสวยหรือไม่สวย แต่มันอยู่ถูกที่หรือเปล่าก็เท่านั้น ทำให้เราเรียนรู้ที่จะเลือกที่อยู่ของมันอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่ก่อนรับงานสะเปะสะปะ บางทีงานออกมาเลยรู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเรา ทำให้ตอนนี้เลือกชนิดของงานและคนร่วมงานมากขึ้น จัดนิทรรศการก็เลือกแกลเลอรี่มากขึ้น

MY HEARTS SAY. . .
บ้านนี้เป็นบ้านหลังที่สอง หลังแรกคือที่กรุงเทพที่ครอบครัวอยู่ ถ้าจะอยู่อย่างสบายใจก็ต้องเป็นบ้านนั้น แต่บ้านหลังนี้อยู่ไกลครอบครัว จึงเป็นที่ผลักดันให้เราทำงาน ทำให้เห็นงานดีๆ ได้เห็นโลกที่แตกต่างจากบ้านหลังแรก
(0)
lipslove
RELATED TOPICS