กุลสตรี's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เมื่ออดีตผู้นำสหรัฐฯโดนหลอก.....ให้ลดแคลอรี่

เมื่ออดีตผู้นำสหรัฐฯโดนหลอก.....ให้ลดแคลอรี่
การหลอกลวงมิใช่เรื่องที่ดีแต่ในบางกรณีมันก็จำเป็น
เหมือนอย่างกรณีของนายมาร์ตี้มอนจีเอโลอดีตหัวหน้าพ่อครัวในทำเนียบขาวสหรัฐฯที่ออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า ช่วงระยะเวลาที่ทำงานอยู่ในห้องครัวบ้านพักประธานาธิบดีนั้นตนได้หลอกอดีตผู้นำเจ้าเสน่ห์ “บิลคลินตัน” มาตลอด

ที่ว่านี่ไม่ได้หลอกเอาเงินหรืออะไรร้ายแรงแต่เป็นการหลอกเรื่องอาหารการกินเนื่องจากท่านอดีตประธานาธิบดีผู้นี้เป็นคนที่ชื่นชอบอาหารขยะฟาสต์ฟู้ดอย่างมากชนิดกินได้ทั้งวันทุกเวลาแถมไม่ยอมเปลี่ยนเมนูง่ายๆด้วยตัวอย่างก็มีตั้งแต่เบอร์เกอร์เนื้อเฟรนชฟ์ฟรายไปจนถึงของหวานที่ใส่น้ำตาลหนักๆ

“ผมยังจำได้เลยมีครั้งหนึ่งท่านบิลได้สวาปามเนื้อหมูพอร์คช็อบถึง 6 ชิ้นใหญ่ใน 1 วันและเวลาที่เข้าประชุมแต่ละครั้งท่านก็จะทานเค้กสตรอเบอร์รี่ไปเกินครึ่งก้อนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ผมเลยต้องนั่งสรรหาคิดเมนูมาหลอกท่านอย่างชีสเค้กผมก็จะใช้เต้าหู้ บางทีก็เอาถั่วเหลืองบดมาทำให้เหมือนเนื้อเอาน้ำข้าวมาผสมกับนมไร้ไขมันหลอกว่าเป็นครีม

“มีครั้งหนึ่งท่านฮิลลารีคลินตันภริยาหมายเลข 1 เรียกผมไปตักเตือนเรื่องอาหารและของหวานที่มีแคลอรี่สูงเกินไปแต่พอรู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิดท่านก็ชื่นชมผมบอกว่าไม่คิดว่ามันจะทำได้จริงๆ” อย่างนี้สินะที่เขาเรียกว่าไวท์ลายหรือโกหกสีขาว
เลือกไม่ได้ ก็เอาสองไปเลย
ปกติเวลาเกิดปัญหาความรักประเภท “ชู้สาว” เกิดขึ้นก็มักจะมีบทสรุปตอนจบที่ไม่ค่อยสวยงามนักยิ่งบางกรณีถึงขั้นเลวร้าย ฆ่าแกงกันจนกลายเป็นข่าวหน้า 1 ตามหนังสือพิมพ์ แน่นอนอยู่แล้วว่าเรื่องของหัวใจมันไม่เข้าใครออกใครยกเว้นจะเกิดกรณีพิเศษจริงๆ

เหมือนอย่างเรื่องนี้ในประเทศเคนยา ที่ฝ่ายผู้ชายตกลงกันได้ว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนเดียวกัน งานนี้ต้องเรียกฝ่ายหญิงว่าสาวเจ้าเสน่ห์ของแท้เพราะเจ้าหล่อนถึงเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วแถมมีลูกติดอยู่ตั้ง 2 คนก็ยังสามารถทำให้ผู้ชายตั้ง 2 คนมาหลงรักสุดจิตสุดใจได้ เพราะไม่งั้นก็คงจะตกลงกันไม่จบ

โดยเหตุนี้ผู้ชายทั้ง 2 เผยว่าตอนแรกเราก็เถียงกันจะเป็นจะตายว่าเจ้าหล่อนต้องเป็นของฉันแต่พอได้ยินจากปากของสาวเจ้าว่า เราคบกับพวกเธอมา 4 ปีแล้วยังไงเราก็ทิ้งเธอทั้ง 2 คนไม่ลงเลยทำให้ได้ข้อสรุปกันว่าอย่างนั้นเราก็แต่งงานคู่ไปเลยละกัน

กรณีนี้เรามีการลงนามอย่างเป็นทางการด้วยสัญญาลูกผู้ชายแบ่งวันกันเข้าไปอยู่ดูแลเจ้าหล่อนที่บ้านให้เท่าเทียมกันส่วนลูกที่เกิดมาหลังจากนี้เราก็จะถือว่าเป็นลูกของเราทั้งคู่ และถึงกฎหมายของเคนยาจะยอมรับเราหรือไม่ก็ช่างมันเพราะในบางพื้นที่ของประเทศนี้ก็ยอมรับให้ผู้ชายมีหลายเมียได้ แต่นี่กลับกันจะเป็นไรไป
ตัวเลือกที่ถูกกว่า
คนที่ใช้บริการสายการบินราคาถูกหรือที่เรียกกันว่า “โลว์คอสต์” คงทราบกันดีว่าราคาค่าตั๋วที่ทางบริษัทเขาบอกมานั้นมันมิใช่ราคาจริงแม้แต่น้อยยังมีค่านู่นค่านี่พ่วงมาอีกมากมายถ้าไม่สังเกตดอกจันให้ดี มีหวังโดนชาร์จเงินอ่วมกระเป๋าฉีก

ไม่ว่าที่ไหนก็เป็นเหมือนกันทั้งสิ้นซึ่งล่าสุดบริษัทเก็บสำรวจข้อมูล เขาเพิ่งเปิดเผยออกมาว่าสายการบินต่างๆทั่วโลกเขามีรายได้จากค่าบริการ “ดอกจัน” พวกนี้ (อย่างเช่นค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม) เป็นเงินมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านปอนด์หรือกว่า 1.1 ล้านล้านบาท

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดธุรกิจชนิดใหม่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดก็คงไม่ต้องเดาว่าอะไรธุรกิจส่งกระเป๋าข้ามทวีปนั่นเองอย่างที่แดนอังกฤษ เขาก็มีบริษัทรับส่งของประเภทนี้โดยเฉพาะอย่างเช่นล่าสุดคือบริษัทเซนมายแบค (Sendmybag) หรือบริษัทเฟชมาย (FetchMy) ที่เปิดเผยว่าราคาค่าส่งของเขาถูกกว่าค่าเสริมกระเป๋าของสายการบินโลว์คอสเกือบ 6 เท่า

“อย่างสายการบินไรอันแอร์หนึ่งในสายการบินราคาถูกของอังกฤษนี้ชาร์จค่ากระเป๋าเสริมถึง 35 ปอนด์หรือราว 1,800 บาทขณะที่ค่าส่งกระเป๋าของเราอยู่ที่ประมาณ 6 ปอนด์หรือราว 300 บาทเท่านั้น แถมบริการของเรายังครอบคลุมไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลกด้วย โดยล่าสุดยอดผู้ใช้บริการของเราเพิ่มจากปีที่แล้วกว่า 400 เปอร์เซ็นต์”

บ้านเราก็น่าทำบ้างนะแต่กลัวอย่างเดียวกระเป๋าตกหล่นไปไม่ถึงที่หมายน่ะสิ
ละเมอส่งข้อความ
ปัจจุบันนี้เจ้าโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นของข้างกายของคนเราชนิดที่ว่าชีวิตนี้ฉันขาดเธอไม่ได้ไปแล้ว ส่งข้อความอีเมลโทร.นัดแนะถ่ายรูปดูเว็บไซต์อ่านแผนที่จองตั๋วโดยสารและอื่นๆอีกมากมายเรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์

แต่ล่าสุดทีมแพทย์ของออสเตรเลียได้ออกมาประกาศเตือนว่าเพลาๆการใช้งานหน่อยก็ดีนะเพราะตอนนี้การเล่นมือถือบ่อยๆได้ทำให้คนเราเริ่มมีอาการ “ละเมอส่งข้อความ” กันแล้ว

ดร.เดวิดคันนิ่งแฮมแพทย์ประจำศูนย์โรคการนอนหลับแบบผิดปกติแห่งเมืองเมลเบิร์นเปิดเผยว่าจากแต่ก่อนที่คนเดินละเมอตอนนี้ได้กลายเป็นละเมอส่งข้อความในมือถือกันแล้ว

โดยเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นผลลัพธ์จากการที่คนผู้นั้นทำงานหรือมีกิจกรรมมากไปในตอนกลางวันเลยทำให้ร่างกายจดจำและแสดงผลออกมาในตอนกลางคืนด้วยเช่นกัน คนไข้หลายรายยอมเปิดเผยว่าจะละเมอส่งข้อความแทบทุกวันตอนประมาณตี 3 ตี 4 และก็จะจำไม่ได้ด้วยว่าส่งอะไรไปบางทีก็เป็นข้อความน่าอายบางทีก็เป็นภาษายึกยือไม่รู้เรื่องแต่ที่แย่ที่สุดก็คือข้อความดังกล่าวนั้นไม่ได้ถูกส่งไปให้เพื่อนหรือญาติพี่น้องแต่กลับเป็นลูกค้าของบริษัทนี่สิ

อย่างไรก็ตามหมอคันนิ่งแฮมสรุปว่าทางแก้ก็ไม่มีอะไรยากเลยขอแค่เอามือถือไปไว้ห่างๆตัวตอนนอนเท่านั้นแค่นี้ก็ช่วยให้หลับสบายแล้ว
(0)
กุลสตรี
RELATED TOPICS
171 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ