คิด Creative Thailand's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เมื่อผู้ประกอบการ เท่ากับ นักผสมผสาน......ระหว่างกิจการและความสำเร็จ

เมื่อผู้ประกอบการ เท่ากับ นักผสมผสาน......ระหว่างกิจการและความสำเร็จ
TIMELESS SKILL
เมื่อปี 2010 โรงเรียนสอนการออกแบบชั้นนำของอังกฤษอย่างเซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ จัดทำโครงการ “กระบวนการผลิตและการบริโภคแห่งอนาคต” เพื่อให้นักศึกษาระดับปริญญาโทได้ทดลองค้นหา แนวทางการผลิตสินค้าแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการระดับบุคคล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาส การเริ่มต้นธุรกิจแทนการตกงาน ดังเช่นผู้ประกอบการรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่สามารถตั้งตัวได้จากการ ค้นพบวิธีการนำส่วนผสมจากที่ต่างๆมาช่วยให้ธุรกิจ สามารถท่องไปตามกระแสการบริโภคที่ซับซ้อนและ แยกย่อยนี้
Craft at Mass Price : ‘อันทู ดิส ลาสต์ (Unto This Last)’
โดยปกติแล้วคุณค่าของงานฝีมือมักจะมาควบคู่กับสินค้าราคาสูง ทำให้ผู้ที่มีโอกาสชื่นชมผลงานมีอยู่อย่างจำกัด แต่สำหรับ ‘อันทู ดิส ลาสต์ (Unto This Last)’ ของโอลิเวียร์ เจฟฟรอยย์ (Olivier Geoffroy) นั้น ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของงานฝีมือท้องถิ่นได้โดยไม่ต้องหนักใจเรื่องราคา

แนวคิดของอันทู ดิส ลาสต์ มาจากการหยิบส่วนดีของร้านขายเฟอร์นิเจอร์สองแบบ คือเฟอร์นิเจอร์งานช่างฝีมือจากอิตาลีที่ให้ความรู้สึกพิเศษแต่ต้องยินยอมจ่ายทั้งค่าทักษะและค่าขนส่ง และเฟอร์นิเจอร์ของอีเกีย (IKEA) ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อการขนส่งที่ง่ายและ ให้ลูกค้าเป็นผู้ประกอบเองเพื่อลดต้นทุนลง โอลิเวียร์อธิบายว่างานออกแบบ และกระบวนการผลิตของเขาสะท้อนเรื่องต้นทุนการขนส่งและการจัดเก็บสินค้าเนื่องจากเป็นการผลิตขึ้นตามคำสั่งซื้อจึงไม่มีต้นทุนจากการสต็อกสินค้า ขณะเดียวกันเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกจัดส่งเป็นชิ้นส่วนนั้นย่อมช่วยลดต้นทุนการขนส่ง (จัดส่งเฉพาะในลอนดอน) และทำให้เฟอร์นิเจอร์แบบสั่งทำสามารถขายได้ในราคาเดียวกับสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน

แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ไม้จริงเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูงทั่วไป แต่ทว่าร้านเฟอร์นิเจอร์จากห้องเวิร์กช็อปกลางกรุงลอนดอนแห่งนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่นิยมสินค้าที่ผลิตขึ้นจำนวนไม่มากชิ้นและได้ชื่อว่าทำโดยฝีมือคนท้องถิ่น
Tailor Made on Delivery : ‘แบลงก์ เลเบิล (Blank Label)’
ฝาน ปี เติบโตในออสเตรเลีย ครอบครัวของเขาย้ายมาจากเซี่ยงไฮ้ เขาเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยในสาขาการเงินที่ซิดนีย์ ก่อนจะมาเป็นนักเรียน แลกเปลี่ยนที่บอสตัน สหรัฐฯ สถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากจะเป็นเจ้าของกิจการเสื้อเชิ้ตสั่งตัดคุณภาพดี เพราะแวดวงการเงินที่เขาฝึกงานอยู่นั้นได้ให้ข้อคิดกับเขาว่า “เสื้อเชิ้ตที่ดีที่สุดจะต้องเป็นเสื้อสั่งตัด แต่นั่นหมายถึงราคาที่แพงลิบลิ่ว เขาน่าจะหาหนทางที่จะขายสินค้าสุดหรูนี้ในราคาที่พอจ่ายไหว”

ในที่สุด ฝาน ปีตัดสินใจละทิ้งปีสุดท้ายของการเรียน ใช้เงินเก็บจากการทำงานพิเศษที่สะสมมาจำนวน 10,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3 แสนบาท) และชวนแดเนียล หว่อง (Daniel Wong) เพื่อนวัย 19 ปี จากต่างมหาวิทยาลัยมาเปิดร้านขายเสื้อออนไลน์ภายใต้ชื่อ ‘แบลงก์ เลเบิล (Blank Label)’

ฝาน ปี เล่าว่าช่วงแรกที่เปิดให้บริการ พวกเขาต้องการข้อมูลจากลูกค้าอย่างมากเพื่อนำมาปรับปรุงเว็บไซต์ เขาถึงกับตั้งโปรแกรมในเว็บไซต์ ให้ขึ้นข้อความว่า “โทรหาพวกเรา เราต้องการคุย” ดังนั้นพวกเขาจึงต้องคุยกับลูกค้าวันละหลายๆ ชั่วโมงเพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการตัดเสื้อและการปรับปรุงเว็บไซต์ จนสามารถให้บริการเลือกเนื้อผ้าที่มีภาพคมชัด สามารถมองเห็นเนื้อผ้าได้ชัดเจน ทั้งแบบ กระดุม ปกเสื้อ รวมถึงรูปทรง และขนาด ที่บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียด

สิ่งที่ทั้งฝาน ปี และแดเนียลสามารถนำมาเชื่อมต่อธุรกิจ แบบข้ามโลกของเขาก็คือการค้นหาและควบคุมคุณภาพ ของช่างตัดเสื้อในเมืองเซี่ยงไฮ้ให้ตัดเสื้อได้ตามสั่งและส่งถึงมือลูกค้า ภายในเวลา 4 สัปดาห์ ซึ่งแม้ว่าจะสั่งครั้งละจำนวนไม่มาก แต่เมื่อรวมลูกค้าทั่วโลกเข้า ด้วยกันจำนวนกว่า 20,000 รายแล้ว ก็พูดได้ว่าธุรกิจของเด็กหนุ่มสองคนนี้ได้ก้าวขึ้นแท่นระดับเศรษฐีน้อยไปแล้ว
‘แฟตแคท (FATCAT)’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์น้องใหม่ของเมืองไทย
‘แฟตแคท (FATCAT)’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์น้องใหม่ของศิศีร เที่ยงธรรมเจริญ ที่จบการศึกษาด้านการออกแบบกราฟิกแล้วเข้ามารับช่วงต่อกิจการทำเฟอร์นิเจอร์ของที่บ้าน โดยนำความรู้เกี่ยวกับกราฟิกมาใช้ในการออกแบบลายผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ แต่ยังคงไว้ซึ่งวิธีการทำเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักแบบเก่าที่ปู่ของเธอรํ่าเรียนมาจากเซี่ยงไฮ้ให้เป็นจุดขายทางด้านคุณภาพ โซฟาตัวแรกที่เธอผลิตขึ้น จึงเริ่มต้นด้วยการควานหาช่างที่มีความผูกพันกับงานในแบบยุคของคุณปู่และกล้าสู้ราคาฝีมือให้กับพวกเขา เพื่อให้ได้โครงสร้าง วัสดุ และวิธีการบุผ้าในแบบดั้งเดิมให้มากที่สุด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนที่ชื่นชอบและยอมจ่ายในราคาที่แพงกว่าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
Shaping Economy - ‘อนาคตของธุรกิจขนาดเล็ก (Future of Small Business)’
จากรายงาน ‘อนาคตของธุรกิจขนาดเล็ก (Future of Small Business)’ โดยสถาบันเพื่ออนาคต (Institute for the Future) คาดการณ์ว่าผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ทยอยเกิดขึ้น นับจากนี้ไปอีก 10 ปี จะมีจำนวนมากขึ้นถึงขั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และโลก โดยส่วนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มผู้อพยพที่สามารถนำความรู้จากตลาดต่างประเทศและวัฒนธรรมของตัวเองมาใช้ในการนำเสนอไอเดียใหม่และช่วยผลักดันกระแสใหม่ให้เกิดขึ้นในโลกนี้ นอกจากนี้ลักษณะของผู้ประกอบการในอีก 10 ปีข้างหน้ายังเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ระดับปริญญาตรีที่มีการฝึกฝนด้านการค้าและวิชาชีพคล้ายกับช่างฝีมือในอดีตที่มีทั้งความรู้และทักษะ ไม่เฉพาะการผลิตสินค้าเท่านั้น แต่พวกเขายังรู้จักวิธีการที่จะจับเอากลุ่มลูกค้าและผู้ผลิตส่วนต่างๆ มารวมกันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต

เมื่อผู้บริโภคที่มองหาสินค้าจากต้นกำเนิดหรือความพิเศษเฉพาะบุคคลกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการ ที่เปี่ยมพลังขนาดเล็กเหล่านี้ได้กลับมามีบทบาทในการกำหนดรูปร่างของเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง
Natural Force Entrepreneur : อาชีพ "ผู้ประกอบการ" กับวิกฤตเศรษฐกิจ
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่บีบบังคับและการช่วยเหลือของรัฐบาลที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อได้รับการผสมเข้ากับทัศนคติของกลุ่มคนหนุ่มสาววัย 20- 30 ปีที่เติบโตมากับเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่รอบตัว แต่ขาดศรัทธาในการทำงานและเติบโตในองค์กรใหญ่ ส่งผลให้อาชีพการเป็น “ผู้ประกอบการ” กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง จากรายงานโดยนิตยสารอิงค์ (Inc. Magazine) ยังระบุว่าร้อยละ 50 ของผู้จบการศึกษาใหม่เชื่อว่าการเป็นเจ้าของกิจการ เล็กๆ มีความเสี่ยงน้อยกว่าทำงานบริษัท จึงไม่น่าแปลกใจว่าผลการศึกษาของคัฟแมนน์ ฟาวน์เดชั่น (Kaufmann Foundation) จะพบว่าแทนที่ในปี 2009 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงิน จะถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ตกตํ่าที่สุดและมีสถิติการว่างงานสูงสุด แต่กลับเป็นที่น่าจดจำว่า เป็นปีที่มีการเริ่มต้นกิจการสูงที่สุดในรอบ 14 ปี ซึ่งมากกว่าช่วงฟองสบู่ดอทคอมแตกในปี 1999-2000 เสียอีก
Network Management : รู้จักบริหารเครือข่ายคนใกล้ชิดของคุณให้ดี
งาน ‘เวนทูรา ลัมบราเต้ 2013 (Ventura Lambrate 2013)’ ที่มิลาน คือ เวทีสำคัญสำหรับการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ที่ตั้งขึ้นได้เพียงหนึ่งปีอย่าง ‘ดันเต้ กู้ด แอนด์ แบดส์ (DANTE Good and Bads)’ ของนักออกแบบ อุตสาหกรรม คริสโตเฟอร์ เดอ ลา ฟอนเทน (Christophe de la Fontaine) และศิลปินสาว อายลิน แลงเกวเทอร์ (Aylin Langreuter) สำหรับ คอลเล็กชั่น ‘แอดมิท วัน เจนเทิลแมน (Admit One Gentleman)’ ซึ่ง เป็นเก้าอี้และรถเข็นเครื่องดื่มที่ดูล้ำสมัยแต่ให้ความรู้สึกของความประณีต แบบงานฝีมือ ที่นำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้ คริสโตเฟอร์ได้เล่าให้ฟังถึง ที่มาว่า ภรรยาของเขาที่เป็นนักออกแบบชาวดัตช์ได้แนะนำให้เขาทำงาน ร่วมกับ ชาร์ลส์ ชูมานน์ (Charles Schumann) อดีตตำรวจชาวเยอรมัน ที่ผันตัวเองมาเป็นบาร์เทนเดอร์ชื่อดังในมิวนิค และอีกสองนักออกแบบ จาคอบ แซค (Jacob Zack) และพิเอโตร รุสโซ (Pietro Russo) ผู้ร่วม เปลี่ยนนแนวคิดของเขาไปเป็นงานออกแบบ ในส่วนของการผลิตนั้นมาจาก โรงงานล็กๆที่มีทักษะพิเศษมากมายในอิตาลีที่เขารู้จักจากการได้ทำ งาน ร่วมกับแพทริเซีย อูร์ควิโอลา (Patricia Urquiola) เจ้าแม่งานออกแบบ ของมิลานมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเมื่อองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม ตัวเขา ซึ่งเป็นชาวอังกฤษจึงเข้ามารับหน้าที่ในการเขย่าส่วนผสมทั้งหมดนี้ให้ ออกมาเป็นคอลเล็กชั่นสุดพิเศษที่สร้างความประทับใจ
(0)
คิด Creative Thailand
RELATED TOPICS
126 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
433 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
587 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
586 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ