VOLUME's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เพราะเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย....กับเรื่องจริงจาก อ๊อฟ-ปองศักดิ์

เพราะเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย....กับเรื่องจริงจาก อ๊อฟ-ปองศักดิ์
"หากเปรียบความรักเป็นนิยายเรื่องหนึ่ง ในตอนท้ายของเรื่อง... เรามักหวังให้ทุกอย่างจบลงอย่างสวยงามเสมอ"

หลายคนที่ได้ฟังและชมมิวสิก วิดีโอ เพลง ‘เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย’ ต่างยอมรับว่าซาบซึ้งสะเทือนอารมณ์ไปกับเนื้อหาที่ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตจริงของนักร้องน้ำเสียงคุณภาพคนนี้ ‘อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์’

ยอดวิว MV ในยูทูบพุ่งทะลุ 6 ล้านกว่าแล้ว บ่งบอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ ‘กระแส’ ไม่เสียแรงที่อ๊อฟยอมแชร์ประสบการณ์ความรักที่ผ่านมาเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้มีสติมากขึ้นเวลามีความรัก เพราะสุดท้ายเรื่องจริงมันยิ่งกว่านิยายที่ได้ดูกันจริงๆ

วันที่ได้คุยกันทิ้งระยะห่างจากเหตุการณ์จริงครั้งนั้นมาหลายเดือนพอสมควร ถ้าเปรียบเป็นบาดแผลก็คงเรียกได้ว่าแผลสมานจนตกสะเก็ดแล้วทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นจางๆ เสมือนเครื่องเตือนใจให้เจ้าของใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและดูแลตัวเองมากขึ้นในอนาคตจากนี้ไป
เคยคิดไหมว่าคนเหล่านั้นเข้ามาเพราะชื่อเสียงเงินทองของเรา
ก็มีส่วนครับ...ในบางครั้ง แต่อ๊อฟไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอคนแบบนั้นเท่าไร เพราะทำงานเสร็จก็กลับบ้าน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวสถานที่อโคจรอยู่แล้ว โอกาสที่จะเจอคนใหม่ๆ แปลกๆ ลักษณะนั้นก็คงน้อย ส่วนใหญ่คนที่เคยคบเป็นแฟนมักเป็นเพื่อนกันมาก่อน หรือมีเพื่อนแนะนำบ้าง แต่ช่วง 3 ปีหลังมานี้ พอเริ่มรู้สึกเหนื่อยที่จะไปเจอสังคมแบบนั้นก็ทำให้อ๊อฟมีเพื่อนน้อยลง

ถามว่ามองหาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับใครสักคนไปจนแก่เฒ่าไหม... ก็คิดครับ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้อย่างที่คิดเสมอไป บางครั้งเราตั้งเป้าของเราไว้เป็นแบบนั้น แต่พอมาถึงจุดๆ หนึ่งลองเดทกัน ลองเป็นแฟนกัน บางทีมันไม่ได้มีแต่ความสุขอย่างเดียว ช่วงแรกเราอาจจะมองไม่เห็นบางอย่างในตัวเขา พออยู่ด้วยกันไปนานๆ คนเรามักจะลืมสิ่งที่ตัวเองเป็นในตอนแรกเรียกได้ว่าหมดช่วงโปรโมชั่นน่ะ
แม้ช้ำจากรักครั้งเก่าอ๊อฟบอกว่าไม่เจ็บถึงตาย เพราะเคยทุกข์แสนสาหัสจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว
เป็นโรคปลายประสาทอักเสบครับ พยายามรักษาหลายวิธีมาก ทั้งถ่ายเลือด ช็อตไฟฟ้า ให้ยาโดยที่สั่งยามาจากอเมริกา ราคา 3 - 4 แสนบาท ตอนนั้นท้อมาก จากเด็กที่ปกติเดินไปไหนมาไหนได้ ต้องมานอนแบบไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ไม่สามารถควบคุมอึหรือฉี่ตัวเองได้ ถ้าเริ่มรู้ว่าปวดต้องกดปุ่มเรียกพยาบาลให้พาไปห้องน้ำทันที ไม่สามารถอั้นได้ จะนอนก็หลับตาไม่ค่อยได้ กินข้าวก็ไม่ค่อยถนัดเพราะไม่มีแรง ทุกส่วนที่เป็นปลายประสาทไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ร้องไห้ทุกวัน คิดจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ ตอนนั้นจะกระโดดตึกแล้วครับ พอนับ 1 2 3 ภาพครอบครัวผุดขึ้นมาในหัว ทุกคนสู้เพื่อเรา พอภาพเหล่านี้ผุดขึ้นอ๊อฟก็มาตั้งสติว่าทำไมเราถึงคิดจะทำแบบนี้ ทั้งที่คนที่อยู่ข้างหลังเรา เขาพร้อมที่จะดูแลเรา จึงตัดสินใจเดินกลับมาที่ห้อง นั่นคือครั้งเดียวในชีวิตที่คิดฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นไม่ว่าจะพบเจอเรื่องเลวร้ายสาหัสเพียงใดก็ไม่เคยคิดจะปลิดชีพตัวเองอีกซ้ำสอง
ไม่ว่านานแค่ไหนก็ยังมีแฟนคลับที่ติดตามผลงานของอ๊อฟอย่างเหนียวแน่น
แม้จะเป็นนักล่าฝันจากบ้าน AF ยุคบุกเบิก จนกระทั่งปาเข้าไป AF10 แล้ว ก็ยังมีแฟนคลับที่ติดตามผลงานของอ๊อฟอย่างเหนียวแน่น อ๊อฟไม่อยากเรียกว่า ‘แฟนคลับ’ เพราะคำนี้ใช้กับดารา-นักร้องดัง อ๊อฟวางตัวอ๊อฟไว้เป็นคนธรรมดาที่แค่ทำอาชีพที่ตัวเองชอบเท่านั้นเอง เลยทำให้เวลาแฟนๆ เจออ๊อฟแล้วคุยได้สนิทใจ บางคนไม่รู้จักกันมาก่อน ก็สามารถคุยเสมือนรู้จักกันมานานได้

อ๊อฟจะไม่ค่อยแบ่งระดับระหว่างแฟนคลับและศิลปิน เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตอ๊อฟจะมีการคุยกับแฟนคลับก่อน ถ้าคอนเสิร์ตที่ไปดูมีแฟนคลับ วงอื่นชูป้ายบังหมดเลย เราอยากจะด่าแม่ไหม เราก็อยากด่า...ถูกไหม คืออยากให้มองในมุมกลับกัน ฉะนั้น อย่าเอาป้ายไปชูบังคนอื่นเขา

เวลาที่มีคนกรี๊ดให้ทุกงานอาจจะทำให้เราลืมมองว่าตัวเองทำได้ดีพอหรือยัง ศิลปินบางคนแฟนคลับแตะต้องไม่ได้ แต่อ๊อฟเป็นคนเปิดกว้างมาก บางวันที่ร้องเพลงแย่จริงๆ อาจเพราะสภาพร่างกายไม่เต็มร้อยหรืออะไรก็แล้วแต่ แฟนคลับสามารถด่าได้เลยว่าทำไมวันนี้ร้องอย่างนี้ ร้องเพี้ยน ซึ่งแบบนี้ทำให้อ๊อฟรู้สึกสบายใจกว่า เพราะอ๊อฟต้องการพัฒนา ไม่ได้อยากอยู่กับที่
อ๊อฟเป็นคนค่อนข้างแปลกนิดหนึ่ง อาจจะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบจุกจิก รำคาญ
อ๊อฟมีเพื่อนในวงการน้อยมากครับ มีเพื่อนนอกวงการมากกว่า เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน อ๊อฟคิดว่าการที่เราจะเปิดรับใครใหม่ๆ เข้ามาก็ต้องเลือกให้ดี ไม่ใช่มาพาเราเดือดร้อนไปด้วย ถ้าคบกับเขาแล้วไม่สบายใจก็ออกมา ไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนเดิมๆ ของเราดีกว่า

อ๊อฟคิดว่าอ๊อฟมีเพื่อนดีอยู่แล้ว ครอบครัวก็ดี มีอะไรก็คุยกันได้ทุกเรื่อง ก็เลยไม่ต้องการคนอื่นแล้ว กลับบ้านมานั่งดูหนังกับแม่ก็ไม่ได้คุยกัน แต่เราก็นั่งดูหนังด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน กอดกัน แค่นี้เอง อ๊อฟไม่ได้ต้องการชีวิตที่หวือหวาอะไรมากมาย

ทุกวันนี้อ๊อฟมีความสุขที่ได้ขึ้นไปร้องเพลงอยู่บนเวที บางวันมีงาน บางวันไม่มี แต่ว่ามันก็ทำให้อ๊อฟมีความสุข เวลาร้องเพลงอ๊อฟคิดว่าอ๊อฟไม่ได้มอบความสุขให้คนฟังอย่างเดียว แต่พวกเขาก็มอบความสุขกลับคืนมาให้อ๊อฟได้เหมือนกัน โดยการยิ้ม หัวเราะ ปรบมือ หรือส่งเสียงกรี๊ด ในอนาคตจะดังหรืออยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน หรือว่าจะดับจะไม่มีใครชอบอ๊อฟแล้วก็ตาม สิ่งที่ได้มาทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้ว
(0)
VOLUME
RELATED TOPICS
164 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ