ชีวจิต's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เชื่อไหม ฟังเพลงช่วงหลับลึกจะช่วยให้ความจำดีขึ้น

เชื่อไหม ฟังเพลงช่วงหลับลึกจะช่วยให้ความจำดีขึ้น
Sound Sleep
ทางแก้วิกฤติสมองตื้อหรือขี้ลืมให้ใช้เสียงเพลงเข้าช่วยค่ะ
ข้อแม้มีอยู่ว่า ต้องฟังช่วงนอนหลับลึกถึงจะเห็นผล เพราะจังหวะที่คลื่นสมองสั่นอย่างช้า ๆและสม่ำเสมอนั้นควบคุมการประมวลผลข้อมูลที่เอื้อต่อการจดจำได้มาก
ในประเทศเยอรมนี ดร.แจน บอร์น (Jan Born) ผู้มีชื่อเสียงด้านระบบประสาทและต่อมไร้ท่อพร้อมด้วยลูกทีม ทดลองเปิดเพลงให้นักศึกษาทั้ง 11 คนฟังระหว่างนอนหลับตอนกลางคืน
วันไหนที่จังหวะเสียงเพลง เข้ากันได้ดีกับจังหวะคลื่นสมองยามหลับสนิท จะทำให้กระบวนการจดจำถูกกระตุ้นไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งวัดประสิทธิผลได้จากการที่บรรดานักศึกษาสามารถจดจำคำศัพท์ที่เรียนไปเมื่อวันก่อนแม่นยำขึ้น
ตรงกันข้าม จังหวะเสียงเพลงที่ไม่เข้ากับจังหวะคลื่นสมอง จะไม่ช่วยกระตุ้นความจำใดๆ สำหรับเสียงเพลงที่ให้ผลดีต้องมีจังหวะขึ้นและลงเท่ากันกับคลื่นสมอง ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองทางห้องปฏิบัติการ เชื่อว่าอีกไม่นานจะพัฒนาเป็นไฟล์เสียงที่ทุกคนนำไปใช้ได้
ระหว่างนี้ควรฝึกนอนหลับให้ลึก คือ ไม่ตื่นกลางดึก และตื่นนอนด้วยความสดชื่นแจ่มใสค่ะ
เปลี่ยนเครื่องสำอางทุก 6 เดือน ลดเชื้อทำร้ายผิว
ทุกวันนี้คุณเปลี่ยนเครื่องสำอางบ่อยแค่ไหนเอ่ยถ้านาน ๆ เปลี่ยนทีเพราะเน้นประหยัด (เกินไป)
แล้วละก็ ขอให้คำนึงถึงสุขอนามัยว่า อีกไม่ช้าอาจกลายเป็นคลังเพาะเชื้อโรคอย่างคาดไม่ถึง
แพทย์ผิวหนังประจำศูนย์โรคผิวหนังลอนดอนประเทศอังกฤษ นายแพทย์ซูนิล โชปรา (Sunil Chopra) เตือนว่า ทุกครั้งที่เทเครื่องสำอางใส่มือหรือแต้มลงบนนิ้ว เช่น ครีมกันแดด ครีมรองพื้น เชื้อโรค จากมือจะติดกลับเข้าไปข้างในตัวผลิตภัณฑ์ด้วย ก่อนแพร่ขยายจำนวนเรื่อย ๆ
ครั้นใช้เครื่องสำอางอีก ก็เท่ากับว่านำเชื้อโรค กลับสู่ผิว ถ้าภูมิต้านทานอ่อนแอสุดที่จะป้องกันไหว ตอนท้ายจะก่อให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ แบบรักษาเท่าไรไม่หายสักที
ดังนั้นถึงผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะอ้างว่า มีส่วนประกอบของสารต้านแบคทีเรีย แต่คุณหมอยืนยันให้เปลี่ยนเครื่องสำอางทุก ๆ 6 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงไว้ก่อน และรักษาความสะอาดของผิวให้เป็นนิสัย
นี่แหละค่ะ เคล็ดลับผิวสวยใส
กายแข็งแรง แต่ใจเต้นเร็ว เสี่ยงอายุสั้น
ตามสถิติทั่วไป คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอและแข็งแรงดีหัวใจในขณะพักจะเต้นช้า ๆ แต่สม่ำเสมอ ที่อัตรานาทีละ 65 ครั้ง
แล้วถ้าบังเอิญหัวใจเต้นเร็วกว่านี้ล่ะ แพทย์โรคหัวใจจากโรงพยาบาลเจนทอฟต์ มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก จึงตั้งคำถามว่า จะเป็นสัญญาณสื่ออะไรหรือไม่
หลังตั้งหน้าตั้งตาค้นหาคำตอบ ก็สรุปความเป็นไปได้ที่น่าตกใจว่า อาจทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ด้วยดูจากข้อมูลวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ
ภายใน 1 นาที คนที่มีอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก 80 ครั้ง จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่มีอัตราการเต้นของหัวใจ 65 ครั้ง ประมาณ 4 - 5 ปี โดยความเสี่ยงอายุขัยสั้นลงจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 ต่อการเต้นที่บวกเข้ามาทุก 10 ครั้งต่อนาที
ทั้งนี้ อาจเป็นผลพวงของโรคที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด และโรคเบาหวาน
เพื่อกระตุ้นให้แพทย์เอะใจตรวจรักษาผู้ที่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วย จึงมีการเรียกร้องให้ทบทวนเกณฑ์วินิจฉัยหัวใจใหม่ เพราะเดิมกำหนดอัตราการเต้นปกติที่เฉลี่ยนาทีละ 60 - 100 ครั้ง
หมั่นสำรวจตัวเองด้วยค่ะ
เตือนสาวหุ่นแอ๊ปเปิ้ลเอาใจใส่ไตให้ใกล้ชิด
หุ่นแอ๊ปเปิ้ลหมายถึง คนที่มีไขมันหนารอบพุงจนรูปร่างกลมกิ๊กค่ะ
บางคนภายนอกดูปกติ แต่อย่าเพิ่งประมาท เนื่องจากล่าสุด Journal of the American Society of Nephrology รายงานการศึกษาโดยทีมผู้วิจัยจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโกรนิงเกน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ถึงผลเสียที่จะเกิดตามมาว่าไตอาจป่วยในภายภาคหน้า
จากการตรวจสุขภาพอาสาสมัคร 315 คน พบว่า ใครยิ่งมีห่วงยางที่เอวมากเท่าไร สมรรถภาพการทำงานของไตจะลดลงเป็นลำดับ ไม่เพียงเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงไตได้น้อยเท่านั้นแต่ยังมีภาวะความดันโลหิตสูงในไตอีกแม้ว่าความดันโลหิตของร่างกายจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม
เพื่อลดภาวะความดันโลหิตสูง ทางผู้ศึกษาจึงนำเสนอให้ลดการกินเค็ม
แต่ปลอด ภัยที่สุดคือควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนค่ะ
(0)
ชีวจิต
RELATED TOPICS
619 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ