MAXIM THAILAND's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

เจาะลึกองค์กรลับระดับโลกกับ.....SOCIETIES CONTROL THE WORLD

8. FREEMASONRY.....องค์กรภราดรภาพแห่งยุคปัจจุบัน
องค์กรภราดรภาพ ที่มีเบื้องหลังอันลึกลับ ตั้งแต่ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป้าหมายแรกของพวกฟรีเมสัน คือ การต่อสู้กับศาสนาคริสต์ หลังจากนั้น เป้าหมายของพวกเขาก็เปลี่ยนมาเป็นการต่อสู้กับทุกคน การเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ ค่อนข้างมีกฎระเบียบที่เข้มงวดพอสมควร อาทิ มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี เชื่อในความมีตัวตนของพระผู้เป็นเจ้า มีชาติกำเนิดที่เป็นไท ไม่เคยตกเป็นทาส เป็นชายที่มีความเป็นอิสระ ไม่ผูกพัน มีคุณธรรมและจริยธรรม รวมถึงต้องผ่านพิธีกรรมลับ ให้เข้าเป็นสมาชิกของฟรีเมสันด้วย

ปัจจุบัน องค์กรฟรีเมสันมีสมาชิกประมาณ 5 ล้านคน ทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สก็อตแลนด์และไอร์แลนด์ โดยเชื่อกันว่า องค์กรนี้ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว มีสมาชิกกระจายอยู่ในทุกวงการ เช่น ประธานาธิบดี รัฐมนตรี ผู้พิพากษาศาลสูง วุฒิสมาชิก ผู้ว่าการรัฐ ฯลฯ คนระดับโลกที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกขององค์กรลับตั้งแต่เด็กๆ

แม้ดูเหมือนว่าองค์กรนี้เข้ายาก แต่เมื่อได้เข้าไปแล้ว พูดได้เลยว่า เจริญเติบโตได้ดิบได้ดีกันทุกคน เพราะส่วนใหญ่เขยิบขึ้นเป็นบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลก ยามเดินทางไปประเทศใด จะมีมือที่มองไม่เห็นคอยจัดการอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง เมื่อต้องปฏิบัติการงานสิ่งใด ก็จะมีมือที่มองไม่เห็นคอยกำจัดศัตรู เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น
9. THE BILDERBERG GROUP........อุดมการณ์เพื่อโลกเสรี
หาก “อิลลูมินาติ” คือ กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังควบคุมการทหาร และการสงครามทั้งหมด “เดอะ บิลเดอร์เบิร์ก กรุ๊ป” ก็คือ สมาคมที่อยู่เบื้องหลังทางการเงิน เศรษฐกิจ เป็นที่อยู่เบื้องหลังทางการเงิน เศรษฐกิจ เป็นที่ปรึกษาและการวางแผนระดับสูง รวมถึงควบคุมนโยบายหลักๆ ของรัฐบาลของโลก โดยเป็นสมาคมที่อยู่คู่กับ ฟรีเมสัน ในยุค 1954 ก่อตั้งโดย ด็อกเตอร์ โจเซฟ เรทิงเกอร์

กลุ่มนี้เป็นสมาคมลับของชนชั้นสูงสำหรับเหล่ามหาเศรษฐีในโลกแห่งการทำธุรกิจ ธนาคารข้ามชาติ การเมือง และรวมถึงประชาชนทั่วไปที่เป็นมืออาชีพ โดยกลุ่มบิลเดอเบิร์ก จะประชุมกันปีละครั้งอย่างเปิดเผย โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 100 ที่นั่ง ทุกๆ 1 ปีที่เจอกัน คนเหล่านี้มาด้วยคำถามซ้ำๆ กันทุกปีว่า “เราจะเปลี่ยนโลกนี้ ให้เป็นอย่างที่พวกเรา (ชาวยิว) อยากให้เป็นไปได้อย่างไร? ในฐานะที่เรา (ชาวยิว) เป็นรัฐบาล โลกที่แท้จริง” ว่ากันว่ากลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับ “อิลลูมินาติ” และ “ฟรีเมสัน” ในเหตุการณ์ถล่มอัฟกานิสถานและอีรัก โดยพยายามสกัดกั้นจีน และความรุนแรงในบางจังหวัดของบางประเทศ ฯลฯ จุดมุ่งหมายคือ เพื่อโลกเสรี ไม่เอาคอมมิวนิสต์

ปัจจุบัน The Bilderberg Group มีสมาชิกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอำนาจทางภาคธุรกิจและการเมือง (ทั้งที่ตายไปแล้ว และยังมีชีวิตอยู่) เช่น เฮนรี คิสซิงเจอร์, บิลล์ เกตส์, เดวิด ร็อคกี เฟลเลอร์, เจ้าชายเบิร์นฮาร์ด (พระสวามีของราชินีจูเลียนา แห่งเนเธอร์แลนด์) และโรนัลด์ รัมส์เฟลด์ เป็นต้น
10. ILLUMINATI......องค์กรแห่งความลับ
สมาคมที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถูกเชื่อมโยงกับการปฏิวัติโดยเฉพาะอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย และไทย โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1776 โดย อดัม ไวส์ฮอปต์ ชาวเยอรมัน ผู้เลื่อมใสในคณะเยซูอิต จากภาพสัญลักษณ์ ส่วนบนสุดของ “อิลลูมินาติ” ประกอบด้วย 13 ตระกูลหลักของโลก ส่วนหนึ่งจะเป็นยิวปลอมผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจ โดยจะส่งตัวแทนขึ้นมา 10 คนจาก 13 ตระกูล หรือที่เรียกว่า “Supree Council of the TEN Wise Man” รวมถึงสมาชิกหลายคนที่เป็นนักการเมืองที่เจริญในหน้าที่การงาน

โดยแนวคิดและจุดประสงค์ขององค์กรนี้ คือยึดถือมั่น “New World Order (NOW)” หรือ “การจัดระเบียบโลกใหม่” คอยกำกับดูแลปกครองประเทศต่างๆ ทั่วโลก ครอบคลุมถึงการแทรกซึมควบคุมทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง การใช้อำนาจอย่างลับๆ ผ่านรัฐบาลโลกอิสระ ซึ่งยึดถือกฎเดียวกัน ยึดถือศาสนายูดาย โดยมีกลุ่มชนชาติยิวเป็นกำลังหลัก มีแนวบางทฤษฎีก็เชื่อว่า มีความต้องการที่จะให้ประเทศอิสราเอลเป็นเมืองหลวงอีกด้วย

อีกทั้งยังเป็นกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังอำนาจอย่างลับๆ โดยควบคุมเหตุการณ์ในโลกทุกวันนี้ ผ่านทางรัฐบาลและกลุ่มบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแทรกซึมและโค่นล้มรัฐบาลของหลายๆ รัฐในยุโรป การปฏิวัติที่ฝรั่งเศส และรัสเซีย การจัดฉากและก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเป็นผู้สนับสนุนเงินทั้งหมดให้ฮิตเลอร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวไป 6 ล้านคน และก่อตั้งธนาคาร เป็นต้น
เจาะลึกองค์กรลับระดับโลกกับ.....SOCIETIES CONTROL THE WORLD
องค์กรลับที่ถือกำเนิดขึ้น โดยมีเรื่องราวและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมานานนับทศวรรษ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งเรื่องสงคราม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งเรื่องศาสนา โดยคอยชักใยบงการอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ
1. SKULL AND BONES.......สมาคมที่เรียกสมาชิกว่า “สุสาน”
สมาคมหัวกะโหลกและกระดูกไขว้ ก่อตั้งในมหาวิทยาลัยเยล ปี 1832 เริ่มต้นขึ้นในหมู่นักศึกษาปีสุดท้าย จากนั้นสมาชิกเก่าจะคัดเลือกและทาบทามนักศึกษาเพียงปีละ 15 คน โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องมีคุณสมบัติคร่าวๆ ดังนี้ ครอบครัวเคยเป็นสมาชิกองค์กรนี้มาก่อน เป็นคนหนุ่มไฟแรง มีความกระตือรือร้นสูง ฐานะดี ฉลาด ชอบเรื่องการเมือง เก่งกีฬา และชอบทำงานเป็นทีม

สมาคมแห่งนี้ให้ความสำคัญต่อสมาชิกเป็นหลัก และเคารพกฎเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยการทิ้งความเชื่อเดิม ก่อนรับเอาเป้าหมายและปรัชญาของสมาคมเพียงหนึ่งเดียวคือ เป็นผู้นำโลก ในแต่ละช่วงสมาชิกนั้น สมาคมนี้จะมีจำนวนประมาณ 500-600 คน และทุกคนจะต้องมาพบหน้ากันทุกวันพฤหัสและวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์ โดยสมาชิกเหล่านี้ถูกเรียกว่า “สุสาน”

ปัจจุบัน ว่ากันว่าสมาชิกของสมาคมนี้ก่อร่างสร้างตัวเป็นตระกูลมั่งคั่ง เป็นเจ้าเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลของโลก เช่น ตระกูล Harriman, Rockefeller, Payne, Davison นอกจากนี้ยังแทรกซึมไปทุกวงการของสังคมอเมริกัน เช่น รัฐบาล นักกฎหมาย นักการเมือง สื่อมวลชน การศึกษา ธนาคาร นักธุรกิจ การค้า อุตสาหกรรม สำนักพิมพ์ คริสตจักร ในตำแหน่งบริหารอันดับสูงๆ ทำการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย กิจกรรมทุกอย่าง โดยชื่อจริงของสมาชิก จะถูกปกปิดเป็นความลับสุดยอด ว่ากันว่าองค์กร CIA ก็ถูกสมาคมนี้ชักใยอยู่เบื้องหลังด้วย และบุคคลสำคัญ ในปัจจุบันที่เปิดเผยได้ คือ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จอร์จ บุช เขาเป็นสมาชิกของสมาคมหัวกะโหลกไขว้ และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญใน CFR
2. OPUS DEI แรงศรัทธาในเงามึด
องค์กรคาทอลิคอนุรักษ์นิยม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1928 โดยนักบวชชาวสเปน โฆเซ่มาเรีย เอสตริ ว่า เดอ บาลากัวร์ ผู้ซึ่งภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญโดยสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ผู้ล่วงลับ “โอปุสเดอี” ในภาษาละติน หมายถึง “ผลงานของพระเจ้า” โดยมีจุดมุ่งหมายในการกระตุ้นบรรดาฆราวาสให้อุทิศช่วงเวลาทุกนาทีของชีวิตให้กับศาสนา ดำเนินชีวิตเยี่ยงผู้ศักดิ์สิทธิ์ และขยันที่จะแพร่ธรรมต่อผู้คนรอบข้าง

ทั้งนี้ “โอปุสเดอี” โด่งดังมาจากหนังสือ เรื่อง “Davinci Code” ของแดน บราวน์ โดยกล่าวถึงนักบวชบำเพ็ญทุกข์กิริยา ซึ่งความจริงแล้วองค์กรนี้ไม่มีการประกอบพิธีกรรมหรือคลั่งศาสนาแต่อย่างใด เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์กรเป็นสามัญชนที่เชื่อในพระคริสต์ และพร้อมที่จะเผยแผ่ความรักของพระองค์ออกไปในวงกว้างเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น องค์กรนี้ได้อยู่เบื้องหลัง และมีอิทธิพลต่อการประชุมลับของบรรดาพระคาร์ดินัล เพื่อคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาองค์ต่อไป ซึ่งความจริงแล้วในจำนวนพระคาร์ดินัล 115 คน ที่จะใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งโป๊ป มีเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งนับเป็นสมาชิกของโอปุสเดอี แต่ที่แน่ๆ ปัจจุบัน โอปุสเดอี มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 85,000 คน ใน 60 ประเทศ จนได้รับสมญานามว่า “ออคโตปุส” (ปลาหมึก) ของพระเจ้า “และในปี 1982 ก็ได้เป็นนิกายที่ขึ้นตรงกับพระราชาคณะชั้นสูง ภายใต้พระลัญจรพระสันตะปาปา สามารถเข้าถึงพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

อีกทั้ง การได้รับการสนับสนุนและการส่งเสริมจากพระคาร์ดินัลทรงอิทธิพลจำนวนมาก จึงทำให้พระและฆราวาสที่เป็นสมาชิกวงในของโอปุสเดอี ได้ครองตำแหน่งสูงๆ ในระบบราชการของสำนักวาติกัน จึงไม่น่าแปลกอะไรที่หลายฝ่ายเชื่อว่า โอปุสเดอี เป็นองค์กรที่เป็นคริสตจักรอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว มีอำนาจบารมีซึ่งซ่อนอยู่ภายใน โดยทำตัวลึกลับ และคอยบงการชักใยคริสตจักรคมทอลิกอีกชั้นหนึ่ง
3. THE PRIORY OF SION......จากองค์กรลับสู่นิยายชื่อดัง
องค์กรลับสมาคมชายล้วนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรปตะวันตก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1956 โดยปิแอร์ ปลองตาร์ด ชาวฝรั่งเศส โดยเขาได้แต่งประวัติศาสตร์ขององค์กรนี้ขึ้นมา และอ้างว่ามันเป็นสมาคมลับที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงเยรูซาเล็มเมื่อปี 1099 มีหน้าที่ปกป้องสายเลือดราชวงศ์เมโรแว็งเซียง เพื่ออ้างสิทธิในราชบัลลังก์ของฝรั่งเศส จนหลายคนเชื่อ และเริ่มแพร่หลายไปทั่วยุโรป

แต่ต่อมาภายหลัง ได้มีนักข่าวและนักปราชญ์ออกมาหักล้าง และพยายามสืบค้นข้อมูลว่าแท้จริงแล้ว เดอะไพรออรี ออฟ ไซออน เป็นเรื่องที่กุขึ้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของปลองตาร์ด ถึงกระนั้น ผู้คนมากมายที่นับถือในองค์กร ไพรออรี ออฟ ไซออน ก็ได้ปกปิดความลับที่จะล้มล้างขององค์กรไว้ เช่น ต้นกำเนิดพระเยซู, จอกศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงคนสำคัญขององค์กร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญของโลก อาทิ ลีโอนาร์โด ดาวินซี, ซานโดร บอตติเชลลี, โรเบิร์ต บอยล์, เซอร์ไอแซก นิวตัน, วิคเตอร์ อูโก เป็นต้น

เรื่องราวของลัทธินี้ถูกนำไปแต่งนิยายมากมายในฐานะทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ประวัติศาสตร์เทียมและความสับสนอื่นๆ กลายมาเป็น กระแสหลักโด่งดังในหนังสือชื่อ The Holy Blood and the Holy Grail ในปี 1982 และต่อมาในนวนิยายสืบสวน ชื่อ รหัสลับดาวินชี
4. HERMETIC ORDER OF THE GOLDEN DAWN ศาสตร์แห่งการทำนาย
ลัทธิมนต์ดำ ที่รุ่งเรืองมากในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นศูนย์รวมของจิตวิญญาณ และเคยเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลใหญ่ที่สุดในโลกตะวันตก ก่อตั้งในปี 1888 โดยคนสามคน คือ วิลเลียม วินน์ เวสต์คอตต์, วิลเลียม โรเบิร์ต วูดแมน และแม็กเกรเกอร์ ทั้งสามคนนี้ถือเป็นมันสมองขององค์กร ฟรีเมสัน ด้วย

กลุ่มนี้มีจุดประสงค์ คือ การสอนปรัชญาลึกลับ และพัฒนาบุคลากรให้เข้าใจหลักโหราศาสตร์ การทำนายต่างๆ โดยพยายามรวบรวมพิธีกรรมและหลักปรัชญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งทำให้เกิดอิทธิพลอย่างมากต่อชาวตะวันตกในช่วงระยะเวลานั้น และบุคคลที่มีชื่อเสียงในกลุ่ม ได้แก่ อาร์เธอร์ เอ็ดเวิร์ด เวทต์ (ผู้กำเนิดไพ่ทาโรต์) นักกวี นักประพันธ์ นักเขียนบทละคร และนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากมาย กล่าวได้ว่า กลุ่มนี้มีอิทธิพลในวงการศิลปะและวัฒนธรรมนั่นเอง

ในปี 1914 องค์กร Golden Dawn ก็ได้ปิดฉากลง เพราะสมาชิกร่อยหรอและหมดความสนใจ แต่กระนั้นก็มีการฟื้นฟูลัทธินี้อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 ให้เป็นองค์การทางศาสนาแม้จะยังมีการสอนเรื่องไพ่อยู่ แต่ก็อิงไปทางศาสนาอยู่มากจนถึงปัจจุบัน
5 THE KNIGHTS TEMPLAR.....เหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ยากไร้
กลุ่มอัศวินศาสนาคริสเตียนที่มีบทบาทในสงครามครูเสต เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 ปี 1119 โดย ฮิวจส์ เตอ ปาแยงส์ ชนชั้นสูงจากฝรั่งเศส พร้อมกับเหล่าอัศวินผู้ติดตามอีก 8 คน มีจุดมุ่งหมาย คือ ปกป้องผู้แสวงบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นกลุ่มที่สร้างระบบธนาคาร ซึ่งในระยะแรกกลุ่มอัศวินเทมพลาร์ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ประทังชีวิตด้วยขอของบริจาค จึงได้รับการขนานนามว่า “อัศวินผู้ยากไร้” และด้วยความที่พวกเขาได้สร้างชื่อเสียงไว้มากมาย จึงทำให้มีผู้บริจาคเงินทอง

อีกทั้งกลุ่มอัศวินเทมพลาร์ยังมีกิจการหลายแห่ง รวมถึงดินแดนจนแทบจะครองยุโรปได้ ส่งผลให้ชนชั้นสูงชาวยุโรปหลายคนจึงส่งลูกหลานของตัวเองให้เข้าร่วมกลุ่มด้วย ทำให้กลุ่มเทมพลาร์เติบโตอย่างรวดเร็ว จนมีอำนาจนอกเหนือกฎหมาย

แต่แล้วจุดตกต่ำของกลุ่มนี้ก็มาถึง จากการที่พวกเขาทำธุรกิจกู้ยืมเงิน มีผู้คนมาขอกู้ยืมเพื่อไปทำสงคราม หนึ่งในนั้นมีพระราชา และเมื่อคนเหล่านั้นพ่ายแพ้ในสงคราม จึงไม่มีเงินมาจ่ายหนี้เลยวางแผนใส่ร้ายกลุ่มอัศวินนี้ว่าเป็นพวกนอกรีต จึงทำการสั่งประหารและยึดทรัพย์สิน จนกลุ่มอัศวินนี้ล่มสลายไปในที่สุด

แม้อัศวินเทมพลาร์จะล่มสลายลง แต่ยังคงทิ้งปริศนาเอาไว้หลายอย่าง เช่น เกิดอะไรขึ้นกับสมาชิกที่ยังหลงเหลือในยุโรป ทรัพย์สินของอัศวินเทมพลาร์หายไปไหน ปัจจุบัน มีการเล่าลือถึงเล่าอัศวินเทมพลาร์ว่า พวกเขาได้แทรกซึมไปทั่วราชสหอาณาจักรอังกฤษ และมีสาขาองค์กรแตกแขนง ซึ่งส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ หนึ่งในนั้นคือ สมาคม Freemasonry ที่รับธรรมเนียมปฏิบัติและพิธีกรรมจากกลุ่มอัศวิน จนกระทั่งกลายเป็นปริศนายอดฮิตที่มักมีคนนำไปแต่งนิยายหรือภาพยนตร์เสมอ
6. ROSICRUCIANS ศาสนศาสตร์แห่งอดีตกาล
ศาสนศาสตร์สมาคมลับ ที่ก่อตั้งขึ้นประมาณศตวรรษที่ 16 โดย คริสเตียน โรเซนครูสทธ์ ชาวเยอรมัน ที่ถือหลักคำสอน “ความจริงลึกลับของอดีตกาล” โดยมีเอกสารสามชุดเผยแพร่คือ Fama Fratermitatis Rosae Crucis (ปี 1614), Confessio Fratemitatis (ปี 1615) และ The Chymical Wedding (ปี 1616) เอกสารเหล่านี้เผยแพร่อย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยเนื้อหาบอกเรื่องราวลึกลับทางการศึกษาวิถีแบบโบราณ การศึกษา ภาษาดับบาลา ยุคโบราณ จิตวิญญาณ และเทคนิคของการเล่นแร่แปรธาตุเพื่อความมั่งคั่ง โดยสามารถแปรธาตุโลหะทั่วไปให้เป็นธาตุทองคำได้

สมาชิกของสมาคมนี้ก็กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีอิทธิพลในยุโรปในหลายสาขา รวมถึงมีบทบาททางการเมืองของยุโรป และมีความเกี่ยวข้องกับฟรีเมสัน เพราะแนวคิดบางส่วนของโรซิครูเซียนถูกนำไปใช้ร่วมกับแนวคิดของฟรีเมสัน นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับลัทธิโปรเตสแตนด์ และขยายไปทั่วโลกในเวลาต่อมาอีกด้วย โดยสัญลักษณ์ ของสมาคม คือไม้กางเขน และดอกกุหลาบซึ่งอยู่ตรงกลางไม้กลางเขน ว่ากันว่าชาวเยอรมันเป็นผู้นำอย่างพระเจ้าไกเซอร์ และฮิตเลอร์เคยเป็นสมาชิกในองค์กรนี้ด้วย
7. ORDO TEMPLIS ORIENTIS “กลุ่มลัทธิซาตานสมัยใหม่”
องค์กรศาสนา ที่ก่อตั้งขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20 โดย อเลสเตอร์ โครว์ลีย์ ชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านจอมขมังเวทย์ พ่อมดชั้นสูง เดิมทีองค์กรนี้ต้องการถอดแบบให้มีลักษณะคล้ายกับองค์กรฟรีเมสัน แต่ภายใต้การนำของโครวลีย์ เขาได้จัดระเบียบองค์กรเสียใหม่ โดยใช้หลักปรัชญา Themela ซึ่งเขาคิดค้นขึ้น มาเป็นศูนย์กลางหลักในองค์กร และให้เป็นศาสนาใหม่สำหรับยุคใหม่ ซึ่งพิธีกรรมขององค์กรนี้ ว่ากันว่าประกอบไปด้วยสิ่งลึกลับ มนต์ดำ กามราคะ เป็นต้น ปัจจุบัน Ordo Templis Orientis มีสมาชิกประมาณ 3,000 คนทั่วโลก โดยหลายคนบอกว่าเป็น “กลุ่มลัทธิซาตานสมัยใหม่”
(0)
MAXIM THAILAND
นึกว่าอ่านนิยายอยู่.
(1)
atitayaa
เรื่องจริง เหมือนอิงนิยาย แถมยังเป็นพลอตหนังบางเรื่องอีก ซับซ้อนฝุดๆ
(0)
MoohPee
ลึกลับชวนติดตามมั่ก เรื่อง zombie อีกเรื่องที่กำลังฮิต
(0)
tleaha
RELATED TOPICS
61 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ