attitude's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

อนาคตจะเป็นอย่างไร? เมื่อเรากำลังจะค้นพบยารักษาโรคเอดส์ได้ในเร็วๆ นี้

อนาคตจะเป็นอย่างไร? เมื่อเรากำลังจะค้นพบยารักษาโรคเอดส์ได้ในเร็วๆ นี้
IS IT…THE END OF HIV?
เรากำลังจะค้นพบยารักษาโรคเอดส์ในเร็วๆ นี้แล้วใช่ไหม และจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?

ข่าวดีที่เราทราบมาคือ ในทางเทคนิคแล้วตัวเลขหกปีเป็นโอกาสที่เราอาจจะคิดค้นยารักษาเอชไอวีสำเร็จ มีบุคคลคนหนึ่งที่เคยถูกสื่อเรียกว่า “The Berlin Patient” ตอนนี้เรารู้จักเขาดีในนาม Timothy Ray Brown เกย์ชาวอเมริกันวัยสี่สิบที่ได้รับการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีจนหายขาด ครั้งหนึ่งเขาเคยติดเชื้อ แต่ตอนนี้เลือดของเขาเนกาทีฟ นั่นไม่ใช่เพราะเขาเกิดมามียีนที่กลายพันธุ์ได้แต่เป็นเพราะวิทยาศาสตร์การแพทย์ล้วนๆ

ผมใช้คำว่า “สำเร็จได้ทางเทคนิค” เพราะเรายังไม่สามารถรักษาผู้ป่วยคนอื่นได้อย่างที่เรารักษา Brown เพราะตามประวัติการรักษานั้น เขาเคยป่วยเป็นลูคีเมีย หนทางเดียวที่จะยื้อชีวิตได้คือการปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplant) ซึ่งขั้นตอนการปลูกถ่ายต้องกำจัดระบบภูมิคุ้มกันเดิมออกแล้วแทนที่ด้วยภูมิคุ้มกันของคนอื่น แพทย์ของเขาตัดสินใจปลูกถ่ายไขกระดูกให้เขา โดยอาศัยไขกระดูกจากผู้บริจาคคนหนึ่งที่ไม่มีโปรตีนตัวที่ชื่อว่า CCR5 ในไขกระดูกนั้น โปรตีนดังกล่าวจะเป็นตัวที่เชื้อเอชไอวีชอบยึดเกาะเพื่อทำลายเซลล์อื่นๆ ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นหลังการปลูกถ่ายไขกระดูกคือเชื้อไวรัสเอชไอวีที่ยังคงอยู่เต็มร่างกายของ Brown ไม่สามารถโผล่ออกจากที่ซ่อนได้อีก ตัดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อและตัดการทำลายเซลล์สมบูรณ์อื่นๆ ไปโดยปริยาย จึงไม่จำเป็นอีกต่อไปที่ Brown ต้องทานยาต้านเอชไอวีนับแต่นั้นมา

ขั้นตอนการรักษาที่ว่าใช้ไม่ได้กับผู้ป่วยรายอื่นๆ เพราะการปลูกถ่ายไขกระดูกมีค่าใช้จ่ายสูง เสี่ยงต่อชีวิต และอาจสร้างความบอบช้ำทางร่างกายอยู่พอสมควร คนที่ปกติดีจึงไม่อยากเข้ารับการรักษา ยกเว้นแต่ว่าจะไม่มีหนทางเลือกอื่น และถึงแม้พวกเขาจะยอมรักษา ก็อาจไม่มีผู้บริจาคที่มีลักษณะการกลายพันธุ์ของยีนตามที่ต้องการมากพอที่จะใช้กับผู้ป่วยจำนวนมหาศาล
ความคืบหน้าของการทดลองยารักษาโรคเอดส์ในปัจจุบัน
“ในกรณี The Berlin Patient เราพูดได้ว่าเรารักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหายเป็นผลสำเร็จ” Gus Cairns บรรณาธิการวารสารที่เชื่อถือได้อย่าง HIV Treatment Update กล่าวเอาไว้ โดยตัวเขาเองก็เป็นผู้ติดเชื้อมากว่า 30 ปี “นอกจากนี้เรายังมีกรณีเด็กทารกที่เข้ารับการรักษาตั้งแต่หลังติดเชื้อระยะแรกๆ ซึ่งปัจจุบันเราค่อนข้างแน่ใจว่าเชื้อร้ายในตัวหนูน้อยจะไม่แพร่กระจายและแสดงอาการ เช่นเดียวกับกรณีกลุ่มผู้ป่วยชาวฝรั่งเศส พวกเขายังมีเซลล์ติดเชื้อเอชไอวีในร่างกายอยู่ แต่เซลล์พวกนั้นไม่มีแนวโน้มที่จะแพร่เชื้อเอชไอวี มันอยู่ของมันนิ่งๆ คำถามสำคัญคือมันจะนิ่งอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า”

ในการทดลองยารักษาครั้งล่าสุด นักวิจัยชาวเดนมาร์กจาก Aarhus University Hospital ใช้ตัวยาที่เคยพัฒนาใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ตัวยาที่ว่านี้ออกฤทธิ์เป็นพิษต่อร่างกาย แต่ถูกดัดแปลงให้มีประสิทธิภาพการรักษามากขึ้นและส่งผลเสียต่อร่างกายผู้ป่วยน้อยลง โดยกลุ่มนักวิจัยคาดหวังว่าจะล้างเซลล์ที่ติดเชื้อเอชไอวีออกจากที่หลบซ่อนในร่างกาย ก่อนหน้านี้กลุ่มนักวิจัยได้เคยทำการทดลองในหลอดทดลองมาแล้ว ซึ่งพบว่าไม่เกิดวงจรของการติดเชื้อเอชไอวีจากเซลล์เดิมไปสู่เซลล์ใหม่ และในขณะนี้กำลังวางแผนจะทดลองในมนุษย์
กันไว้ดีกว่าแก้... ป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันคือการสวมถุงยางอนามัยยังเป็นเรื่องที่วางใจได้เสมอ มันคงจะเร็วไปถ้าคิดจะเลิกสวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ความหวังเรื่องยารักษาที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตนั้น ก็มีคำถามตามมาว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้หากเรารักษาเชื้อเอชไอวีได้หายขาด? โลกของเราตอนนั้นจะมีทิศทางอย่างไร? มนุษยชาติจะก้าวเข้าสู่ยุคมั่วเซ็กซ์แบบเสรีและไม่ป้องกันเลยหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกย์บางคนที่มีพฤติกรรมประมาทอยู่เป็นทุนเดิมด้วยแล้ว เพราะที่สำคัญเราต้องอย่าลืมว่ายังมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ อยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นซิฟิลิส โรคตับอักเสบชนิดซี หรือแม้กระทั่งเชื้อหนองในที่วันนี้ดื้อยายิ่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงฟังดูมีเหตุผลว่าเรายังไม่ควรเลิกใช้ถุงยางอนามัย แม้ว่าเราจะคิดค้นยารักษาสำเร็จแล้วก็ตามที
(0)
attitude
RELATED TOPICS
526 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ