อนุสาร อสท's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

ศรีสัชนาลัย ตอนที่ 3 ความงามแห่งชีวิตที่อยู่คู่กับธรรมชาติอย่างสงบสุข

ศรีสัชนาลัย ตอนที่ 3 ความงามแห่งชีวิตที่อยู่คู่กับธรรมชาติอย่างสงบสุข
บางสายเราเลือกใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๑ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไร่นาและชีวิตอันเป็นตัวของตัวเองของคนศรีสัชนาลัย ข้าวพันธุ์ชัยนาทเริ่มแตกกล้า เขียวชื่นด้วยเมืองที่ไม่ค่อยขาดน้ำ และผู้คนที่ยังพร้อมจะหันหน้าลงสู่ที่ดินผืนเดิม

เลาะลัดผ่านเมืองด้งจนมาถึงตำบลบ้านตึก สำเนียงภาษาเหนือแว่วอยู่ในถ้อยคำของชาวบ้าน รอบเรียบง่ายด้วยบ้านไม้ที่มีเสาใหญ่ คงมั่นแข็งแรง

“เราไม่ได้มาจากลาวเหมือนคนแถบหาดเสี้ยว บรรพบุรุษของคนที่นี่เป็นพวกโยนก เราอพยพมาพร้อมกับเจ้าหมื่นด้งนคร” ลุงเหมือน ละอองทรง หมายถึงบ้านภูนก หนึ่งในหมู่บ้านโบราณในตำบลบ้านตึก ที่เรามาถึงเอาเมื่อปลายสาย

ไร่นาผืนป่าจากภูเขาลูกเตี้ยๆ ที่โอบล้อมอยู่จำกัดให้ชีวิตเบื้องล่างดำเนินไปตามรูปรอยมาเนิ่นนาน
ช้าง... สัตว์ที่เคียงคู่ชุมชนหมู่บ้านภูนก
หมู่บ้านเล็กๆ ซุกซ่อนรายละเอียดอันแสนงดงามแห่ง ชีวิตไว้ในภาพที่มองผาดเผินอาจคล้ายหมู่บ้านตามชนบททั่วไป จนผมได้มาอยู่กลางลานตีนดอยหลังหมู่บ้าน ดูลุงเหมือนและ พี่น้องบ้านภูนกกับช้างที่เลี้ยงชีพพวกเขามา ที่ศูนย์ช้างชรา ศรีสัชนาลัย หรือที่แกชอบใช้ในชื่อ “ชมรมคนรักช้างศรีสัชนาลัย”

“แต่ก่อนเราโตมากับเขาครับ คนที่นี่ใช้ช้างลากไม้ลงมา สร้างบ้านสร้างเรือน หรือส่งต่อไม้ในยุคที่การสัมปทานไม้ยังทำกันแถวแพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ รวมไปถึงแถบนี้ด้วย” ทุกวันนี้ไม่เหลือเรื่องราวเช่นนั้นอีก หากใครสักคนไม่พรั่งพรูเล่าถึง คงชัดเจนอยู่เพียงช้างไม่กี่เชือก ที่ลุงเหมือนและเหล่าควาญ เฝ้าดูแลประคบประหงม

(จากภาพ) ที่บ้านภูนก ตำบลบ้านตึก ช้างคือสัตว์ที่เคียงคู่ชุมชนดั้งเดิมแห่งนี้มาเนิ่นนาน ทุกวันนี้ช้างของบ้านภูนก ใช้ร่วมงานบวชนาคขี่ช้างที่บ้านหาดเสี้ยว อันเป็นประเพณีหลักของคนศรีสัชนาลัย
สัมพันธภาพระหว่างคนกับช้าง ที่หมู่บ้านภูนก
“เราพยายามจะให้คนบ้านภูนกกลับมาอยู่กับช้างได้แบบยืนยาว ช้างเราไม่ได้ฝึกให้เป็นช้างเล่นกิจกรรมแบบที่อื่น แต่ให้เขาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เดินในป่า ในไร่นา และชินกับการรู้จักคน” ควาญที่นั่งอยู่ข้างหน้าเล่าผ่านเปลวแดด

ตัดผ่านป่าเชิงเขา ลัดลงนาข้าวที่เพิ่งไถหว่าน เลาะไปเข้าสู่หมู่บ้านภูนก บ้านไม้เรียงรายอยู่สองฟากถนน สัมพันธภาพระหว่างคนกับช้างที่นี่ดูเหมือนต่อยอดมายาวนาน ไม่เฉพาะเจาะจงแค่ชาวบ้านและควาญที่เป็นคนบ้านเดียวกัน แต่หมายรวมไปถึงอีกหลายชีวิตของช้างที่เคยต่อสู้ดิ้นรนทำมาหากิน ร่วมกับพวกเขามา

เราลงจากหลังช้างและเดินเลาะผ่านมาที่วัดภูนก อุโบสถ หลังเก่างดงามเรียบง่ายอยู่อย่างสมถะ เช่นเดียวกับชีวิตของหลายคนที่นี่ รวมไปถึงช้างหลายเชือกที่พวกเขาเฝ้าดูแลประหนึ่งญาติมิตรที่สั่งสมความเป็นตัวของตัวเองร่วมกันมา
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เชลียง) เมืองเก่าของศรีสัชนาลัย ริมลำน้ำยม
หลายวันที่ศรีสัชนาลัย ผมมักมาริมน้ำหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เชลียง) พื้นที่ที่ว่ากันว่าคือศูนย์กลางของ เมืองก่อนก่อสร้างเมืองศรีสัชนาลัย พระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาอ่อนช้อยอิ่มแดดเย็น โลกริมแม่น้ำเงียบสงบ ฉายชัดภาพ เรียบง่ายอยู่เหนือสะพานสลิงที่ขึงข้ามลำน้ำยม

หลายสิ่งก่อรูป หยัดยืน พังทลายไปตามห้วงเวลา ใช่เพียงใบหน้าประวัติศาสตร์ แต่หมายถึงชีวิตรุ่นต่อรุ่นที่วิ่งเต้นหายใจอยู่กับมัน

ทว่ากับเรื่องจิตใจ หากพื้นที่สักแห่งยังคงมั่น สืบต่อและดูแลกันและกัน

ดูเหมือนว่าความจีรังยั่งยืนอาจไม่ต้องการการมองเห็น ด้วยดวงตา
วัดช้างล้อม หนึ่งในไฮไลต์ของการมาเยือนอุทยานฯ ศรีสัชนาลัย
ค้นหาประวัติศาสตร์ของศรีสัชนาลัย ผ่านหลุมขุดค้นที่วัดชมชื่น
หลุมขุดค้นที่วัดชมชื่น บ่งบอกการมีอยู่ของผู้คนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์บนพื้นที่ริมลำน้ำยม ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมาถึงศรีสัชนาลัย
(0)
อนุสาร อสท
RELATED TOPICS
3 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
3 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
3 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
5 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
4 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
7 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
25 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
21 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
22 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
21 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
18 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
29 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
33 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ