คิด Creative Thailand's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

"ลองอ่านเรื่อง เล่น ที่เป็นเงินล้าน ของ 3 นักคิดกัน"

ลองอ่านเรื่อง "เล่น" ที่เป็นเงิน"ล้าน" ของ 3 นักคิดกัน
ทำเป็นเล่น เห็นเงินล้าน
3 ขุนพลคนต้นคิดผู้แปรเรื่องเล่นให้เป็นเงินล้าน
ความสำเร็จในการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักสร้างสรรค์ ตราบใดที่ “งาน” มีความรักเป็นที่ตั้ง มีความหลงใหลเป็นแรงขับ และมีความสนุกเป็นตัวหล่อเลี้ยง ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ชื่อ “ความสำเร็จ” นั้นอยู่แค่เอื้อม

ความรู้และประสบการณ์การสร้างสรรค์งานจาก “ความสนุก” ในสิ่งที่ตัวเองรักจนประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจของ 3 “นักเล่น” มือทอง ซึ่งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ได้เชิญมาเป็นวิทยากรในงานชุมนุมทางความคิดที่จัดขึ้นไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดให้คนรุ่นใหม่กล้าลงมือทำในสิ่งที่ตนรักและเชื่อมั่น เพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในธุรกิจสร้างสรรค์ในอนาคต
มาซาชิ คาวามุระ
Masashi Kawamura Copywriter / Art Director
มาซาชิ คาวามุระ ครีเอทีฟหนุ่มชื่อดังแห่ง BBH สาขานิวยอร์ก เจ้าของผลงานโฆษณารางวัลระดับนานาชาติ สร้างสรรค์ผลงานให้แบรนด์ชั้นนำอย่าง ลีวายส์ นิสสัน แอ็กซ์ เม็นทอส เพลย์สเตชั่น หรือ HTC ทั้งยังเป็นเจ้าของไอเดียดีๆ ที่ปรากฏอยู่บนสื่อหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหนังสือ ปกอัลบั้ม ซีดีเพลง กำกับมิวสิกวีดีโอ ออกแบบเว็บไซต์ งานแอนิเมชัน ตลอดจนรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก คือหนึ่งในขุนพลต้นคิดรุ่นใหม่ที่สามารถนำความรัก ความหลงใหล และความสนุก มาคลุกเคล้ากับความคิดสร้างสรรค์กระทั่งได้ความสำเร็จจานใหญ่ออกมาในที่สุด
หนังสือ Arbitrary Point P
กว่าจะประสบความสำเร็จจนได้รับยอมรับทั้งในประเทศญี่ปุ่นและในระดับนานาชาติ นอกจากประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยเรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเคโอะ ประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งมาทำงานในตำแหน่งซีเนียร์ อาร์ต ไดเร็กเตอร์ บริษัท BBH สาขานิวยอร์กในปัจจุบันแล้ว สิ่งสำคัญที่ส่งผลให้ชื่อ มาซาชิ คาวามุระ ติดอันดับครีเอทีฟหนุ่มที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่น่าจับตาในแวดวงโฆษณาและสร้างสรรค์สื่อ ก็คือปรัชญาการทำงานที่ว่า “เมื่อกล้าคิดก็ต้องกล้าทำให้เป็นจริง โดยไม่กลัวคำว่า 'ล้มเหลว' "

NOTE
หนังสือ Arbitrary Point P พิเศษตรงที่มีแว่นสามมิติอยู่ตรงปก เอาไว้เพื่อมองดูภาพกว่า 30 ภาพในลักษณะสามมิติ
หนังสือ Flipbook สายรุ้งสามมิติชื่อเก๋ Rainbow in Your Hand
‘เมื่อกล้าคิดก็ต้องกล้าทำให้เป็นจริง โดยไม่กลัวคำว่า ล้มเหลว’ หากคาวามุระไม่ยึดแนวคิดดังกล่าวในการสร้างสรรค์งาน เราอาจไม่มีโอกาสได้ตื่นตากับสายรุ้งสามมิติที่เกิดขึ้นเพียงพลิกหน้าหนังสือ Rainbow in Your Hand สนุกกับการยิงขยะลงถังด้วยรถบังคับวิทยุ Trash Tank ได้ย้อนวัยด้วยการพับจรวดที่ได้จากปกอัลบั้ม Rainbow Under the Overpass และเพลิดเพลินกับภาพตัดต่อคลิปวีดีโอแฟนเพลงวง Sour ในเอ็มวีเพลง Hibi no Neiro ที่มีคนดาวน์โหลดในยูทูบมากกว่า 1.5 ล้านครั้ง หรือได้เต้นออกกำลังกายสำหรับเด็กในท่า “Algorithm March” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่นก็เป็นได้

NOTE
หนังสือ Flipbook สายรุ้งสามมิติชื่อเก๋ Rainbow in Your Hand
วินัย ฉัยรักษ์พงศ์
วินัย ฉัยรักษ์พงศ์ นักออกแบบนิทรรศการและงานอีเวนต์
หากพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จในการเนรมิตแคตวอล์กกลางน้ำแห่งแรกของโลกกลางทะเลสาบ บริเวณศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในงาน Bangkok Fashion Week ความงดงามน่าประทับใจของ “หอแห่งแรงบันดาลใจ” นิทรรศการถาวรในโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของราชสกุลมหิดลได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน เข้าใจง่าย ด้วยเทคนิคการออกแบบและการใช้สื่อที่หลากหลาย รวมไปถึงความคิดแหวกแนวในการออกแบบนิทรรศการให้กับ TCDC แล้วละก็ แน่นอนว่าชื่อ “วินัย ฉัยรักพงศ์” นักออกแบบจากบริษัท b/u/g studio ย่อมถูกเอ่ยถึงเป็นชื่อแรกๆ
นิทรรศการ “สิ่งที่คิด สิ่งที่เห็น”
เบื้องหลังความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงานสุดแสนอลังการของวินัย คือการเสาะแสวงหาแรงบันดาลใจจากงานศิลปะทุกแขนง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยการเปิดหู เปิดตา และเปิดรับงานศิลปะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กราฟฟิก แฟชั่น หรือบทกวี ติดตามเทรนด์และความเคลื่อนไหวต่างๆ อยู่เสมอ ประกอบกับนิสัยช่างสังเกต ชอบเก็บรายละเอียด และพลิกแพลงกับการทดลองสิ่งใหม่ๆ ในการทำงาน ส่งผลให้ผลงานของวินัยโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

NOTE
01 นิทรรศการ “สิ่งที่คิด สิ่งที่เห็น” (บน)
02 งานครบรอบ 10 ปีสยามดิสคัพเวอรี “VERY 10” (ล่าง)
นิทรรศการ “กันดารคือสินทรัพย์: อีสาน”
วินัยใฝ่ฝันอยากเป็นนักออกแบบมาตั้งแต่เด็ก และมีความเชื่อว่าการเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบย่อมสำคัญว่าการเรียนในสิ่งที่ตลาดต้องการ แล้วความสำเร็จจะตามมาเองจากการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อและทำให้มันเป็นจริง เขาจึงเลือกเรียนปริญญาตรีที่คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต และเรียนต่อปริญญาโทในสาขาเดิมที่ Illinois Institute of Technology และ Columbia University ประเทศสหรัฐอเมริกา จากความรู้และประสบการณ์การทำงานด้านการออกแบบนิทรรศการและงานอีเวนต์มายาวนานหลายปี วินัยค้นพบว่านอกเหนือจากการแสวงหาแรงบันดาลใจ สนุกกับงาน คิดให้แตกต่างและฉีกแนวแล้ว ยังต้องเชื่อมั่นด้วยว่า “กรุงโรมสามารถสร้างเสร็จได้ใน 3 วัน”

NOTE
นิทรรศการ “กันดารคือสินทรัพย์: อีสาน”
แซค ลีเบอร์แมน
Zach Lieberman ศิลปินและโปรแกรมเมอร์
ในโลกศิลปะสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลงาน แซค ลีเบอร์แมนคือหนึ่งในศิลปินชั้นแนวหน้าของโลกที่สามารถนำเครื่องมือเหล่านั้นมาสร้างสรรค์และสื่อสารกับผู้คนได้อย่างน่าอัศจรรย์
ลีเบอร์แมนเป็นศิลปินและโปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกันที่มีผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ อาทิ ศิลปะการจัดวาง (Installation) ศิลปะดิจิทัล และการแสดง โดยอาศัยคอมพิวเตอร์กราฟิกและ Computer Vision เข้ามาช่วยนำเสนอผลงานที่ว่าด้วยการสื่อสาร และการนำเสนอสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องให้เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ ใช้ลูกเล่นที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ชมมีส่วนร่วม
โปรเจคต์ Lights on
เห็นจากผลงานศิลปะการจัดวางชื่อ “Re:MARK” และ “The Hidden Worlds of Noise and Voice” ในปี 2002 ซึ่งลีเบอร์แมนได้ร่วมงานกับโกลัน เลวิน ศิลปินชาวอเมริกัน นำเสนอกราฟิกที่สร้างขึ้นจากการเปล่งเสียงของผู้ชม โดยใช้เทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์เสียง การสร้างแอนิเมชัน และ Computer Vision เพื่อถ่ายทอดเสียงออกมาเป็นกราฟิกรูปแบบที่แตกต่างกันบนผืนจอ รวมทั้งผลงานชื่อ “Messa Di Voce” การแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องสองคนที่ใช้เสียงในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้กราฟิกที่ออกมาแตกต่างไปกันด้วย ทั้งนักแสดงยังสามารถเล่นกับกราฟิกเหล่านั้นได้เสมือนเป็นวัตถุชิ้นหนึ่ง

NOTE
โปรเจคต์ Lights on เปลี่ยนตึก Ars Electrnica ให้เป็นศิลปะจากแสง
ออกแบบฟอนต์ด้วยการขับรถ
ในปี 2006 ลีเบอร์แมนได้สร้างผลงานที่โดดเด่นมากที่สุดอีกชิ้นหนึ่งชื่อ “Drawn” เป็นการใช้พู่กันเขียนหรือวาดภาพแล้วใช้คอมพิวเตอร์ปลุกให้ภาพนั้นเคลื่อนไหวไปตามเส้นสายที่วาดบนจอขนาดใหญ่ ผลงานนี้ชนะรางวัล Ars Electronica Prix ประเทศออสเตรีย และรางวัล CYNETart competition ประเทศเยอรมนี ปีถัดมาเขาได้ร่วมงานกับมาโก ยูเลียน นักมายากลอาชีพชาวอิตาเลียน สร้างสรรค์งานชื่อ “opersourcery” นำวิธีการเล่นกลแบบเก่ามาใช้กับเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดเทคนิคการเล่นกลแบบใหม่
นอกจากผลงานศิลปะแล้ว ลีเบอร์แมนได้ร่วมงานกับธีโอ วัตสัน พัฒนาระบบ operFrameworks ซึ่งเป็น open source C++ library ชุดคำสั่งสำหรับช่วยในการเขียนโปรแกรมประเภทประมวลผลภาพหรืองานกราฟิก อันเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วนให้ศิลปินดิจิทัลทั่วโลกนำไปผลิตผลงานศิลปะที่หลากหลายต่อไป

NOTE
ร่วมกับสเตฟฟาน คัมเปนฮอยท์ ปิแอร์และแดเมียน ออกแบบฟอนต์ด้วยการขับรถ โดยตัวเขาเองพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จับความเคลื่อนไหวของรถเป็นรูปตัวอักษร
(0)
คิด Creative Thailand
RELATED TOPICS
130 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
437 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
591 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
591 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ