daybeds's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

"รูป-แม่......มุมมองคำว่าแม่ของเหล่าศิลปินชื่อดัง"

"รูป-แม่"......มุมมองคำว่าแม่ของเหล่าศิลปินชื่อดัง
THE PORTRAITS OF MOTHER HOOD
ภาพวาดถึงแม่นั้น สามารถบอกอะไรได้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับแม่ มากพอๆ กับตัวตนของศิลปินนั้นๆ เอง

แม่ ลูก โดย Federic Leighton [1865]

ศิลปินชาวอังกฤษผู้นั่งเก้าอี้ประธาน Royal Academy เป็นเวลาถึง 20 ปี เนื้อหาและรูปแบบในงานของ Leighton สะท้อนถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ความคิดและมุมมองของคนสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน คือ ความงามสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยประการทั้งปวง ด้วยว่า Leighton เป็นหนุ่มโสด ไม่มีลูกและครอบครัว มันก็น่าทึ่งอยู่ที่เขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึก แม่ ลูก ออกมาได้สวยงาม อบอุ่น อ่อนโยน (แต่ ฮ่า อีกทางหนึ่งคือถ้ามีลูกแล้ว ภาพอาจไม่ออกมาเป็นเช่นนี้นะ)
ทุ่งดอกป๊อปปี้ใน Argenteui โดย Claude Monet [1873]
ภาพวาดภรรยาและลูกชายเดินเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกป๊อปปี้ กิจกรรมแม่ลูกที่ดูแสนจะปลอดโปร่ง สงบ สบาย
อาบน้ำลูก โดย Mary Cassatt [1893]
ศิลปิน Impressionist หญิงชาวอเมริกัน ที่มักเลือกSubject เป็นภาพ Portrait แม่ลูก ต่างจากเพื่อนImpressionist คนอื่น ที่มักจะสนใจเน้นวิว ทิวทัศน์และถนนหนทาง Cassatt เป็นที่รู้จักกันในคุณสมบัติกระด้างกระเดื่องของฝีแปรง การใช้สีสว่าง ขาดความเหมือนจริง สมบูรณ์ นุ่มนวลของแสงและเรื่องราว ถ้าจะให้ว่าไปคือขาดรูปแบบลักษณะของความงามบริสุทธิ์ (เทียบจากมุมมองความงามยุคนั้น) ซึ่งเอาเข้าจริงมันคงเป็นความเหนือจริงมากกว่าเหมือนจริง

อิทธิพลจากงานพิมพ์ของญี่ปุ่น แทนที่จะวาดภาพแม่ลูกจัดฉากออกมาเป็นมาดอนน่าแบบเรอเนสเซองซ์ Cassatt เลือกมุมมองตรงๆ สัตย์จริง มองเห็นถึงแรง ถึงความธรรมดา ธรรมชาติ ไม่หวานหยดย้อย ไม่สวยงามสมบูรณ์เป๊ะ แต่ ‘จริง’ ประมาณพูด (วาด) อะไรตรงๆ เพื่อแสดงศักดิ์ของความเป็นแม่ ในภาพ ’แม่อาบน้ำลูก’ นั้น มือหนึ่งของแม่โอบลูกแนบข้างกาย อีกมือค่อยๆ ล้างเท้าอย่างระมัดระวัง จะว่าไปคงเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่เป็นเวลาของแม่และลูก เวลาพิเศษที่ไม่ได้มีความวิเศษวิโสอะไรอยู่
ห่มผ้าให้ลูกเข้านอน โดย Norman Rockwell [1921]
นางแบบคือ ‘Irene’ ภรรยาคนแรกของเขาเพื่อตีพิมพ์บนหน้าปก The Literary Digest ฉบับมกราคม 1921 อย่างที่ทุกคนรู้ งานของเขาสะท้อนวัฒนธรรมอเมริกัน ภาพนี้ก็เช่นกันที่บอกอะไรได้ดีในบทบาท หน้าที่ และ มุมมองต่อผู้หญิงในยุคนั้น (ทั้งคู่แยกทางกันในปี 1930)
Untitled (แม่ให้นมลูก) โดย Man Ray [1920]
ภาพในคอลเลกชั่นของ LACMA มุมมองความงามธรรมชาติปราศจากการ Edit ที่ไม่ค่อยเห็นมากนัก ในงานของ Ray จะว่าไปแม่ของศิลปินทั้งหลายนี่มีอิทธิพลต่องานของลูกอย่างชัดเจน พ่อเขาทำงานในโรงงานเย็บผ้า และมีอาชีพตัดเสื้อเป็นธุรกิจของครอบครัว โดยมีแม่และลูกๆ เป็นผู้ช่วย ถึงแม้ว่าเขาอยากจะแยกตัวตนออกจากครอบครัวเขาแค่ไหน แต่คุณลักษณะของการตัดเย็บเหล่านี้ก็ไม่วายถูกนำมาใช้กระจายอยู่ในงานเขาไม่ว่าจะเป็น แพตเทิร์นเสื้อ หุ่น เตารีด จักร เข็ม ด้าย หรือแม้แต่การจัด Positive Negative ก็ยังสะท้อนรูปแบบการตัดเย็บอยู่ดี
The Virgin ตีก้น Christ Child โดย Max Ernst [1926]
ภาพพระ Christ (ตอนเด็ก) ถูกตีก้นโดยคุณแม่ ต่อหน้า Andre Breton Paul Eluard และผู้วาด ความรักระหว่างพระแม่และพระ Christ ที่ต่างไปจากที่เคยเห็นในรูปแบบของความอ่อนโยน ความเศร้า ความนุ่มนวลของแม่ต่อลูก แต่ท่านในฐานะลูก ฐานะเด็กคนหนึ่ง ไม่ใช่ชายผู้มากอบกู้มนุษยชาติแต่อย่างใด พระบุตรมีผมบรอนซ์ทองหยิก รูปลักษณ์เทวดาเด็กแบบคลาสสิก ถูกตีจนก้นแดง รัศมีตกอยู่บนพื้น โดยมีเพื่อนๆ ของ Ernst อยากรู้อยากเห็นแอบดูอยู่ตรงหน้าต่าง
Migrant Mother โดย Dorothea Lange [1936]
ภาพของแม่ที่ดูเหมือนกำลังรอคอย กังวลมือหนึ่งอุ้มลูกทารก มีลูกทั้งสองยืนเกาะไหล่อยู่คนละข้าง ทั้งหมดดูเหนื่อย หมดแรง และมอซอ เป็นภาพถ่ายสำหรับองค์กรช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางเศรษฐกิจในช่วง The Great Depression ของอเมริกา และคงเรียกได้ว่าเป็นภาพที่คุ้นตาที่สุดภาพหนึ่งของคนทั้งโลก Lange ถ่ายภาพ Florence Owens Thompson และลูกๆ ในเพิงชั่วคราว เมื่อรถของครอบครัวเธอพังลงระหว่างกำลังเดินทางเพื่อไปหางาน สามีและลูกบางส่วนจึงต้องออกเดินทางไปหาอะไหล่มาซ่อม ปล่อยให้เธอและลูกบางส่วนรอคอยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวแห่งนี้
แม่ลูกในดวงอาทิตย์แห่งฤดูหนาว โดย Dora Holzhandler
เป็นงานประเภทที่เรียกกันว่า Naïve Art เป็นศิลปินที่ไม่ได้ผ่านการฝึกหัดหรือโรงเรียนศิลปะมา จึงมีลักษณะของความดิบ จริงใจออกมาจากความต้องการที่จะใช้งานศิลป์เพื่อเป็นสื่อแสดงอะไรบางอย่างจากก้นบึ้งของเขาจริงๆ ความสวยงามของงานคงอยู่ที่คุณสมบัติความไร้เดียงสาของมัน งานของ Holzhandler มักเป็นเรื่องของความทรงจำในวัยเด็กและพื้นฐานความเป็นยิวของเธอ ถ้าดูจากงานคงจะไม่มีใครเชื่อว่าเป็นภาพวาดโดย หญิงชราอายุแปดสิบกว่าแน่ๆ
Just Like Daddy โดย Moyna Flannigan [1998]
เมื่อ Flannigan พลิกดูนิตยสารทั่วไปในปัจจุบันเทียบเคียงกับภาพ Portrait ครอบครัวในประวัติศาสตร์ เธอมองเห็นมุมมองของสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป เกิดเป็นรูปแบบของ ‘Male-Madonna’ แม่ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศหญิงเท่านั้น พ่อหรือเพศชายบ้างก็อยู่ในบทบาทแม่เช่นกัน แต่ไมได้ถูกเอามาเชิดชูโชว์ให้เห็นเท่าไรนัก
อิทธิพลของแม่ The Dead Mother โดย Edward Munch [1897-1899]
แม่ Munch เสียชีวิตไปตั้งแต่เขาอายุเพียง 5 ปี ด้วยวัณโรค Munch เป็นเด็กที่ป่วยง่ายและถูกเลี้ยงด้วยพ่อผู้เคร่งศาสนา ถึงแม้พ่อจะให้ความรู้อย่างดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวรรณกรรมต่อลูกๆ แต่ก็มักให้ความบันเทิงเด็กๆ ด้วยการเล่าเรื่องลึกลับ เรื่องผี และงานเขียนของ Edgar Allan Poe พ่อมักจะบอกเขาเสมอว่า เมื่อไรที่เขาทำตัวไม่ดีแม่จะเสียใจ เพราะแม่คอยมองดูอยู่บนสวรรค์เสมอ พ่อฝังเมล็ดความบ้า มุมมองความเศร้า และความตายที่เขารู้สึกตลอดเวลามาตั้งแต่เกิด และด้วยองค์ประกอบทั้งหลายนี้ สร้างความเป็นตัว Munch ขึ้นมา มุมมองที่หดหู่และฝันร้าย สะท้อนอยู่ในงานของเขาอย่างชัดเจน Munch กล่าวไว้ว่า เขาได้รับมรดกเป็นของสองสิ่งที่เป็นศัตรูต่อมนุษย์ นั่นคือวัณโรคและความฟั่นเฟือน และเขาพยายามที่จะอธิบายชีวิตและความหมายของมันในงานของเขา
ผู้หญิงสามวัย - 1902 ความหวัง 1 [1903], ความหวัง 2 [1907-1908] โดย Gustav Klimt
Hope 1 เป็นภาพของนางแบบ คู่รักและแม่ของลูกเขา ระหว่างวาดภาพนี้นั้น Otto ลูกอายุหนึ่งขวบของทั้งสองได้เสียชีวิตลงกะทันหัน เปลี่ยนมุมมองและแนวทาง Content ในงานของเขาอย่างสิ้นเชิง แม้ภาพจะยังคงมีความสดใส วิจิตรบรรจงและลักษณะ Decorative ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังอยู่ แต่กลับมีองค์ประกอบด้านมืดโผล่เข้ามา เช่น กระโหลก ภาพคนที่ดูคล้ายปิศาจ เป็นสัญลักษณ์ของความโศกเศร้า ไม่แน่นอน ไม่บริสุทธิ์ในภาพ ‘หญิงสามวัย’ เช่นกัน ในงาน Reproduction ส่วนใหญ่มักจะตัดเอาส่วนหญิงชราทิ้ง เหลือไว้เพียงภาพหญิงสาวและทารก เอามาขายเป็นภาพแสดงความรัก ความเป็นแม่ ทั้งที่จริงๆ แล้วหญิงชราเป็นกุญแจสำคัญหนึ่งที่ทำให้ความหมายของภาพสมบูรณ์ หญิงทั้งสามเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตในสามระยะและพลังทั้งสามของชีวิต Medicine + Death + Life
ความทรงจำในสวน ณ Etten โดย Vincent Van Gogh [1888]
แม่มีอิทธิพลต่องานของ Van Gogh ตั้งแต่เริ่มต้น การที่เธอชอบวาดภาพวิวทิวทัศน์และดอกไม้ คงเป็นการปลูกฝังความเป็นศิลปินในตัวเขาตั้งแต่ เด็กโดยอัตโนมัติ ถึงแม้จะมีช่วงที่แตกแยกจาก ครอบครัว ด้วยมุมมองและแนวทางชีวิตที่ต่างไป เขาก็ยังคงสร้างงานจากภาพความทรงจำ รวมถึง ภาพดอกไม้ ทิวทัศน์ มากมายอุทิศและมอบให้แก่แม่และพี่สาว ภาพความทรงจำในสวนนั้นเขาวาดเพื่อแขวนบนผนังห้องนอน
ภาพเหมือนแม่ โดย Vincent Van Gogh [1888]
ในขณะที่ภาพเหมือนแม่ เขาวาดด้วยความที่เหลือทนต่อภาพถ่าย ขาวดำของแม่ที่เขามีอยู่ เขาต้องการสี! Van Gogh กล่าวถึงภาพ Portrait ไว้ว่าเขาไม่ต้องการวาดภาพเหมือน แต่ต้องการวาด Character ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกด้วยสีและฝีแปรง
The Flying Bed (Henry Ford Hospital) โดย Frida Kahlo [1932]
"โหยหาความเป็นแม่"

คงเรียกได้ว่าฟรีดาเป็นหนึ่งในศิลปินที่เจ็บปวดที่สุด งานของเธอคือการถ่ายทอดความเจ็บปวด ของเธอลงบนผ้าใบดีๆ นี่เอง แต่ที่เจ็บปวดที่สุดของเธอคงจะเป็นภาพ The Flying Bed ที่ไม่เพียงแค่ความเจ็บปวดเสียใจต่อการแท้งครั้งที่สอง แต่เธอไม่สามารถที่จะมีลูกได้ตลอดไป
(0)
daybeds
RELATED TOPICS