ชีวจิต's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

ยาสมุนไพรดีจริงหรือไม่?..ผลข้างเคียงมีหรือเปล่า?..วันนนี้เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว!

ยาสมุนไพรดีจริงหรือไม่?..ผลข้างเคียงมีหรือเปล่า?..วันนนี้เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว!
สมุนไพรบรรจุเม็ดเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะซื้อหาได้ง่าย ไม่ต้องตระเตรียม ต้ม เคี่ยวกันให้ยุ่งยากเหมือนสมัยก่อน

ทว่าฉลากผลิตภัณฑ์มักไม่ค่อยแจกแจงสรรพคุณหลักและผลข้างเคียงให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้รู้มากนัก ด้วยแนวคิดเดิมๆ ที่ว่า สมุนไพรปลอดภัย กินอย่างไรก็ไม่เป็นอันตราย ทำให้หลายคนเกิดปัญหาสุขภาพจากการกินสมุนไพรบรรจุเม็ดเหล่านี้

ปักษ์นี้เราขอแนะนำการกินสมุนไพรบรรจุเม็ดยอดฮิตหลายๆ ตัวให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงสุดกันค่ะ
ใบแปะก๊วย (กิงโกะ บิโลบา) บำรุงสมอง ป้องกันความเสื่อม
แปะก๊วย เป็นพืชที่มีสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีอายุกว่า 200 ล้านปี ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในเรื่องช่วยฟื้นฟู อาการความจำเสื่อม

สรรพคุณ
ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงที่สมองดีขึ้น ทำให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้น จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุที่อาจมีภาวะหลอดเลือดแดงตีบจากคอเลสเตอรอลหรือสาเหตุอื่น ถ้าเลือดไหลเวียนไปที่สมองน้อย จะทำให้เกิดอาการหลง ๆ ลืม ๆ ความจำเสื่อม วิตกกังวล ปวดศีรษะ เครียด สับสน หูอื้อ และเวียนศีรษะ ดังนั้น แปะก๊วยอาจช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

กินอย่างไรดี
- ถ้าต้องการบำรุงความจำและการไหลเวียนเลือด ให้ใช้วันละ 120 มิลลิกรัม คือ กินขนาดเม็ดละ 40 มิลลิกรัม 3 ครั้ง หรือกิน 3 เม็ดก่อนนอน
- หากต้องการฟื้นฟูโรคอัลไซเมอร์ โรคเครียด อาการหูอื้อ วิงเวียน และเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ให้กินได้ไม่เกินวันละ 240 มิลลิกรัม ตามปกติต้องกินต่อเนื่อง 4 - 6 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่า 12 สัปดาห์จึงจะเห็นผล

ผลข้างเคียง
• แปะก๊วยอาจทำให้เกิดอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน แต่อาการไม่รุนแรงและเป็นชั่วคราว อาจเพียง 2 - 3 วันแรกที่กิน
• บางคนอาจรู้สึกปวดศีรษะ ถ้าอาการที่เกิดขึ้นเป็นปัญหามาก ควรหยุดกินหรือลดขนาดลง
• แปะก๊วยจะเพิ่มฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ในผู้ที่กินยาแอสไพรินในระยะยาวอาจทำให้มีเลือดไหลผิดปกติ
โสม ยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย
โสมเป็นยาอายุวัฒนะและบำรุงร่างกายที่โด่งดังที่สุดในโลกตะวันออก โสมในภาษาอังกฤษเรียกว่า Ginseng ซึ่งมาจากภาษาจีนว่า “Ren Sheng” มีความหมายว่ารากมนุษย์ เนื่องจากมีรูปร่างเหมือนเรือนร่างของคนนั่นเอง

สรรพคุณ
ลดผลร้ายจากความเครียด เสริมกำลังวังชา และสร้าง ภูมิคุ้มกัน โสมจีนอาจช่วยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย

กินอย่างไรดี
- สำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ต้องการกินเพียงเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้า ควรกินวันละ 100 - 250 มิลลิกรัม แต่หากจะกินเพื่อบรรเทาอาการเครียดหรือฟื้นฟูร่างกายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ควรกินครั้งละ 100 - 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

- เคล็ดลับการกินโสมมีอยู่ว่า ให้เริ่มกินจากขนาดน้อย ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มปริมาณขึ้น แนะนำให้กินโสมทุก ๆ 2 - 3 สัปดาห์ หยุดกิน 1 สัปดาห์ แล้วจึงกลับมาเริ่มต้นกินใหม่ในปริมาณเดิม

ข้อควรระวัง
• โสมอาจไปกระตุ้นการทำงานของประสาทมากเกินไปจึงอาจทำให้การย่อยอาหารผิดปกติ
• หากกำลังกินยาทางจิตเวชหรือยากลุ่มสเตียรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินโสม
• หากกำลังกินยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม MAOI ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินโสม
• หากกินโสมในระยะยาว อาจมีผลให้ต้องปรับขนาด อินซูลินและยารักษาเบาหวาน ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินโสม
• หากกินร่วมกับยาฟูโรซีไมด์ ซึ่งเป็นยารักษาโรคความดันโลหิตสูง โสมอาจเพิ่มฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตของยาในกลุ่มนี้
กระเทียม ลดคอเลสเตอรอล เสริมภูมิคุ้มกัน
หลายพันปีแล้วที่มนุษย์รู้จักพลังบำบัดของกระเทียม เชื่อไหมคะ ว่าคนงานก่อสร้างพีระมิดที่อียิปต์กินกระเทียมเพื่อเสริมความแข็งแรงทนทานของร่างกาย ในขณะที่ชาวยุโรปกินกระเทียมเวลาเกิดโรคระบาดรุนแรง

สรรพคุณ
ลดคอเลสเตอรอล ลดการแข็งตัวของเลือด ต้านการติดเชื้อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

กินอย่างไรดี
ถ้ากินเพื่อเสริมสุขภาพหรือลดคอเลสเตอรอล ให้กินสารเสริมอาหารกระเทียม 400 - 600 มิลลิกรัม ทุกวัน ในกรณีที่กินเพื่อต้องการลดระดับคอเลสเตอรอล หลังจากกินแล้ว 3 เดือน ควรตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอล ถ้าไม่ได้ผลควรปรึกษาแพทย์เพื่อใช้วิธีอื่น

หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ให้กินสารเสริมอาหารกระเทียมวันละ 400 - 600 มิลลิกรัม แบ่งเป็นวันละ 4 ครั้ง ทั้งนี้ควรกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกระเทียมที่ได้มาตรฐานซึ่งมีสารอัลลิซิน เม็ดละ 4,000 ไมโครกรัม ซึ่งเท่ากับปริมาณกระเทียมสด 1 หัว

ข้อควรระวัง
• เมื่อกินกระเทียมปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย มีแก๊สในลำไส้ และท้องเสีย
• กระเทียมอาจเสริมฤทธิ์ยาที่ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด
• กระเทียมอาจเสริมฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดในผู้ที่กินยาแอสไพรินในระยะยาว
• กระเทียมอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดันโลหิต

Did you know?
กินกระเทียมสดดีกว่า...

เมื่อเคี้ยวกระเทียม สารอัลลิอิน (Alliin) ซึ่งเป็นสารประกอบกำมะถันชนิดหนึ่งในกระเทียม จะก่อตัวเป็นสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งมีคุณสมบัติทางยา หนังสือเภสัชโภชนา โดย เภสัชกรสรจักร ศิริบริรักษ์ แนะนำให้กินกระเทียมสด 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณวันละ 10 - 15 กลีบ เพื่อช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เห็นผลใน 2 - 4 เดือน หลังจากนั้นควรกินกระเทียมสดวันละ 2 กลีบ
มะขามแขก ตัวช่วยระบาย
สาว ๆ ที่อยากมีหุ่นสวยมักคิดพึ่งพายาระบายเป็นตัวช่วย และมะขามแขกก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมเสมอมา

สรรพคุณ
ใบและฝักของมะขามแขกออกฤทธิ์กระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัว จึงมีสรรพคุณเป็นยาระบาย

กินอย่างไรดี
สำหรับยาระบายมะขามแขกชนิดแคปซูลที่ขายตามท้องตลาด มักระบุขนาดเป็นน้ำหนักของใบมะขามแขกแห้ง ซึ่งแนะนำให้กินวันละ 2 - 4 แคปซูล (แคปซูลละ 500 มิลลิกรัม) โดยจะมีปริมาณสารเซนโนไซด์ (Sennoside) แตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์ สารเซนโนไซด์ที่แนะนำต่อวันคือ 20 - 30 มิลลิกรัม ขนาดสูงสุดที่สามารถกินได้คือวันละ 70 มิลลิกรัม ไม่ควรใช้ยาเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานเกิน 5 - 7 วัน

ผลข้างเคียง
• มีรายงานว่า ผู้หญิงที่กินมะขามแขกในปริมาณสูงหรือติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อพิษต่อตับ
• การกินมะขามแขกอาจทำให้เกิดอาการปวดมวนท้องเล็กน้อย หรือเกิดอาการปวดเกร็งช่องท้อง การกินเป็นเวลานานหรือกินในปริมาณสูง ทำให้ท้องเสีย ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และ อิเล็กทรอไลต์ ซึ่งทำให้เกิดการขาดโพแทสเซียมได้ นอกจากนี้ยังทำให้กล้ามเนื้อภายในลำไส้ใหญ่ทำงานผิดปกติ
• หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการดื้อยา ไม่สามารถถ่ายเองได้

Did you know?
มะขามแขก + สมุนไพรขับลม...

มะขามแขกเป็นสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน หากกินอย่างถูกวิธีก็จะปลอดภัย สำหรับคนที่มักจะมีอาการปวดมวนท้อง เมื่อใช้มะขามแขก สามารถแก้ได้โดยกินสมุนไพรขับลม เช่น กระวาน กานพลู ขิง ร่วมด้วย

ก่อนซื้อสมุนไพรต้องศึกษาผลได้ผลเสียให้ถ้วนถี่ เพราะ อะไรที่มีคุณอนันต์ ถ้าใช้ผิด ๆ ก็เกิดโทษมหันต์ได้ค่ะ
(0)
ชีวจิต
RELATED TOPICS
553 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ