Madame FIGARO's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

มาป้องกันโรคร้ายต่างๆ ที่จะเกิดจากคอมพิวเตอร์กันเถอะ

มาป้องกันโรคร้ายต่างๆ ที่จะเกิดจากคอมพิวเตอร์กันเถอะ
ทำไมภัยของสาวออฟฟิศถึงมากมายเหลือเกิน แม้แต่คอมพิวเตอร์ก็ยังเป็นพิษที่อาจนำไปสู่โรคร้ายนานาที่คาดไม่ถึง

ในยุคที่อะไรๆ ก็ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์อย่างนี้ทำให้เราต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าอยู่กับคนในครอบครัวเสียอีก โดยเฉพาะในวัยเรียนและวัยทำงานที่ต้องใช้เวลามากเป็นพิเศษจะทั้งจากการทำงาน การสื่อสาร การค้นคว้าหรือแม้แต่ความบันเทิงซึ่ง พฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดที่กระดูกข้อมือปวดกล้ามเนื้อ และหากใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็มักจะมีอาการปวดตา แสบตา หรือตามัวได้
อาการที่กล่าวมาข้างต้นแพทย์หญิง วิภาดา วามวาณิชย์จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลปิยะเวท ได้ให้คำอธิบายว่าอาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่ง ของโรค Computer Vision Syndrome (CVS) ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่สายตาอย่างเดียวแต่มันยังรวมไปถึงกล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย โดยโรคนี้อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดคอ ปวดไหล่ร่วมด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการปฏิบัติตัวรวมถึงวิธีการป้องกัน จากโรคนี้กัน
คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม คืออะไร
คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) มักเกิดจากการที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่สายตาอย่างเดียว แต่มันยังรวมไปถึงกล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย จึงอาจทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้มีอาการปวดคอ ปวดไหล่ แต่ส่วนของตามักจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการใช้งาน ถ้าเราใช้นานก็อาจจะทำให้เรารู้สึกตาแห้ง ตาแดง หรือน้ำตาไหล โดยเฉพาะการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักอยู่ในห้องปรับอากาศก็ยิ่งทำให้ตาของเราแห้งมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มองเห็นภาพเบลอเพราะว่าการเพ่งนานๆ มักจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อตาอ่อนล้า
โรคนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใด
โรคนี้มักเกิด จากการใช้สายตาจ้องมองจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป ประกอบกับตำแหน่งการจัดวางรวมถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ส่งผลทำให้ตาต้องทำงานหนักกลุ่มอาการของโรคนี้พบได้บ่อยคิดเป็นร้อยละ 70 – 80 ของจำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด และมักพบในผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันเป็นประจำ โดยโรคนี้มักจะแสดงอาการเคืองตา แสบตา ตาแห้งหรือตาแดงที่เป็นเช่นนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุแตกต่างกัน อาทิ ขณะจ้องจอคอมพิวเตอร์ตาของเราจะกระพริบน้อยลงกว่าปกติ 3 - 5 เท่า ทำให้น้ำตาเคลือบผิวกระจกตาได้ลดลง ดังนั้นจึงทำให้ตารู้สึกแห้งและมีอาการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่เลนส์สัมผัส (Contact Lens) ซึ่งหากมีอาการตาแห้ง แสบ เคืองตามากอาจต้องใช้น้ำตาเทียมเพื่อ บรรเทาอาการส่วนอาการตามัวและเห็นภาพซ้อน เป็นอาการชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้นได้จากการที่เราใช้สายตาเพ่งมองจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป จนทำให้เกิดสภาวะคล้ายสายตาสั้นชั่วคราวหรือเกิดอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนล้าจึงมองเห็นเป็นภาพซ้อน เป็นต้น
ข้อแนะนำหากเกิดอาการของโรค
เบื้องต้นหากรู้ตัวว่ามีอาการของโรคนี้แนะนำให้เตือนตัวเองกระพริบตาอย่างสม่ำเสมอ รู้จักพักสายตาคลายกล้ามเนื้อ ด้วยการมองไปไกลๆ นานประมาณ 3 - 5 นาที ทุกๆ ครึ่งถึง 1 ชั่วโมง และถ้ามีอาการตาแห้งมากอาจใช้น้ำตาเทียมร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่เลนส์สัมผัสเป็นภูมิแพ้ ต้อเนื้อ หรือต้อลม แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์โดยอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่สาเหตุร่วมด้วย เพราะมักจะมีอาการมากกว่าคนปกติ สำหรับผู้ที่มีอาการตามัวเห็นภาพซ้อนซึ่งมักเกิดในบุคคลที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เฉลี่ยมากกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง การพักสายตาด้วยการหลับตาสักระยะก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นตามลำดับ
วิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรค
วิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดท่าทาง รวมถึงในบางกรณีอาจต้องเลือกใช้อุปกรณ์อื่นๆ เสริมเพื่อใช้ถนอมสายตา การจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นส่วนสำคัญที่เราจะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะการจัดตำแหน่งการนั่งให้เหมาะสมในการใช้คอมพิวเตอร์ เพราะจะช่วยลดอาการปวดคอ หลัง และไหล่ได้ ซึ่งเราสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

การจัดสิ่งแวดล้อม
. จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ตรงหน้าห่างออกไปประมาณ 20 - 26 นิ้วฟุตแนะนำให้ตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10 - 20 องศา หรือจัดให้จุดกึ่งกลางของจอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาลงมาประมาณ 5 - 6 นิ้วฟุต เนื่องจากในท่ามองขึ้นลูกตามีบริเวณที่สัมผัสอากาศมากกว่าในท่ามองลง โอกาสที่ตาจะแห้งหากตั้งจอคอมพิวเตอร์สูงกว่าระดับสายตาจึงมีมากขึ้นการจัดที่นั่งไม่ควรให้ตรงกับช่องแอร์นอกจากนี้อาจจัดให้บริเวณหน้าต่างอยู่ด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ
. หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีผิวสะท้อน เช่นโต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้าน ที่สะท้อนแสงไม่มากแสงจ้าบนกำแพงและพื้นผิวที่สะท้อนบนจอคอมพิวเตอร์อาจทำให้เกิดคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมได้ สำหรับการใช้ Anti - Glare Screen บนจอคอมพิวเตอร์ก็ช่วยลดแสงจ้าและแสงสะท้อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้แว่นที่เคลือบ Anti - Reflective Coating ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้แสงจ้าและแสงสะท้อนจากเลนส์เข้าสู่ตาของเรา
การควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์
. ไฟที่ใช้กับหนังสือไม่ควรให้ส่องเข้าตาหรือจอคอมพิวเตอร์เนื่องจากจะทำให้เกิดแสงแตกกระจายตัวและสะท้อนเข้าตาเรามากขึ้น ตัวอักษรบนหน้าจอ ควรเลือกตัวอักษรสีดำหรือเข้ม บนพื้นขาวเพื่อให้มองเห็นได้ง่ายส่วนตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสมจะสังเกตได้จากการที่เรายังสามารถอ่านตัวอักษรได้ แม้อยู่ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน นอกจากนี้การเลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน)ก็จะช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอแบบเก่า(CRT)
การจัดท่าทางตัวเอง
. ขณะพิมพ์ควรให้แขนขนานกับพื้น เท้าวางราบบนพื้นหรือที่รองเท้า เข่าให้อยู่ระดับเดียวกับเก้าอี้หรือสูงกว่าหลังตรงและไม่ให้งอไหล่มาข้างหน้า คีย์บอร์ดและเม้าส์ควรให้อยู่ต่ำกว่าศอกเพราะถ้าสูงกว่าหรืออยู่ไกลเกินไปจะทำให้ไหล่ต้องรับน้ำหนักของแขน เกิดอาการเมื่อยล้าที่ไหล่ คอและหลังได้
จากข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัจจัยของการเกิดโรค หากแต่ประเด็นสำคัญนั้นกลับขึ้นอยู่กับตัวของทุกคนว่าจะมีความสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และสภาวะแวดล้อมของตนได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากเราสามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องก็จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคนี้ให้น้อยลงได้มากทีเดียวเพราะปัจจุบันเราคงหลีกเลี่ยงด้วยตัดปัญหาเลิกใช้คอมพิวเตอร์ไปเสียไม่ได้ หากแต่เราควรตระหนักรู้ถึงภัยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอันจะนำไปสู่ภัยสุขภาพนั้นให้น้อยลง วิธีการนี้ก็จะช่วยนำพาให้เราห่างไกลจากโรคที่น่ารำคาญตลอดจนช่วยสร้างบุคลิกภาพที่ดี - - เรื่องสุขภาพเพียงเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้ามเพราะไม่แน่ว่าเรื่องเล็กๆเหล่านี้อาจพัฒนากลายเป็นเรื่องที่เรายากจะควบคุม
วิธีบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่าย
1. ผ่อนคลายดวงตาให้อยู่ในสภาพปกติ ไม่เกร็งกล้ามเนื้อตาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการบริหาร
2. กลอกตาขึ้นและลงช้าๆ โดยค่อยๆ เหลือบตาขึ้นบนสุดและลงต่ำสุดด้านละ 3 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต ทำซ้ำประมาณ 6 เซ็ต โดยไม่เกร็งตา
3. กลอกตาไปทางซ้ายต่อด้วยทางขวาช้าๆ สลับกัน โดยค่อยๆ กลอกตาไปทางขวาสุดและซ้ายสุด ด้านละ 3 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต ทำซ้ำประมาณ 6 เซ็ตโดยไม่เกร็งตา
4. ชูนิ้วให้อยู่ในระดับสายตา ห่างจากตาประมาณ 25 เซนติเมตร แล้วมองไปที่ไกลๆ ประมาณ 3 เมตร สลับกลับมามองนิ้วมือของเรา โดยมองค้างในแต่ละจุดประมาณ 2 - 3 วินาที สลับไปมาประมาณ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก ทำสลับไปมาแบบนี้ประมาณ 2 - 3 รอบ
5. กลอกตาเป็นวงกลมช้าๆ ทวนเข็มนาฬิกาและตามเข็มนาฬิกา ประมาณ 10 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต ทำซ้ำประมาณ 3 เซ็ต
(0)
Madame FIGARO
RELATED TOPICS
503 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ