Real Parenting's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

มาป้องกันอาการเจ็บป่วยของลูกน้อยเพราะพ่อแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ กันเถอะ

มาป้องกันอาการเจ็บป่วยของลูกน้อยเพราะพ่อแม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ กันเถอะ
ปัญหาหนักใจสำหรับคุณพ่อและคุณแม่มือใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความไม่มั่นใจ ความกลัว รวมถึงยังไม่มีประสบการณ์ดูแลเด็กเล็กล้วนเป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะคะ เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมพร้อมได้ด้วยการเรียนรู้ปัญหาที่อาจเกิดจากการดูแลลูกน้อยที่พบบ่อยๆ และวิธีการดูแลลูกตัวน้อยที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งทำได้ไม่ยากเลยค่ะ
ถ้าลูกน้อยน้ำเข้าหู เข้าจมูก ตอนอาบน้ำ จะทำอย่างไรดี
เกิดอะไรได้ : คนเรามีเยื่อแก้วหูกันไม่ให้น้ำเข้าไปในหูชั้นกลางและชั้นในอยู่แล้ว ยกเว้นถ้าเป็นหวัดแล้วมีน้ำเข้าหู มีโอกาสทำให้หูชั้นกลางอักเสบได้

บรรเทาอาการ น้ำเข้าหู
ให้จับลูกนอนตะแคงเพื่อให้น้ำไหลออกมา จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดบริเวณภายนอกรูหูและที่ใบหูก็พอ ไม่ต้องใช้คอตต้อนบัดหรือสิ่งอื่นใดเข้าไปแคะในรูหูลูก ส่วนน้ำที่เข้าจมูก อาจใช้คอตต้อนบัดเช็ดซับน้ำบริเวณรูจมูกส่วนตื้นๆ ถ้าลูกมีน้ำมูกหรือรู้สึกว่ามีน้ำเข้าไปมาก ให้ใช้ลูกยาแดงดูดออกมา
เมื่อลูกน้อยสะดือบวมแดง จะทำอย่างไรดี
เกิดจากอะไร : คุณพ่อคุณแม่จะไม่กล้าทำความสะอาดสะดือให้ลูกเพราะกลัวว่าลูกจะเจ็บ การทำความสะอาดจึงอาจไม่ทั่วถึง ซึ่งจะพบว่าบริเวณรอบๆขั้วสะดือบวมแดงและร้อนมีกลิ่นเหม็น ทารกจะร้องกวน หากอาการรุนแรงมากจะมีไข้สูงมีโอกาสที่เชื้อจะลุกลามเข้ากระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
นอกจากนี้ หากพบความผิดปกติอื่นๆดังต่อไปนี้ ควรพาไปหาคุณหมอ
- สะดือแฉะ : มีน้ำหยดจากสะดือหรือมีเลือดออกซิบๆเวลาทารกร้องหรือเบ่ง
- มีก้อนเนื้อสีแดงอยู่ในสะดือ : เป็นก้อนเนื้อสีแดงเรื่อขนาดเท่าถั่วแดง เมื่อเอาสำลีซับจะมีเลือดติดออกมา

มาดูแลสะดือลูกน้อยอย่างถูกวิธีกัน
- คุณแม่หรือคนที่ดูแลควรตัดเล็บให้สั้น ล้างมือให้สะอาดก่อนการทำความสะอาดสะดือ
- เช็ดทำความสะอาดสะดือให้ทั่วโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างสายสะดือกับบริเวณผิวหนัง ควรทำทุกครั้งหลังอาบน้ำหรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
- เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% เบตาดีนหรือตามที่โรงพยาบาลจัดให้
- เช็ดวนรอบสะดือเพียงรอบเดียว ถ้าเห็นว่าสะดือยังไม่สะอาด เปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ก่อนเช็ดอีกรอบ

สิ่งที่ไม่ควรทำกับสะดือลูก
- กลัวการเช็ดสะดือลูก เพราะการเช็ดไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น
- ห้ามใช้ยาผงหรือแป้งโรยสะดือทุกชนิด ยาจะทำให้ดูเหมือนสะดือแห้งดีแต่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้เพราะส่วนรอยต่อระหว่างสะดือกับผิวหนังหน้าท้องยังแฉะอยู่ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเมื่อสะดือใกล้หลุดอาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดออกได้ หากโรยยาหรือแป้งอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อโดยเฉพาะการติดเชื้อที่กระแสเลือดซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงทำให้ลูกมีความเสี่ยงที่จะถึงแก่ชีวิตได้
- อย่าปล่อยให้ลูกใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นหรือไม่สะอาดหรือนอนแช่ปัสสาวะ
- อย่าห่อหรือพันผ้าที่สายสะดือ เพราะถ้าผ้าสกปรกจะเกิดการอักเสบติดเชื้อได้มากขึ้น
อาการสำลักนม สำลักอาหาร ของลูกน้อย เกิดจากอะไร
อาการสำลักในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน พบได้ไม่บ่อย แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังนี้

- ความผิดปกติของอวัยวะทางกายเด็กเอง ได้แก่ อวัยวะเกี่ยวข้องกับการดูดกลืนผิดปกติ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ ภาวะหูรูดทางเดินอาหารยังปิดไม่สมบูรณ์ เป็นโรคหัวใจหรือปอด ทำให้ต้องหายใจเร็วขึ้น พัฒนาการล่าช้า มีประวัติอาการชัก

- เด็กปกติดีแต่เกิดการให้นมที่ไม่เหมาะสม

นมแม่ : โดยทั่วไปการให้นมแม่ โอกาสที่จะเกิดการสำลักมีได้น้อย เพราะน้ำนมแม่จะไหลก็ต่อเมื่อลูกได้ดูด

นมขวด : การให้นมขวด ไม่ว่าลูกจะดูดหรือไม่ดูด นมก็จะไหลออกมาจึงอาจเกิดการสำลักได้ หาก
- อุ้มให้นมขวดไม่ถูกวิธี เช่น ป้อนนมขณะลูกกำลังร้อง หรือให้ลูกนอนกินนม
- ลูกร้องก็ป้อนนม เพราะเข้าใจผิดว่าลูกร้องเพราะหิวเท่านั้น ทำให้ปริมาณนมในกระเพาะมากเกินความต้องการ เกิดนมล้นกระเพาะ
- การใช้จุกนมผิดขนาด ไม่เหมาะกับช่วงวัย มีส่วนทำให้ปริมาณนมที่ลูกได้รับมากเกิน
- ไม่มีการอุ้มเรอ อิ่มแล้วให้นอนทันที
ระวัง! อาการสำลักของลูกน้อย ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
ระวัง!
- การสำลักของเหลวในเด็กเล็กอาจไม่ร้ายแรงมากนัก แต่หากสำลักบ่อยๆ ถ้าลงปอดจะเป็นสาเหตุของอาการปอดอักเสบติดเชื้อตามมาได้
- การสำลักวัตถุแปลกปลอมของแข็ง ทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ เด็กจะขาดออกซิเจน จนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้
ลูกน้อยสำลัก ป้องกันได้!!
1. ควรให้ทารกกินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และเริ่มต้นให้อาหารเสริมเมื่อลูกอายุ 4-6 เดือนไปแล้ว เพราะทักษะการดูดกลืนของลูกดีขึ้น และสามารถชันคอตั้งตรงได้ดี

2. ไม่ควรให้ลูกเล่นของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือของเล่นที่สามารถแตกหักออกได้ง่าย

3. เลือกชนิดอาหารที่เหมาะกับวัย เช่น เด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบ ไม่แนะนำให้กินถั่วเม็ดเล็ก เพราะมีโอการที่เด็กจะสำลักได้ง่าย แต่หากจะนำมาปรุงอาหารให้เด็กเล็กๆ ควรบดหรือตัดให้มีขนาดเล็ก

4. จับลูกเรอทุกครั้งหลังกินนมเสร็จ
- เด็กที่คอยังไม่แข็งควรใช้วิธีอุ้มลูกนั่งตัก ใช้มือประคองช่วงขากรรไกร แล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังขึ้นเบาๆ
- เด็กที่คอแข็งดีแล้ว อาจใช้วิธีทำอุ้มพาดบ่า ใช้มือประคองด้านหลังลูบขึ้นเบาๆ
เมื่อลูกสำลัก คุณช่วยเหลือได้
สำลักนม : จับเด็กนอนตะแคง ให้ศีรษะต่ำลง เพื่อป้องกันไม่ให้นมหรืออาหารไหลย้อนกลับไปที่ปอด ที่สำคัญ ไม่ควรจับเด็กอุ้มขึ้นทันทีเมื่อเกิดอาการสำลัก

สำลักวัตถุแปลกปลอมของแข็ง : เป็นอันตรายมาก เพราะทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ซึ่งสมองขาดออกซิเจนได้ไม่เกิน 4 นาทีเท่านั้น หากช่วยเหลือไม่ทันจะทำให้สมองพิการและเสียชีวิตได้

ทุกช่วงอายุในกรณีที่มีการอุดกั้นไม่เต็มที่ : เด็กยังหายใจเองได้ พูดได้ ไอได้แรงดี แนะนำให้เด็กไอแรงๆ เพื่อให้วัตถุแปลกปลอมหลุดออกมา ห้ามใช้นิ้วมือเข้าไปควานหาโดยที่ยังมองไม่เห็น เพราะอาจดันให้วัตถุเคลื่อนลึกลงไปอีก

เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ : ที่มีอาการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างเต็มที่ คือ ไอไม่ได้ ร้องไม่มีเสียง หายใจไม่สะดวก หน้าเขียวและอาจหมดสติ ให้ทำการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไปนี้
- จับเด็กนอนคว่ำหน้าลงบนแขนของผู้ช่วยเหลือ ให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว ใช้มือจับขากรรไกรของเด็กเพื่อยึดให้ศีรษะและคอเด็กนิ่ง แล้วใช้ฝ่ามือตบกลางหลัง บริเวณระหว่างกระดูกสะบักติดต่อกัน 5 ครั้ง ถ้าเห็นสิ่งแปลกปลอมให้เอาออก ถ้าไม่เห็นให้ทำขั้นตอนต่อไป
- จับเด็กพลิกหงายขึ้นในท่าศีรษะต่ำ ใช้นิ้วมือ 2 นิ้วกระแทกแรงๆ ลงบนกระดูกหน้าอกเหนือลิ้นปี่ 5 ครั้ง ตบหลัง 5 ครั้ง สลับกับกระแทกหน้าอก 5 ครั้งติดต่อกันจนกว่าจะเห็นสิ่งแปลกปลอม ในระหว่างนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาล
(0)
Real Parenting
RELATED TOPICS
553 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ