herworld's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

มาดูกันเร็ว!!! อายุเท่านี้ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่

มาดูกันเร็ว!!! อายุเท่านี้ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่
เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่จะต้องหาหลักประกันต่างๆ เพื่อความมั่นคงในชีวิตในช่วงบั้นปลาย เพื่อความไม่แน่นอนในกรณีเหตุฉุกเฉินต่างๆ หรือเพื่อเป้าหมายที่ได้คาดหวังเอาไว้ ซึ่ง “เงินเก็บ” เป็นปัจจัยหลักในกรณีที่ได้กล่าวไปทั้งหมดเฮอร์เวิลด์ฉบับนี้จะเป็นไกด์ไลน์ให้สาวๆว่าควรเก็บเงินอย่างไรในแต่ละช่วงวัยให้เหมาะสม
ช่วงอายุที่เพิ่งก้าวพ้นจากวัยศึกษามาสู่โลกของการทำงาน (22-23 ปี)
ตามที่รัฐบาลคณะปัจจุบันได้มีนโยบายเพิ่มอัตราเงินเดือนของเด็กจบใหม่สำหรับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีผลในปีนี้เป็นจำนวน 15,000บาทต่อเดือน ซึ่งช่วงวัยนี้ ในเรื่องการใช้จ่ายที่จำเป็นก็คงยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่นัก นอกเสียจากจะใช้จ่ายในสิ่งของที่ชอบมากกว่า หรือนัดแฮงก์เอาต์นอกบ้านกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนจบมาด้วยกันเนื่องจากมีเงินเดือนเป็นของตนเองแล้ว จะใช้จ่ายอะไรก็ไม่ได้รบกวนครอบครัวเหมือนก่อน แต่ในเรื่องของการออมเงินก็คงจะเป็นความจำเป็นในลำดับท้ายๆ ที่นึกถึงและให้ความสำคัญ และอาจจะมีสาวๆ บางส่วนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯแต่พื้นเพเดิมอยู่ต่างจังหวัด ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ นั่นก็คือค่าที่พัก การเดินทาง รวมถึงค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่ต้องเสีย อีกทั้งจากเงินเดือนที่ได้ ก็ต้องผ่านการหักค่าประกันสังคม หรือบางหน่วยงานก็จะมีในส่วนกองทุนพนักงานที่เก็บในทุกเดือน ที่เหลือนั้นก็เป็นเงินที่คุณสาวๆ สามารถที่จะใช้จ่ายได้ตามสมควร
ช่วงอายุที่เพิ่งก้าวพ้นจากวัยศึกษามาสู่โลกของการทำงาน (22-23 ปี)
จะดีกว่านี้ถ้า : สาวๆ บางคนอาจจะยังไม่พร้อมในเรื่องของการออมเงิน ณ ตอนนี้ แต่นี่เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นที่ดี คุณอาจจะเริ่มเพียงเล็กๆ น้อยๆ ก่อน และสม่ำเสมอในทุกๆ เดือนซึ่งปัจจุบันมีหลายสถาบันการเงินที่คุณสามารถเริ่มต้นการออมได้อย่างง่ายๆ อาทิ ธนาคารกสิกรไทยที่มีแคมเปญเงินฝากทวีทรัพย์ คุณสามารถฝากประจำ 24 เดือน โดยการฝากเริ่มต้นที่จำนวนเงิน1,000-25,000 บาท มีอัตราดอกเบี้ยที่สูง อีกทั้งรับโบนัสเพิ่มอีก 2.50% ของดอกเบี้ยที่ได้รับเมื่อครบกำหนด รวมถึงไม่ต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดอีกด้วย ซึ่งเมื่อครบกำหนดการฝากคุณก็จะได้รับเงินก้อน และทำให้ตระหนักถึงผลดีของการเก็บเงิน พร้อมกับมีกำลังใจที่จะออมต่อๆไปในโอกาสข้างหน้า
ทำงานมาได้ 2-5 ปี (25-28 ปี)
ทำงานมาได้ในระยะหนึ่ง เป็นปกติที่จะได้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น หรือบางท่านก็ผ่านการเปลี่ยนงานมาแล้ว จะเนื่องด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม สิ่งที่เป็นผลพลอยได้ก็คือ ฐานเงินเดือนของคุณนั้นจะสูงขึ้นกว่าเดิม แต่ลองสังเกตกันดูไหมว่า เงินเดือนที่สูงมากขึ้น ค่าใช้จ่ายกลับสูงมากขึ้นเป็นเงาตามตัวอาจจะมีที่มาในหลายๆ อย่าง โดยหนึ่งในนั้นที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต การผ่อนค่าชำระต่างๆ อาทิ รถยนต์คันโปรด สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “เงินขาดมือ”ดังนั้น คุณจึงหาลู่ทางการลงทุนเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางสำหรับการใช้จ่ายและจะได้หายใจสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การขายของเล็กๆ น้อยๆ อาจจะมองหากองทุนต่างๆ ตามที่สถาบันการเงินนั้นมีให้บริการ หรืออย่างหุ้นกู้ของทางธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีจุดเด่นในด้านการลงทุนที่มีรายได้แบบคงที่ ซึ่งคุณผู้ลงทุนสามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่นอน และสามารถกะเกณฑ์การลงทุนให้สอดคล้องไปกับแผนที่คุณได้วางเอาไว้ได้
ทำงานมาได้ 2-5 ปี (25-28 ปี)
จะดีกว่านี้ถ้า : โดยตามหลักแล้วคุณต้องมีเงินในส่วนของ “กรณีฉุกเฉิน” เตรียมตัวไว้ตลอด ซึ่งเป็นจำนวนกว่า 3-5 เท่าของค่าใช้จ่ายที่คุณใช้จ่ายอยู่ทุกเดือน เอาไว้สำรองในกรณีที่ต้องใช้ด่วน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วงวัยนี้การออมเงินเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก หากคุณยังไม่ได้เริ่มต้นก็ควรที่จะเริ่มตั้งแต่บัดนี้จะเป็นผลดีต่อคุณอย่างที่สุด เพราะวัยนี้เป็นวัยที่ต้องสร้างปึกแผ่น ขยันก่ออิฐฉาบปูนฐานของชีวิตให้มั่นคง เพื่อสร้างครอบครัวในโอกาสต่อไป และการทำบัญชีรายรับรายจ่าย อาจจะรู้สึกว่ายุ่งยากในช่วงแรก แต่มันสามารถช่วยคุณคำนวณการใช้จ่ายได้ และจะเผยให้คุณได้ทราบถึงรายการเสียเงินต่างๆ ซึ่งคุณจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นถึงสิ่งสิ้นเปลืองที่ควรตัดออกไปบ้าง และสิ่งที่คุณควรจะมีในตอนนี้คือ บัญชีฝากประจำ การลงทุนต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้ รวมถึงบัญชีที่มีเงินก้อนเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน
อายุการทำงานมาถึง 8-12 ปี(31-35 ปี)
สำหรับในช่วงนี้ มนุษย์เงินเดือนโดยส่วนมากจะต้องหาองค์กรที่สามารถลงหลักปักฐาน (ซึ่งก็แล้วแต่สายงาน) อีกทั้งเป็นฤดูกาลอันเหมาะสมของการสร้างครอบครัว การแต่งงาน การถือครองทรัพย์สิน อย่างเช่น บ้าน ที่ดิน เพราะด้วยตอนนี้คุณจะมีหน้าที่การงานมั่นคง ดังนั้นการเงินก็ควรจะต้องมีความพร้อมด้วยเช่นกัน เพราะคุณนั้นจะมีรายได้จากหลายๆ ทาง อาทิ เงินเดือน ผลตอบแทนการลงทุนที่คุณได้ลงทุนเอาไว้ รวมถึงเงินก้อนจากกองทุนพนักงานจากองค์กรเดิม (ในกรณีที่คุณนั้นเปลี่ยนงาน) ถึงแม้ว่าคุณจะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นต้องเสีย แต่ถ้ำการจัดสรรเงินอันรอบคอบของคุณ การใช้จ่ายก็คงจะราบรื่นไม่มีปัญหาอันใดอีกทั้งช่วงนี้เป็นวัยที่เพิ่งจะเริ่มสร้างครอบครัว จึงต้องคำนึงถึงความไม่แน่นอนของอนาคตภายภาคหน้าเป็นสำคัญ และมองถึงความจำเป็นต่างๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต ซึ่งคุณจะต้องมีความพิถีพิถันในการใช้เงินอย่างสูงในช่วงเวลานี้
อายุการทำงานมาถึง 8-12 ปี(31-35 ปี)
จะดีกว่านี้ถ้า : ถึงแม้จะเป็นการเร็วไปของการวางแผนหลังการเกษียณสำหรับในช่วงวัยนี้ แต่แพลนไว้หลวมๆ ก็คงจะไม่เสียหายอะไร และเพื่อได้เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตข้างหน้า เรามีโปรแกรมคำนวณเงินออมหลังเกษียณ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และลาดหลักทรัพย์http://capital.sec.or.th/webapp/feedback/section2.php เพื่อให้คุณได้ลองคำนวณเงินออมภายหลังเกษียณว่า หลังจากคุณนั้นเกษียณอายุคุณจะมีเงินออมประมาณเท่าไหร่ และเพียงพอต่อการใช้ในช่วงเกษียณหรือไม่
เกร็ดเล็กๆ ของการออมเงิน
• ให้คุณลองแบ่งเงินที่ได้ในแต่ละเดือนออกเป็น 10 ส่วน โดยออม 1 ส่วน (10%) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายในทุกๆ เดือนเป็น 2 ส่วน และ 7 ส่วนที่เหลือคือใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน (ในกรณีนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเลขได้)

• สิ่งที่จะเห็นผลได้มากที่สุดคือออมก่อนจะใช้จ่าย หักส่วนที่จะเก็บออมออกมาและนำเข้าบัญชีปิดตายไปได้เลย

• 10% ที่คุณออมในทุกๆ เดือน คุณสามารถที่จะเพิ่มได้ ถ้าหากมีรายได้มากขึ้น
(0)
herworld
RELATED TOPICS
130 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
436 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
591 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
591 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ