Secret's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

ฟังอย่างไร ให้รู้ว่าคุณแคร์

ฟังอย่างไร ให้รู้ว่าคุณแคร์
เชื่อไหมว่าคู่รักจำนวนมากเลิกรากันไปเพราะมองข้ามเรื่องเล็กๆ ที่ดูเหมือนง่ายอย่างเรื่อง “การฟัง” แนนซี่ แวน เพลต์ (Nancy Van Pelt) กูรูด้านการผูกใจคนรักระดับเบสต์เซลเลอร์ที่มีผลงานอย่าง The Compleat Marriageและ To Have and To Hold: A Guide to Successful Marriageชี้ว่า คู่รักส่วนใหญ่ไม่ค่อยตั้งใจฟังเวลาที่อีกฝ่ายพยายามจะพูดด้วย หลายคนเล่าว่า พวกเขานั่งชิดกับคนรักและเล่าเรื่องต่างๆ มากมายแต่เมื่อต้องการความเห็น อีกฝ่ายกลับตอบอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวกันเลย หรือไม่ก็บอกว่าไม่ได้ยิน (เป็นงั้นไป)

การได้ยินกับการฟังต่างกันมาก การได้ยินคือการที่คลื่นเสียงวิ่งผ่านหูโดยไม่ผ่านกระบวนการรับข้อมูลของสมอง ส่วนการฟังถือเป็นทักษะที่ต้องใช้จิตสำนึกมาจับเพื่อให้สมองคิดตามได้ทัน ลองนึกดีๆ ว่าคุณทะเลาะกับคนสนิทครั้งสุดท้ายเพราะสับสนระหว่างการฟังกับการได้ยินหรือเปล่า
เรามีเทคนิค 7 ข้อ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟังมาฝากคุณ
ผลวิจัยพบว่า ระหว่างการพูดคุยของคู่รัก การแสดงสีหน้ามีผลต่อการโน้มน้าวจิตใจมากที่สุดถึง 55เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ถ้อยคำมีผลเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ และน้ำเสียงกับกิริยาท่าทาง 38 เปอร์เซ็นต์ ดวงตาเป็นอวัยวะอันทรงพลังที่บอกให้คนรักของคุณรู้ว่าคุณกำลังสนใจสิ่งที่เขาหรือเธอพูด เป็นหน้าต่าง
ของการแสดงความรู้สึก การสบตาเพียงหนึ่งครั้งมีความหมายมากกว่าคำพูดยาวๆ ด้วยซ้ำ ดังนั้นพยายามมองตาคนรักขณะที่คุณพูดคุย เหมือนที่วีกตอร์ อูโก นักเขียนเอกชาวฝรั่งเศสบอกไว้ว่า “เวลาฟังผู้หญิงพูดคุยให้ฟังจากดวงตาของเธอ” (When a woman is speaking to you, listen to what she says with her eyes.)
ฟังด้วยใจ - เมื่อคนรักต้องการพูดกับคุณ ความประทับใจจะเกิดขึ้นทันทีถ้าคุณหยุดกิจกรรมทุกอย่าง
เมื่อคนรักต้องการพูดกับคุณ ความประทับใจจะเกิดขึ้นทันทีถ้าคุณหยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วนั่งลง โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าคุณสนใจที่จะฟังจริงๆ พยายามเก็บมือของคุณให้อยู่นิ่งๆ หยุดหมุนดินสอ ละมือจากคีย์บอร์ด และอื่นๆ

ใส่ฟีลลิ่ง

ขณะฟังคนรักพูดคุย คุณควรแสดงความรู้สึกตอบสนอง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ชอบใจ ไม่ชอบใจการแสดงออกทางสีหน้า เช่น การเลิกคิ้ว ทำตาโต ยิ้ม หัวเราะ พยักหน้า ฯลฯจะช่วยทำให้คนของคุณรู้ว่าคุณช่างน่ารักและเอาใจใส่ในตัวเขา
อย่านิ่งเฉย – ลองจดจำคำง่ายๆ ไว้พูดกับคู่สนทนา เช่น “ดีจัง” “เห็นด้วยนะ” “เข้าใจละ” เพื่อใช้โต้ตอบเป็นระยะ
ลองจดจำคำง่ายๆ ไว้พูดกับคู่สนทนา เช่น “ดีจัง” “เห็นด้วยนะ” “เข้าใจละ” เพื่อใช้โต้ตอบเป็นระยะ เพราะการปล่อยให้อีกฝ่ายพูดคนเดียวจะทำให้เขาตีความไปว่าคุณกำลังไม่สนใจเขา หรือเห็นว่าเรื่องของเขาน่าเบื่อ คุณอาจพูดทวนความรู้สึกของคนรัก เช่น
“ฉันเข้าใจว่าเธอรู้สึก...ใช่ไหม” ซึ่งจะทำให้เขาประทับใจว่าคุณเข้าใจความรู้สึกของเขาจริงๆ

ยิงคำถามโดนใจ

การถามเข้าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ช่วยให้คุณทั้งคู่เรียนรู้กันและกันมากขึ้น ในบางครั้งคุณอาจรู้สึกไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนรัก และอยากบอกวิธีแก้ไขเสียเหลือเกิน แต่อย่าลืมว่าในการพูดคุยนั้น คนของคุณย่อมต้องอยากให้คุณอยู่ข้างเขาไม่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก ดังนั้นอย่าเพิ่งเสนอแนวทางใดๆ จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายเชื่อว่าคุณ เข้าใจความรู้สึกของเขาจริงๆ และคำถามแบบสร้างสรรค์จะช่วยให้เขาฉุกคิดได้เอง
ระงับใจไม่พูดแทรก - ไม่ว่าเรื่อง ของเขาหรือเธอจะน่าเบื่อ ยืดยาว แค่ไหน
ไม่ว่าเรื่องของเขาหรือเธอจะน่าเบื่อ ยืดยาวแค่ไหน หรือคุณจะฟังมาเป็นครั้งที่ร้อยแปดร้อยเก้าก็ตาม คุณต้องรอจนกว่าเขาจะพูดจบแม้เป็นเรื่องเดิมๆ แต่การฟังซ้ำจะช่วยให้คุณจับประเด็นใหม่ๆได้ และเข้าใจคนรักมากขึ้นเมื่อคุณเป็นฝ่ายพูด เขาจะยินดีเปิดใจรับฟัง

รักแล้วต้องฟัง

สำหรับบทสนทนาที่คุณรู้สึกเหลือทนจริงๆ ให้ลองนับ 1-10 คิดเสียว่าคุณกำลังมอบความรักด้วยการอดทน แม้คุณอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ออกจะขมไปสักหน่อยแต่สำหรับคนที่คุณรัก เชื่อว่านี่จะเป็นเวลาที่หวานสุดใจแน่นอน
อ่านความหมายจากดวงตา
- รู้ไหมว่าลูกตาดำของคนเราขยายได้ถึง 4 เท่าเมื่อรู้สึกตื่นเต้น ยิ่งตื่นเต้นตกใจมากเท่าไร ตาก็โตมากขึ้นเท่านั้น

- เคยได้ยินคำว่า "ตาเหมือนแม่มดหรือตาเหมือนงู" กันบ้างไหม นั่นก็เพราะลูกตาดำของคนเราจะมีขนาดเล็กลงได้เช่นกัน เมื่อรู้สึกไม่เห็นด้วย โกรธ เกลียดยิ่งรู้สึกไม่ดีเท่าไร ลูกตาดำก็ยิ่งเล็กลงๆจนคนมองเห็นต้องขยาดกันไปเลย

- จำไว้ว่าถ้าคุณมองตาคู่สนทนาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของเวลาสนทนาทั้งหมด เขาจะรู้สึกได้เองว่าเขาเชื่อใจคุณได้

- อย่างไรก็ดี การจ้องหน้าใครนานๆ ก็ไม่ดีสักเท่าไร เพราะจะทำให้เขารู้สึกต่ำต้อยหรือเข้าใจว่าคุณกำลังไม่เห็นด้วยกับเขาอย่างรุนแรง

- กล้ามเนื้อระหว่างริมฝีปากและแก้มเป็นส่วนที่จิตสำนึกบังคับได้ แต่กล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาจะอยู่นอกเหนือความควบคุมของจิตใจ ดังนั้นคุณจะสังเกตรอยยิ้มที่จริงใจด้วยการมองที่ดวงตา คนที่ยิ้มจากใจ กล้ามเนื้อใต้ตาจะโค้งขึ้นและตาจะหยี มีคนจำนวนน้อยมากๆ ที่สามารถบังคับกล้ามเนื้อส่วนนี้และปั้นยิ้มได้อย่างแนบเนียน
(0)
Secret
RELATED TOPICS