daybeds's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

พูดคุยกับ สเตฟาน แซคไมส์เตอร์ กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก

พูดคุยกับ สเตฟาน แซคไมส์เตอร์ กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก
HAPPINESS
เป้าหมาย อัตลักษณ์ และการส่งต่อความสุข
สเตฟาน แซคไมส์เตอร์

สเตฟาน แซคไมส์เตอร์ (Stefan Sagmeister) กราฟิกดีไซเนอร์ Sagmeister Inc. และ Sagmeister & Walsh จากนิวยอร์ก เดินทางเข้าร่วม GRANSHAN 2013 Thailand เทศกาลออกแบบตัวอักษร ระดับนานาชาติครั้งแรกในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Daybeds มีข้อมูลของสเตฟานที่ได้รับจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโครงการ ซึ่งดูหรูหราและน่าทึ่งด้วยหน้าที่การงานที่ไม่ว่าการเป็นนักเรียนทุนฟูลไบรท์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของลีโอ เบอร์เน็ต และทำงานกับ Tibor Kalman ก่อนก่อตั้ง Sagmeister Inc. ของตนเอง และเป็นพาร์ตเนอร์กับ Jessica Walsh เปิด Sagmeister & Walsh ที่รับทำงานออกแบบให้ทุกสิ่งอย่างที่เขาชอบ สเตฟานได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแกรมมี่ฯ 6 ครั้ง และได้รับรางวัลการออกแบบสำหรับอัลบั้มของ Talking Head ชุด แน่นอนว่าเหล่านี้การันตีฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้เป็นอย่างดี
พอจะบอกความแตกต่างในงานออกแบบใน อเมริกา และเอเชียได้บ้างไหม
สเตฟาน: สิ่งที่ชัดที่สุดที่มองเห็นในอเมริกามีความเป็นเอกภาพมากกว่า ที่ไม่ได้หมายถึงมันดีหรือไม่ดี แต่เนื่องจากว่ามันเป็นประเทศที่ใช้ภาษาเดียวคือ ภาษาอังกฤษทั้งประเทศ ขณะที่ในเอเชียทุกชาติต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ตัวอักษรต่างกัน แม้แต่ในประเทศเดียวกันก็มีความแตกต่างกันมาก เช่น ในอินเดียมีความหลากหลายมาก ทำให้ไม่สามารถหรือเป็นการยากที่จะพูดออกไปได้ว่า นี่คืองานดีไซน์แบบเอเชีย แต่อย่างอเมริกาไม่ได้มีความแตกต่างขนาดนั้น เช่น แคลิฟอร์เนีย ต้นปาล์ม หรือจะไปอยู่ตะวันออกเฉียงเหนือที่มีอากาศหนาวมาก ไม่มีใครบอกได้ว่า นี่คืองานของแคลิฟอร์เนีย หรืองานของตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เด็ก 5 ขวบยังดูรู้เลยว่า นี่คืองานของอินเดีย นี่คือฟิลิปินส์ นี่คือญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ผมมองเห็นในแง่ของวัฒนธรรม คือดีไซน์ที่มาจากประเทศคอมมิวนิสต์ นอกเหนือจากจีน มีความเป็นทุนนิยมสูงมาก โดยเฉพาะประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ที่ยังพอหลงเหลืออยู่ งานดีไซน์มีลักษณะเป็นเรื่องหิวเงินสูงมาก ขณะที่ดีไซน์ที่ออกมาจากประเทศทุนนิยม และมีประวัติศาสตร์พื้นฐานในทุนนิยมมานาน จะสบายๆ ง่ายๆ ไม่มีความเป็นทุนนิยมมาก งานดีไซน์ในเอเชียก็แทบจะพูดไม่ได้ ต่อให้เป็นนักวิชาการก็ตาม เพราะว่ามันต่างกันที่วัฒนธรรมเยอะมาก
ช่วยเล่ากระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของคุณให้ฟังหน่อย
สเตฟาน: ในขณะนี้มีกระบวนการที่ดีมากมายที่ ผมและสตูดิโอใช้อยู่ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาที่เผชิญอยู่คืออะไร โดยปกติผมจะทำสามสี่อย่างในเวลาเดียวกัน ถ้าผมติดในอันหนึ่ง ผมสามารถย้ายไปอันอื่นได้ สิ่งที่ผมกำลังลองอยู่คือการคิดถึงโปรเจ็กต์ไม่ใช่จากวัตถุประสงค์ของโปรเจ็กต์ แต่จากสิ่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ตัวอย่างเช่น ผมต้องออกแบบแท็บเล็ตรุ่นใหม่ ไอเดียพื้นฐานคือจะต้องมองจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาดไอโฟน หรือเครื่องต่างๆ ดูว่ามันทำอะไรได้และสามารถทำอะไรเพิ่มขึ้นได้บ้าง กระบวนการนี้จะสร้างผลงานที่เป็นรูปแบบเดียวกันกับสิ่งที่มีอยู่ แต่ถ้าผมคิดถึงอย่างอื่น เช่น น้ำ บางทีมันอาจเป็นแท็บเล็ตที่นิ่มหรือบิดได้ จากนั้นก็ไปดูว่ามีวัสดุอะไรบ้างที่ทำให้มันโค้งตัวได้ ถ้าผมใส่มันในกระเป๋ามันก็จะราบไปกับลำตัว นั่นคือไอเดียในทิศทางใหม่ ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครรู้ว่าผมเริ่มต้นมัน จากความคิดถึงสระน้ำมันเป็นการบังคับสมองให้เริ่มมองให้แตกต่างจากเดิมไม่ใช่ว่าสมองผมทำงานผิดปกติ แต่ตั้งใจให้มันทำงานเปลี่ยนไปอย่างเดิม ด้วย การลองสิ่งใหม่ โอกาสที่จะไปถึงสิ่งใหม่ ผมไม่แน่ใจว่าจะไปถึงไหน อาจไม่น่าสนใจก็ได้ที่จะทำแท็บเล็ตแบบนิ่มขึ้นมา แต่บางทีมันอาจจะเป็นไปได้
ศิลปะ การออกแบบ และอัตลักษณ์ ในความคิดของคุณมันต่างกันอย่างไร
สเตฟาน: ถ้ามองจากมุมมองของคนที่ใช้ ที่ดูไม่ได้คิดว่าสำคัญ ไม่ได้คิดว่าต่างอะไร เวลามองไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนทำ หรือมีความคิดอะไรอย่างไร มาถึงทำแบบนี้ แต่ถ้ามองจากมุมของผม ซึ่งเป็นคนคิดคนทำ ก็คิดเองหลายครั้งเหมือนกัน ถ้าจะดูความต่างของศิลปะและดีไซน์ให้ดูไปที่ฟังก์ชันหรือการใช้งาน คือถ้ามีฟังก์ชันหรือการใช้งานอยู่ มันก็เป็นงานดีไซน์ ศิลปะสำหรับผม ไม่ได้มีฟังก์ชัน ไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องมีอะไรทั้งสิ้น เช่นที่ชัดเจนคือ การออกแบบของขวดน้ำ ต้องมีฟังก์ชันของขวดน้ำคือต้องดื่มได้ เราอาจมีงานดีไซน์ที่นำเข้ามาใช้เพื่อลดฟังก์ชัน ทำให้สวยดูเป็นของที่น่าดูจนคนลืมไปชั่ววูบว่านี่คือขวดน้ำ และมีหน้าที่ใช้ดื่ม หรือผลักมันไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ว่าใช้งานเป็นอุปกรณ์เป็นการดื่มน้ำไม่ได้แล้ว มันก็เป็นอุปกรณ์อื่นไปแล้ว
(0)
daybeds
RELATED TOPICS
536 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
612 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
505 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ