Damn Magazine's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???

พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???
CHELSEA
10 ปีผ่านไปแล้วในฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอลเชลซี นับตั้งแต่พี่แกเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรในปี 2003 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โรมัน อบราโมวิช หรือ เสี่ยหมี ใช้เงินลงทุนไปกว่า 693 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาทแลกกับนักเตะ 74 คนที่ซื้อเข้ามา เฟอร์นันโด ตอร์เรส คือนักเตะที่แพงที่สุดในราคา 50 ล้านปอนด์ พร้อมกับคว้าถ้วยแชมป์มาได้ 13 ใบ หารเป็นจำนวนเงินแล้วเสี่ยหมีใช้เงินถึง 53 ล้านปอนด์ต่อถ้วย 1 ใบซึ่งไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ลงทุนลงไปนี้ได้ผลตอบแทนอะไรกลับมาบ้างหรือยัง ถ้ายังนี่แอบกระซิบบอก ชีค มานซร์ หน่อยก็ดีนะครับเห็นแกซื้อไม่บันยะบันยังเหมือนกัน
เชลซีคือ ตัวอย่างของการลงทุนไปเยอะแล้วต้องได้แชมป์การลงทุนแต่ละครั้งเราก็ต้องหวังผลตอบแทนกุนซือคนไหนให้สิ่งนั้นไม่ได้ก็จะโดนเด้งออกไปเป็นว่าเล่น 10 ปีมานี้เชลซีเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปแล้วถึง 10 คน มาหนนี้เสี่ยหมีทนกับการร้างราแชมป์ต่อไปอีกไม่ไหวจึงหันไปกินน้ำพริกถ้วยเก่ากับ โฆเซ่ มูริญโญ่ อีกครั้งเพื่อพาสิงห์บลูเข้าป้ายให้ได้ในฤดูกาลหน้านี้ หลังจากมูริญโญ่ได้พิสูจน์แล้วว่าพี่แกคือของจริงเสกแชมป์ให้ได้ หลังจากพเนจรไปคว้าแชมป์กับทีม อินเตอร์ มิลาน และ รีล มาดริด มาก่อนหน้านี้
ความเก่งกาจของมูริญโญ่ ไม่ใช่ปัญหาและคำถาม แต่ปัญหาที่เราเห็นๆ กันอยู่ก็คือความอีโก้ของตัวมูริญโญ่เองมากกว่า ด้วยบุคลิกที่ขี้เก็ก พูดจาโผงผาง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จึงทำให้ตกเป็นเป้าโจมตีให้กับสื่อมวลชนไม่เว้นวัน ทั้งในอิตาลีและสเปนก็ไม่มีใครชอบหน้ามูริญโญ่เท่าไหร่นัก สมควรแล้วหรือยังที่มูริญโญ่ น่าจะซื้อลีซอ ซุปเปอร์สตาร์ของทีมชาติไทยไปเพื่อลดแรงเสียดทานในการหมั่นไส้ให้กับตัวเอง เรื่องฝีเท้าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะลีซอเคยผ่านการเป็นผู้เล่นเก่าของแมนยูฯ มาแล้ว (ตอนไหนวะ) แล้วอีกอย่างลีซอก็พิสูจน์ให้ผู้คนเห็นได้แล้วว่า เสียงโห่ฮาไม่เป็นอุปสรรค์ในการโชว์ฟอร์มของดาวยิงผู้นี้ เมื่อเป้าโจมตีไม่ใช่มูริญโญ่ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อทีม เพราะว่าเขาจะได้เอาเวลาที่จะต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้ไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อทีมแทนมากกว่า น่าคิด น่าคิด
พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???
ARSENAL
อาร์เซนอลเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของฟุตบอลอังกฤษ ทำสถิติอยู่ในลีกสูงสุดโดยไม่ตกชั้นยาวนานที่สุด และเป็นทีมเดียวในยุคพรีเมียร์ลีกที่ครองแชมป์สูงสุดโดยไม่แพ้ใครทั้ง 38 นัด แต่ก็เป็นเรื่องเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้วปัจจุบันคู่แข่งหลายๆ ทีมก็ยกระดับของตัวเองกว้านซื้อนักเตะดีๆ ขึ้นมาต่อกรเพื่อแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกันให้ขวั่กไขว่ ซึ่งสวนทางกับอาร์เซนอลอย่างแท้จริงที่ขี้ตืดเหลือกำลังนะครับ ทั้งๆ ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของสโมสรอย่าง อลิเซอร์ อุสมานอฟ เศรษฐีชาวรัสเซีย มีดีกรีเป็นถึงผู้ร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของเจ้าของทีมในพรีเมียร์ลึก ซึ่งมีทรัพย์สินกว่า 1.33 หมื่นล้านปอนด์ เปิดตลาดนักเตะทีไร ไล่จีบคนนู้นที ไล่จับคนนั้นที เป็นข่าวไม่เว้นแม้แต่ละวัน พอนักเตะสนใจก็ต่อรองราคาอย่างกับผักปลา หันมาอีกทีย้ายไปสโมสรอื่นแล้วอยู่เป็นประจำ เข้าข่ายเก่งแต่ป้อ ล่อไม่เป็นเลยครับ
น่าสงสารก็แต่กองเชียร์ที่ต้องแบกภาระค่าตั๋วปีแพงที่สุดในลีก อัตราตั๋วปีที่แพงที่สุดอยู่ที่ 1,955 ปอนด์ หรือราวๆ เกือบแสนบาท ถูกที่สุด 982 ปอนด์ ยังไม่นับรวมค่าเดินทางไปยังสนามเอมิเรตส์สเตเดี้ยมเพื่อชมเกมในแต่ละนัดอีกนะครับ ประเมินกันว่าค่าใช้จ่ายแบบประหยัดสุดต้องหมดเงินประมาณ 34.30 ปอนด์ ซึ่งราคานี้สามารถไปชมเกมของนิวคาสเซิลได้เลยด้วยราคาเพียงแค่ 23 ปอนด์
ปัญหาเดิมๆ ของอาร์เซนอลก็คือไม่กล้าทุ่มซื้อตัวนักเตะในระดับท็อป และก็เพดานค่าเหนื่อยมีจำกัดเหลือเกินเพื่อเจียดเงินไปโปะหนี้ของสโมสรในการสร้างสนามแห่งใหม่ อยากจะได้แต่ของดีแต่ไม่มีค่างวดจะหาจากไหนกันครับ ด้วยการวางแผนมาช้านานของเวนเกอร์ นโยบายปั้นเด็กก็ดูเข้าท่า ตาแหลมคมดีแต่ว่าพอเก่งขึ้นมาก็ขายแดกหมด จะปั้นไปทำแมวน้ำอะไรมิทราบ แนวทางการทำทีมของอาแซน เวนเกอร์ ดีอยู่แล้วเพียงแต่ต้องหาจิ๊กซอว์ ที่ใส่ลงไปแล้วเกิดศักยภาพสูงสุดมาคอยหวังปั้นเด็กอย่างเดียวเห็นทีจะโดนทีมอื่นๆ แซงไปแบบกู่ไม่กลับ น่าจะหาเมียมือเติบๆ ให้เวนเกอร์สักคน จะได้รู้ว่าการช้อปปิ้งมันมีความสุขเพียงใด เอาเถอะนะแชมป์อะไรก็ได้ไม่ใช่เอาแต่เอมิเรตส์คัพก็ไม่ไหว แล้วการได้ไปแชมเปียนลีกทุกปีแต่ไปแล้วสู้เขาไม่ได้ก็ไม่ใช่ความภูมิใจอะไรของเหล่ากองเชียร์แม้แต่น้อย
พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???
MAN UNITED
ถ้าจะเปรียบสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นชายหนุ่มขึ้นมาสักคน หนังสือ Forb คงจะจัด แมนยูฯ คงจะถูกจัดให้เป็นชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากทศวรรษที่ผ่านมาแมนยูฯ ประสบความสำเร็จมากมายจนหาตู้เก็บถ้วยแทบไม่หวาดไม่ไหว และครองตำแหน่งสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกมานานหลายปีด้วยมูลค่าของทีมกว่า 3 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าปีล่าสุดจะถูกรีล มาดริด ยอดทีมแห่งสเปนแซงหน้าไปแล้วก็ตาม
แต่ในฤดูกาลหน้าต้องมาพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมได้เดินออกจากรั้วโอแทรฟฟอร์ดหลังจากคุมบังเหียนจนเหนียงออก มาเป็นระยะเวลาเกือบ 27 ปี แล้วได้ผู้สืบทอดต่อคือ เดวิด มอยส์ ผู้มีฝีไม้ลายมือไม่เบาจากการทำทีมที่มีงบประมาณจำกัดอย่าง เอฟเวอร์ตัน ให้ยืนระยะท้าชนทีมเงินถุงเงินถังได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำให้คนในเมืองแมนเชสเตอร์เกิดอาการ เห่อมอยส์ กันเป็นแถวๆ แต่หลังจากเห็นฟอร์มอุ่นเครื่องนัดแรกที่มาแพ้ทีมสิงห์ออลสตาร์ของเมืองไทยแล้วทุกคนก็คงอยากจะ ถอนมอยส์กันถ้วนหน้า ต้องให้โอกาสมอยส์พิสูจน์ตัวเองอีกสักระยะเพราะมาตรฐานที่ท่านเซอร์ตั้งไว้นั้นสูงเหลือเกิน
สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับแมนยูฯ คือนักเตะที่มีอยู่คือแชมป์ของปีที่แล้วเหรอวะ โหงวเฮ้งแม่งไม่ได้เลยสักนิด ยิ่งไอ้เวรเบ็ค ที่สับขาหลอกตัวเองอย่างน่าสมเพชเรียกเสียงฮาให้กับกองเชียร์ได้ไม่น้อยนี่น่าจะปล่อยไปได้ซะที ที่สุดแล้วมอยส์น่าจะลงทุนกับผู้เล่นใหม่มาเสริมอีกสักคนหรือสองคนก็น่าจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี่ได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าอีกหลายๆ ทีมที่เหลือก็เสริมเขี้ยวเล็บกันอย่างสนุกมือเพื่อมาท้าชนแชมป์เก่าของเขาอยู่ ถ้ามอยส์ยังอยากป้องกันแชมป์ให้ได้ก็ต้องทำทุกวิถีทางให้ ฮาวเวิร์ด เวบบ์ ต่อสัญญากับทีมต่อไปให้สำเร็จ หลังจากทำหน้าที่เป่าจุดโทษให้กับผีแดงมากที่สุดในลีกมาหลายฤดูกาลเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่แมนยูฯ จะขาดไปไม่ได้เสียแล้ว
พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???
LIVERPOOL
ไม่ว่าลิเวอร์พูลจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่เท่าไหร่ได้ไปเล่นถ้วยยุโรปหรือไม่ พวกเขาไม่เคยกลัวพวกเขายังมีความภาคภูมิใจเก่าๆ ไว้คอยปลอบประโลมจิตใจ พวกเขาไม่มีวันเดียวดาย ในอดีตลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่เคยประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแช้มป์ดิวิชั่น 1 เดิมได้ถึง 18 ครั้งซึ่งเป็นสถิติที่สเกาเซอร์ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จนมาถึงวันนี้โดยแมนยูฯ ในยุคของท่านเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันคู่ปรับตลอดกาลทำลายมันลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยการคว้าแชมป์ไป 20 ครั้ง แต่แฟนหงส์แดงก็ยังไปขุดเรื่องมาให้คุยได้อยู่เพราะเมื่อรวมถ้วยรายการใหม่ๆ แล้วผีแดงก็ยังเป็นรองลิเวอร์พูลอยู่ เนื่องจากหงส์แดง ได้ถ้วยรางวัลไปทั้งหมด 41 รายการขณะที่ผีแดงได้ไป 39 รายการ (ถ้วยทั้งหมดนี้คิดแค่รายการหลักๆ) ลิเวอร์พูลควรลืมความภาคภูมิใจเก่าๆ ไปแล้วมองไปถึงทิศทางการเล่นในฤดูกาลหน้ามากกว่า ได้เห็นฟอร์มของลิเวอร์พลูในฤดูกาลที่แล้วมันแตกต่างกันยุคก่อนๆ ของตัวเองอย่างสิ้นเชิง จนเกิดคำถามว่าฉายา เร้ด แมชชีน นี่ท่านได้แต่ใดมา
แต่มาปีนี้หงส์แดงของเราออกตัวแรงเลยนะครับในตลาดซื้อตัวนักเตะ แต่หันไปถามแฟนบอลพันธุ์แท้ต่างตั้งคำถามไปในทางเดียวกันว่าใครบ้างวะ เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะเสียไปอย่างหม่อมเหยิน ซัวเรส นี่คุณภาพ และชื่อเสียง คนละเรื่องเลยนะครับ แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายระยะหลังๆ ของหงส์แดงไม่ได้อยู่ที่แชมป์ ฤดูกาลหนึ่งหวังแค่ว่าเอาชนะแมนยูฯ ได้ทั้ง 2 นัดเหย้าเยือนก็พอแล้ว ซึ่งก็เป็นสาเหตุทำให้ซัวเรส งอแงอยากย้ายออกจากทีม เพราะตัวเขาเองมีเป้าหมายที่สูงกว่านั้น ร็อดเจอร์ควรจะทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวซัวเรสเอาไว้ให้ได้ถ้ายังหวังที่จะบินสูงอีกครั้ง เพราะฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลยืนอยู่ที่จุดนี้ได้ ส่วนใหญ่ก็มาจากความสามารถเฉพาะตัวของ
ซัวเรสล้วนๆ ส่วนพฤติกรรมการกัดนี่อาจจะแก้ได้ด้วยการใส่ตะกร้อไว้ที่ปากเวลาลงสนามก็ได้นะครับจะได้ไม่ต้องไปเที่ยวงับชาวบ้านชาวช่องเขาอีก โดนแบนทีเสียหายกันไปหมดจัดการเรื่องซัวเรสได้แล้วเสริมตัวดีๆ มีคุณภาพอย่างเมสซี่ เข้ามาสัก 4-5 คนก็น่าจะเพียงพอที่จะทวงชื่อเสียงเก่าๆ กลับมาได้อีกครั้ง
พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???
MAN CITY
เจ้าของฉายาเรือใบสีฟ้ารองแชมป์เก่าเมื่อปีก่อน เพื่อนร่วมเมืองของแมนยูฯ แต่เหมือนเป็นทีมลูกเมียน้อยของเมืองซะมากกว่า เนื่องจากถูกรัศมีอันเปล่งปลั่งของแมนยูฯ มาบดบังเสียมิด มาระยะหลังๆ นี้พอลืมตาอ้าปากส่งเสียงคำรามได้บ้างเมื่อมีเศรษฐีผู้ร่ำรวยล้นฟ้าของราชวงศ์อาหรับเอมิเรตส์ ที่มีทรัพย์สินมากกว่า 20,000 ล้านปอนด์ มาสู่ขอ ทำให้เรือใบลำนี้ทรานสฟอร์เมอร์เป็นเรือยอร์ชขึ้นมาทันที เหมือนชะนีที่ทำอาชีพกะหรี่อยู่ดีๆ แล้วมีฝรั่งนั่งเจ็ทมาขอแต่งงาน หลังจากนั้นคุณเธอก็ใช้เงินอย่างบ้าคลั่งสนุกสนานเยี่ยงสามล้อถูกหวย เจอใครหน้าไหนถูกใจก็ใช้เงินตบหัวฟาดเข้าบ้านจนทำให้เรือใบสีฟ้าเป็นทีมในวงการกีฬาที่ต้องแบกภาระค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไอ้เราก็แอบสงสัยเหมือนกันนะว่าเจ้าของทีมนาม ชีค มานซูร์ รู้รึเปล่าว่ากีฬาฟุตบอลสามารถจัดทีมลงเล่นได้แค่เพียง 11 คนต่อนัดเท่านั้นทำไมต้องซื้อเยอะขนาดนี้ ตลาดนัดเตะเปิดเพียงไม่ถึงเดือนเรือใบก็ทำยอดช้อปปิ้งทะลุ 100 ล้านปอนด์เข้าไปแล้วเพื่อแลกกับ เฟอร์นานดินโญ่, เนเกรโด, นาบาส, โยเตวิช และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ หลังจากปีที่แล้วสถิติการทำประตูเป็นรองทั้งอันดับ 3 และ 4 อย่างเชลซีและอาร์เซนอลอยู่หลายลูก
หรืออาจจะเป็นแผนใหม่ของเปรเยกีนี่ ที่ถือปรัชญาการทำทีมว่าการรุกคือการรับชนิดหนึ่ง เรื่องค่าตัวหรือค่าเหนื่อยของตัวผู้เล่นที่เข้ามาไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเจ้าเรือใบสีฟ้าเท่าไหร่ ปัญหามันอยู่ตรงที่ถ้าการมีซูเปอร์สตาร์ในทีมมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสปิริตของทีมหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับว่าเปรเยกีนี กุนซือคนใหม่มีบารมีมากน้อยเพียงใดที่จะจัดการกับความอีโก้ของซุป’ตาร์เหล่านั้นและการลงทุนไปขนาดนี้ตำแหน่งเดียวที่จะต้องได้คือแชมป์เท่านั้นจะเพิ่มความกดดันในการทำทีมของเขาในอังกฤษที่เขายังไม่คุ้นเคยได้หรือเปล่า ถ้าทั้งหมดนี้ราบรื่นเชื่อได้เลยว่าเรือใบลำนี้วิ่งฉิวแน่ๆ แต่จะสะดุดขาตัวเองหรือเปล่าคงต้องดูกันยาวๆ
พวกเขาเหล่านี้เป็นใคร? มีความสำคัญยังไงกับ PREMIER LEAGUE 2013???
TOTTENHAM HOTSPUR
ครั้งสุดท้ายที่สเปอร์สได้แชมป์นี่ ไรอัน กิ๊กส์ ยังไม่เกิดเลยนะครับ สำหรับฤดูกาลนี้คงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปสำหรับม้ามืดมาแรงแต่ไม่แซงทางโค้ง อย่างทีมจากกรุงลอนดอนอย่างสเปอร์สทีมนี้ ที่ 2-3 ฤดูกาลหลังมานี้เกือบจะคว้าโควตายูฟ่าแชมเปียนลีกมาได้อยู่แล้ว ด้วยมันสมองอันยอดเยี่ยมที่เสี่ยหมีมองไม่เห็นค่าของ อังเดร วิลลาส โบอาส ผู้เป็นกุนซือ และสุดยอดฟอร์มอันร้อนแรงของ แกเร็ธ เบลล์ ความฮอตของเขานี่อยู่ในระดับ เจมส์ จิ เลยนะครับใครๆ ก็ต่างหมายปองกันทั้งสิ้นแล้วทีมระดับที่จะมีเงินฟาดหัวเข้าบ้านได้นี่ก็ท็อปๆ ของยุโรปทั้งสิ้นกับแรงดึงดูดเช่นนี้ต้องดูกันต่อไปว่าเมื่อไหร่และทีมไหนที่จะมีสิทธิ์ได้ครอบครองเขาไปแต่ผมเชื่อว่าไปแน่ไม่วันใดก็วันหนึ่งเพราะสเปอร์สเล็กเกินไปสำหรับความสามารถระดับเขา
ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกของสเปอร์สเลยคือต้องทำในฤดูกาลนี้คือ ทำทุกวิถีทางที่จะรั้งตัวแกเร็ธ เบลล์ เอาไว้ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม พยายามทุ่มซื้อซุเปอร์สตาร์ดังๆ เข้ามาเพื่อให้เห็นว่าสโมสรมีแรงจูงใจที่จะเป็นแชมป์เข้ามา ไม่ก็ร้องเพลงคุกเข่าของวง Cocktail ให้เบลล์ฟังทุกวัน หรืออาจจะถึงขั้นจับขังกรงหน่วงเหนี่ยวแล้วซ้อมแบบโสเภณีได้ก็ต้องทำ ถ้าสุดท้ายแล้วจะต้องเสียเบลล์ไปจริงๆ ล่ะก็จะต้องยืดเวลาให้ได้ยาวนานที่สุดเพื่อแลกกับเม็ดเงินก้อนโตที่สุดเพื่อเอาไปเล่นแร่แปรธาตุ ไปเป็นนักเตะในระดับที่ใกล้เคียงกับเบลล์สัก 2-3 ตัว แต่เชื่อได้ว่าบนโลกนี้คนที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ด้วยตัวคนเดียวเหมือนอย่างเบลล์เห็นทีจะมีแต่ เมสซี่และพี่เจ็ดโด้ ซึ่งทางสเปอร์สไม่มีทางซื้อได้ ความเป็นต่อเดียวของสเปอร์สในฤดูกาลนี้เลยคือไม่ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่เช่นเดียวกับอาร์เซนอล
เท่าที่วิเคราะห์มาฤดูกาลหน้านี้ผมว่าเต็งหามเลยสำหรับผมคงเป็นเซลซีของเสี่ยหมี เพราะว่ามูริญโญ่ไม่ต้องเสียเวลามาปรับสไตล์ของตัวเองสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับทีมหัวแถวทีมอื่นๆ ที่ต่างก็เปลี่ยนตัวกุนซือกันเกือบหมด อาจจะยังต้องการเวลาในการปรับตัวอีกสักระยะ บวกกับตัวผู้เล่นที่มีอยู่ก็ไม่ได้ด้วยกว่าทีมอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย แต้มในฤดูกาลนี้น่าจะไม่ทิ้งกันขาดมากสำหรับกลุ่มหัวแถว และให้จับตาดูเรือใบสีฟ้าให้ดีๆ หลังจากทุ่มเงินก้อนโตซื้อนักเตะระดับท็อปคลาสมาหลายคนคิดว่าคงจะสู้กับ 2 ทีมนี้ได้อย่างสูสีแบบมีลุ้นไปจนจบฤดูกาล ส่วนอาร์เซนอล ลิเวอร์พูล และสเปอร์สคงจะฟาดฟันกันเพื่อลุ้นพื้นที่ไปยูฟ่า แชมเปียนลีก กันอย่างสนุกอีกตามเคย แต่ก็ยังมีเอฟเวอร์ตันคู่ปรับร่วมเมืองของลิเวอร์พูลอีกทีมที่จะประมาทไม่ได้ในโควตาการแย่งพื้นที่นี้ คอยดูกันยาวๆ ครับผม
(0)
Damn Magazine
RELATED TOPICS
104 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
629 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ