MAXIM THAILAND's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

"บทความดีๆ ที่เป็นความหวัง ใน โรคเอดส์รักษาได้ ตอนที่1"

HIV คืออะไร?
Human Immunodeficiency Virus - HIV เป็นเชื้อไวรัสที่เราติดได้จากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัย การใช้เข็มร่วมกัน หรือจากแม่สู่ลูก เมื่อเชื้อตัวนี้เข้าสู่ร่างกายของเราแล้ว มันจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยเราต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เม็ดเลือดขาวมีหลายชนิดมากมาย แต่ตัวสำคัญที่สุด ชื่อว่า ซีดี 4 (CD4) ซึ่งเป็นเสมือนผู้บัญชาการรบที่คอยสั่งให้เซลล์ภูมิคุ้มกันตัวอื่นๆ ทำงานประสานกันเพื่อต่อสู้กับข้าศึก ในคนที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี จะมีจำนวนของซีดี 4 ประมาณ 800 - 1,200 เซลล์ เมื่อเราติดเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลาย ซีดี 4 ในระดับความรุนแรงที่ต่างไปในแต่ละคน ถ้าซีดี 4 ถูกทำลายจนเหลือต่ำกว่า 200 เซลล์ เราก็จะมีโอกาสติดเชื้อง่ายๆ ที่อยู่รอบกายเรา ที่โดยปกติแล้วเราจะไม่ติด เช่น ปอดอักเสบจากเชื้อพีซีพี ฝีในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา เป็นต้น
การติดเชื้อฉวยโอกาส.....ภัยร้ายที่ตามต่อมา
การติดเชื้อที่เกิดขึ้นเมื่อ ซีดี 4 ต่ำเหล่านี้เราเรียกมันว่า “การติดเชื้อฉวยโอกาส (opportunisticinfection)” ดังนั้นเมื่อเริ่มมีการติดเชื้อภูมิคุ้มกันจะยังไม่ตกลงมาก ในขณะที่ถ้าเราปล่อยให้การติดเชื้อดำเนินไประยะเวลานาน ภูมิคุ้มกันก็จะมีแนวโน้มที่จะตกลงต่ำมากหรือไม่ก็เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย การพบเจอการติดเชื้อแต่เนิ่นๆ จะนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที มีประสิทธิภาพมากกว่า มีผลข้างเคียง ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า แต่ถ้าเราปล่อยให้การติดเชื้อดำเนินไปเป็นเวลานานโดยไม่ยอมไปตรวจแต่เนิ่นๆ ภูมิคุ้มกันจะถูกทำลายลงไปเป็นจำนวนมาก การรักษายากกว่า มีภาวะแทรกซ้อนมากกว่า ต่างกันราวฟ้ากับดิน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่มีความสาคัญอย่างยิ่งยวดที่เราต้องตรวจให้รู้แต่เนิ่นๆ ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเราอาจมีโอกาสติดเชื้อ หรือถ้าไม่มั่นใจว่าเสี่ยงหรือไม่ การตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีเป็นประจำ เช่นตรวจทุกปีก็จะช่วยได้ การตรวจเอชไอวี มีพัฒนาการใหม่ๆ มากมาย ชุดตรวจเลือดปัจจุบันเป็นรุ่นที่สี่ (fourth generation) ซึ่งสามารถให้ผลได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือในอนาคตก็น่าจะมีการตรวจโดยไม่ต้องเจาะเลือด เช่น การตรวจน้ำลาย เป็นต้น
เพราะคนไทยมักไม่ค่อยอยากตรวจเอชไอวี
คนไทยมักไม่ค่อยอยากตรวจเอชไอวี ด้วยเหตุผลส่วนตัวต่างๆ กันไป เช่น กลัว ตื่นเต้น อาย กลัวคนอื่นรู้ บริการไม่เป็นมิตร และบางคนคิดไปถึงว่า ตรวจไปทำไม รู้แล้วก็ตายรักษาไม่ได้ ดังนั้นก็อย่าไปรู้ให้มันจิตตกเลย ย้อนกลับไปอ่านข้างต้นใหม่อีกทีว่า โรคเอดส์รู้เร็วกว่า ดีกว่าอย่างไร ไม่มีใครอยากติดเอดส์แต่ถ้ามันติดขึ้นมา การรู้เร็วกว่าจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น วันนี้การติดเชื้อเอชไอวีถูกมองเหมือนโรคเบาหวานโรคความดันที่จริงอยู่ยังรักษาไม่หายขาด แต่รักษาได้ จัดการได้ สามารถที่จะมีชีวิตยืนยาวได้ อยู่กับลูกหลานจนแก่จนเฒ่าได้ การรักษาโรคเอดส์ด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ในปัจจุบันใช้เป็นลักษณะของสูตรยาผสม ที่ประกอบด้วยยาอย่างน้อย 3 ตัวยา เรียกว่าเป็นคอกเทลล์เลยทีเดียว การให้สูตรยาแบบนี้เพื่อต้องการกดไวรัสให้อยู่หมัดโดยกดถึงระดับที่ไม่สามารถตรวจเจอไวรัสได้ในเลือด เพราะเมื่อจำนวนไวรัสต่ำลง ร่างกายก็สามารถผลิตซีดี 4 ออกมาทดแทนในจำนวนที่มากขึ้นและดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาทำงานป้องกันเชื้อโรคให้กับร่างกายได้ โอกาสของโรคติดเชื้อฉวยโอกาสหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ก็จะลดลงจากการกินยาต้านไวรัส แต่ประเด็นสำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งของการกินยาต้าน คือ การกินยาอย่างตรงเวลาทุกวัน ไม่ขาดไม่สาย ไม่ลืม สายได้บ้างแต่ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง เพราะเชื้อเอชไอวีเป็นเชื้อที่ดื้อต่อยาต้านไวรัสได้ง่าย ดังนั้นเราควรต้องกินยาให้ระดับยาในเลือดคงที่ตลอดเวลา ให้ไวรัสมันถูกกดอยู่ตลอดเวลา

30 ปีทีผ่านไป ได้ทำให้เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมากมายกี่ยวกับโรคเอดส์ในทางที่ดีขึ้น อย่างที่กล่าวคงไม่มีใครอยากติดเชื้อ แต่ถ้าติดไปแล้วก็ให้จงตระหนักว่า โรคเอดส์เป็นโรคที่รักษาได้ จัดการได้ ผู้ติดเชื้อสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างมีความสุข ขอเพียงรู้ตัวเร็วรักษาได้สบายจิต
(0)
MAXIM THAILAND
RELATED TOPICS
661 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ