LIPS's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

นักวิทยาศาสตร์จาก NASA พบความ สัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ บนผิวโลกกับการเจริญเติบโตของพืชในเขตอาร์กติก

นักวิทยาศาสตร์จาก NASA พบความ สัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ บนผิวโลกกับการเจริญเติบโตของพืชในเขตอาร์กติก
Arctic
เหนือใต้เริ่มไม่ต่าง
ทีมสำรวจจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกและนักวิทยาศาสตร์จาก NASA พบความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนผิวโลกกับการเจริญเติบโตของพืชในเขตอาร์กติกหรือทางตอนเหนือราว 45 องศาเหนือในปัจจุบันเริ่มมีความคล้ายคลึงกับพืชที่เติบโตในแถบละติจูด 4-6 องศาทางตอนใต้ทั้งนี้ในห้วง 30 ปี นับแต่ราวปี 1980 เป็นต้นมา ปรากฏการณ์เรือนกระจกที่ขยายตัวขึ้นส่งผลกระทบกับโลก โดยก๊าซเรือนกระจกนั้นก็เป็นได้ตั้งแต่ ไอน้ำ คาร์บอน และมีเทน ซึ่งจะทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งและหิมะลดลง พื้นดินดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากขึ้นก่อนจะปล่อยความร้อนออกมา
น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกกับบริเวณที่ปกคลุมด้วยหิมะลดจำนวนลง ฤดูที่พืชพันธุ์เจริญงอกงามมีระยะเวลานานขึ้น ฤดูกาลของทะเลอาร์กติกและบริเวณทางเหนือของโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อการเติบโตของพืชและระบบนิเวศน์
หากบรรยายอย่างนี้แล้วยังนึกไม่ออก ผู้สำรวจก็มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า “มันดูเหมือนกับเมืองวินนิเพกในรัฐแมนิโทบาของแคนาดา ย้ายไปอยู่ในเมืองเซนต์พอล-มินนิอาโปลิส (สหรัฐฯ) ในเวลาแค่30 ปี” สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้อาร์กติกดูเขียวขจีมากขึ้น จำนวนต้นไม้และไม้พุ่มเพิ่มมากขึ้น ดูเหมือนทวีปยูเรเชียมากกว่าจะเป็นอเมริกาเหนือนักวิจัยวิเคราะห์อนาคตว่า จากข้อมูลดังกล่าวคาดว่าอุณหภูมิในทวีปอาร์กติกและใกล้เคียงจะเท่ากับที่ละติจูด 20 ภายในสิ้นศตวรรษนี้
เมืองมาร์กนิวเกอร์เชน (Markneukirchen) มีชื่อเสียงมาเนิ่นนานในฐานะเมืองแห่ง การผลิตเครื่องดนตรี
Germany
ปอดใหญ่พิเศษ
เมืองมาร์กนิวเกอร์เชน (Markneukirchen) มีชื่อเสียงมาเนิ่นนานในฐานะเมืองแห่งการผลิตเครื่องดนตรีประเภททองเหลืองและไม้ของเยอรมนี
เมื่อปี 2010 เป็นปีที่เมืองมีอายุครบ 650 ปียืนยาวมากว่า 6 ศตวรรษ และยังเรืองรองด้วยชื่อเสียงดีงามเกี่ยวกับการดนตรี ทางเมืองจึงจัดฉลองด้วยการประดิษฐ์ทูบ้าตัวใหญ่ยักษ์ขึ้นเป็นที่ระลึก จากการร่วมแรงร่วมใจของศิลปินเครื่องทองเหลือง 20 คนของเมือง ทูบ้าสูง 8 ฟุต กว้าง 2.05 เมตร หนัก 50 กิโล หรือใหญ่กว่าขนาดปกติถึง 2 เท่าตัวนี้จึงเสร็จสิ้นลง
หลังจากเป็นชิ้นอันเรียบร้อย เครื่องดนตรีชิ้นนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นทูบ้าตัวใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งไม่ได้ใหญ่เปล่า หากยังใช้เป่าใช้เล่นได้ไม่ต่างจากทูบ้าขนาดปกติตัวไหนๆ หากจะมีอะไรพิเศษเพิ่มเติมอาจต้องเป็นที่ตัวนักดนตรีผู้เล่น เพราะโดยทั่วไปทูบ้าเป็นเครื่องลมทองเหลืองที่ต้องใช้แรงเป่ามากหน่อย และเมื่อกลายเป็นทูบ้าที่ตัวใหญ่ขึ้นอย่างนี้คนเป่าอาจต้องขอยืมปอดคนข้างๆ มาช่วยกันเป่าแล้วล่ะ
ซึ่งแม้จะใหญ่โตน่าอัศจรรย์เพียงนี้ แต่ความที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในบ้านเกิดทูบ้ามโหฬารตัวนี้จึงไม่ได้ได้อวดตัวให้ใครชื่นชมสักเท่าไร ทางเมืองจึงจะพาทูบ้ายักษ์ไปอวดโฉมในงาน The Musikmesse หรือมิวสิกเทรดแฟร์ที่แฟรงก์เฟิร์ต งานนี้นอกจากจะมีทูบ้ายักษ์แล้วยังจะมีไวโอลินยักษ์สูง 4.27 เมตร มาแสดงด้วยระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2013 นี้
เมื่อครั้งที่ออสเตรียเข้ากับนาซีเยอรมนี แล้วเรียกว่า Anschluss
Austria
ฮิตเลอร์ไม่ได้แย่ไปหมด
วันที่ 12 มีนาคม 1938 มีการประกาศรวมออสเตรียเข้ากับนาซีเยอรมนี ที่เรียกว่า Anschlussซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้สนับสนุนอุดมการณ์ในช่วงเวลานั้น ในวาระครบ 75 ปี ในปีนี้จึงมีการสำรวจความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการผนวกประเทศ
ในผลสำรวจล่าสุดประเด็นคำถามมุ่งไปที่ความพอใจสภาพโดยทั่วไป การนำพาประเทศการจัดการกับกลุ่มนาซี การชดเชยให้กับผู้สูญเสียตลอดจนผู้ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์สงคราม ฯลฯ
ซึ่งตัวเลขผลสำรวจจะออกมาที่กึ่งๆ ราว 45-55% ระหว่างเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย ทำให้มองภาพรวมว่าการรวมประเทศครั้งนั้นก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด อย่างประเด็นความสมัครใจในการรวมประเทศนั้นมีผู้ตอบถึง 53% ที่บอกว่าสมัครใจ ขณะที่ 46% คิดว่าออสเตรียเป็นเหยื่อของการสร้างภาพ!
เมื่อถึงประเด็นสรุป 57% เชื่อว่า “ไม่มีเรื่องไหนที่ส่งผลดีในยุคของฮิตเลอร์” แต่อีกกว่า 40% กลับเห็นว่ายุคของฮิตเลอร์ “ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทีเดียว”
ส่วนพวกนาซี ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอยู่ในนามกลุ่มนาซีใหม่ ที่หลายคนแอบหวั่นว่าวันหนึ่งจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งถึงกับเห็นชอบให้มีการออกกฎหมายยุบพรรคนาซีใหม่แต่สิ่งที่ผู้ให้ข้อมูลต้องการเห็นมากที่สุดในปัจจุบันนี้การที่ออสเตรียมีผู้นำที่เข้มแข็งมากกว่าที่จะสนใจเรื่องเก่าโบราณอย่างฮิตเลอร์ หรืออะไรทำนองนั้นอีกแล้ว โดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวิเคราะห์ว่า “เป็นเรื่องปกติที่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปประมาณสองหรือสามเจเนอเรชั่นแล้ว เรื่องนั้นจะไม่เป็นประเด็นให้คนวิตกอีกต่อไป”
ไม่มีใครอยากสวมโรเล็กซ์ ขึ้นสวรรค์สักราย!
Bulgaria
สวรรค์ไม่มีนาฬิกา
ในบรรดาชาติประชาคมยุโรป ประเทศที่ได้ชื่อว่ายากจนที่สุดก็คือบัลแกเรียนี่เอง ความลำบากยากจนแพร่ระบาดไปทั่วทุกหย่อมหญ้าไม่เว้นแม้แต่ในอาณาจักรของพระเจ้า!ถึงขนาดที่ว่าบาทหลวงเจ้าอาวาสวัดนิกายออร์โทดอกซ์แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศต้องสละสมบัติส่วนตัวอย่างรถยนต์ลินคอล์นและนาฬิกาโรเล็กซ์ออกประมูลขายเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของโบสถ์ ซึ่งตอนนี้เป็นหนี้ค่าไฟฟ้าอยู่ถึง 2,000 ดอลลาร์ (คิดเป็นเงินบัลแกเรียราว 3,000 ลีวา)
กระนั้นแล้วทางโบสถ์ก็ยังหาเงินมาจ่ายค่าไฟฟ้าไม่ได้ เพราะนาฬิกาหรูที่นำออกมาขายนั้นถูกตั้งราคาเริ่มต้นไว้สูงถึง 11,600 ลีวาหรือเกือบ 4 เท่าของหนี้ค่าไฟที่ทางโบสถ์ค้างเขาอยู่นั่นเอง
...สินค้าฟุ่มเฟือยราคาสูงในห้วงเวลาอย่างนี้ก็หาคนมีเงินมาซื้อยากเป็นธรรมดาเพราะว่าการขายครั้งนี้คุณพ่อจัดแบบ
ประมูลสดที่โบสถ์เอง คนในพื้นที่หรืออย่างดีชาวเมืองอื่นที่ได้ข่าวก็คงจะไม่พร้อมเช่นกันเนื่องจากขณะนี้ประเทศอยู่ในภาวะตกสะเก็ดทางเศรษฐกิจอย่างหนัก อัตราคนตกงานสูงถึง 11% ทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงลิ่ว สาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างไฟฟ้ายังปรับขึ้นสูงถึง 11%
แถมเมื่อสองเดือนก่อนทีมผู้บริหารประเทศไม่รู้จะทำอย่างไรกับปัญหาปากท้องของชาติที่พ่วงมาจากปัญหาการโกงกินคอร์รัปชั่นของผู้มีอำนาจ ก็ถอดใจลาออกพร้อมกันเป็นกระบิเกือบหมดคณะรัฐบาล
เฮ้อ! นี่ขนาดว่าคุณพ่อเจ้าของโรเล็กซ์ท่านตัดใจขาย โดยให้สัมภาษณ์ก่อนเปิดประมูลว่า “เราขอไปสวรรค์โดยไม่มีนาฬิกา ดีกว่าไปนรกโดยที่สวมมันไว้” ยังไม่มีใครอยากสวมโรเล็กซ์ขึ้นสวรรค์สักราย!
ถูกต้องแล้วอย่างแน่นอนที่ประเทศแดด จัดอย่างชาติอาหรับทั้งหลายจะมีสิ่งนี้ -โรงงานไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์!
UAE
Shams1
ทั้งนี้มิพักต้องมาคิดว่าประเทศเหล่านี้เป็นเศรษฐีน้ำมัน แบบว่าจะใช้เท่าไหร่ก็ไม่สะเทือน โอ! อย่างนั้นน่าเสียดายนะ เอาไว้ขาย หรือเก็บไว้ใต้ดินเฉยๆ ไม่ต้องขุดมาเผาทิ้งๆ ขว้างๆ ให้สิ้นเปลืองทรัพยากรจะดีกว่าแต่แสงแดดที่จัดจ้าตลอดปีของภูมิภาคนี้ก็ไม่ควรถูกเพิกเฉย ดังนั้น จึงเป็นการถูกต้องอย่างที่สุดที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะได้ฤกษ์เปิด Shams1 โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีขนาดกำลังผลิต 100เมกกะวัตต์เสียที ในเมืองมาสดาร์ รัฐอาบูดาบี นอกจากจะใหญ่ที่สุด กำลังผลิตที่สูงของโรงงานยังนับเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ร้อยละ 10 ที่ใช้กันในโลกเวลานี้ หากได้ผ่านไปที่โรงงานก็จะเห็นแผงโซลาร์รับพลังงานแสงอาทิตย์เรียงรายยาวเหยียดกันกว้างใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลสัก 285 สนามเรียงต่อกันกลางทะเลทรายย่านเมืองมาสดาร์
ชัมส์ 1 บังเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการอยู่ดีมีสุขของประชาชนกว่า 20,000 ครอบครัวของยูเออีที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น โดยทางรัฐต้องลงทุนไปมากถึงราว 600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนกันระหว่างคณะผู้ปกครองเมืองมาสดาร์ กับบริษัทน้ำมัน-ก๊าซยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส Total และบริษัทจากสเปน ในสัดส่วน 60-20-20%
ในที่สุดความฝัน ซุกซนของคนชอบสวนสนุกอย่างผมก็เป็นจริง ขึ้นมาแล้วกับ 'ทัวร์น้ำกระจาย'
Japan
Splash Tour
อ่านเจอข่าวนี้แล้ว อดจะยิ้มกริ่มๆ กับตัวเองคนเดียวไม่ได้ เพราะอะไรต้องปลื้มขนาดยิ้มคนเดียวก็เอา ...เพราะว่าในที่สุดความฝันซุกซนของคนชอบสวนสนุกอย่างผมก็เป็นจริงขึ้นมาแล้ว
รถสะเทินน้ำสะเทินบกที่แล่นได้ทั้งบนถนนและบนน้ำ เอ่อ ไม่ใช่แบบรถถังเอาไว้ใช้ในยามสงครามหรือช่วงฉุกเฉิน หรือแบบล็อกคาร์ที่แล่นแต่บนรางในแดนเนรมิตนะ... แต่เป็นรถจริงๆ แล่นให้เรานั่งเอาเพลินบนถนนจริงๆ ได้มองเห็นผู้คนเดินผ่านไปมา ใช้ชีวิตจริงๆ บนท้องถนน และเมื่อพอใจอยากลงน้ำสักหน่อยก็แล่นลงไปลอยคอต่อในน้ำเป็นเพื่อนเรือแพชนิดต่างๆ ซะงั้น!
ลำแรกที่ออกมาให้บริการนักท่องเที่ยวในโตเกียว ‘ทัวร์น้ำกระจาย’ นี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของซิตี้ทัวร์เมืองโตเกียวที่เริ่มต้นจากตึก ‘โตเกียวสกายทรี’ ตึกสื่อสารที่สูงที่สุดในโลก (634 เมตร) ก่อนจะไปลงน้ำที่แม่น้ำนากะ รวมระยะเวลาทั้งบนถนนและในแม่น้ำนาน 1 ชั่วโมง 40 นาที
สนนราคาผู้ใหญ่คนละ 2,500 เยน หรือ 900 บาท ส่วนเด็กๆ ที่อายุไม่ถึง 12 ปี คิดแค่คนละ 1,400 เยนเท่านั้นเกี่ยวกับรถชมเมืองแบบสะเทินน้ำสะเทินบกอย่างรถ Sky Ducks ที่จะพาทัวร์น้ำกระจายในโตเกียวนี้ บางคนที่ค่อนข้างเห็นโลกกว้างมามากแล้ว อาจบอกว่าไม่ได้ใหม่หมาดอะไรสักหน่อย เพราะหลายเมืองใหญ่บนโลกนี้เขามีกันไปหลายเมืองแล้ว
แม้แต่ที่ญี่ปุ่นเองก็มีการเปิดบริการที่โอซาก้ามาก่อน แต่การมีทัวร์น้ำกระจายในโตเกียว ก็ทำให้เราไม่ต้องซอกซอนไปตามเมืองไหนๆ ที่น่าสนุกน้อยกว่าโตเกียวเท่านั้นเอง
(0)
LIPS
RELATED TOPICS
126 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ