กุลสตรี's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

ช่วงของแพง แซงค่าแรงแบบนี้ มาวางแผนการใช้เงินกันดีกว่า

ช่วงของแพง แซงค่าแรงแบบนี้ มาวางแผนการใช้เงินกันดีกว่า
HOW TO BUDGET YOUR MONEY?
วางแผนการใช้เงินอย่างไรให้ลงตัว

ขึ้นชื่อว่าเงินก็ไม่เข้าใครออกใครแล้ว แถมยังแปรปรวนได้ตลอดเวลาอีกนะคะ ยิ่งเดี๋ยวนี้ค่าครองชีพก็สูงจนเกือบจะติดเพดาน ไหนจะค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน และยิ่งเจ็บช้ำมากที่สุดคือ (แม้จะมีคนบอกว่า พวกเราคิดกันไปเอง ราคาของขึ้นนิดเดียว!) เมื่อหันมามองเมนูตามร้านรวงทั้งหลาย ต่างก็แห่กันขึ้นราคากันแบบชนิดที่ว่าผู้บริโภคกะพริบตากันปริบๆ

แต่อย่ากังวลมากจนเกินไปนะคะ เพราะถ้าเราวางแผนดีๆ หนทางในการใช้เงินนั้นจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนค่ะ ฉบับนี้กุลสตรีจึงรวบรวมเรื่องราวเด็ดๆ เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ไม่ว่าจะเรื่องใช้จ่าย หรือวิธีการออมเงิน หวังว่าจะเป็นแนวทางดีๆ ให้ทุกคนได้ฝ่าวิกฤติทางการเงินไปได้นะคะ
เปรียบเทียบจุดอ่อนเรื่องการใช้เงินระหว่างผู้หญิง VS ผู้ชาย : ฝั่งชาย
สาวๆ เคยเจอหนุ่มๆ ตำหนิมาบ้างไหมคะ ว่าผู้หญิงเป็นเจ้าแม่แห่งการช็อปปิ้ง...ไม่ใช่แค่ผู้หญิงนะที่ช็อปเก่ง รับทราบไว้เลยค่ะว่า ผู้ชายเองก็ช็อปเยอะไม่แพ้กัน เพียงแต่เขามีจุดอ่อนในการช็อปไม่เหมือนกับผู้หญิงเท่านั้นเอง
เอ๊ะ! แล้วแบบนี้จุดอ่อนของแต่ละฝ่ายในเรื่องการเงินคืออะไรกันนะ

ผู้ชาย : อย่างแรกเราต้องรู้จักธรรมชาติของหนุ่มๆ ก่อนนะคะ เขาเป็นเพศที่ชอบใช้เหตุผล ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน มีกระบวนการคิดถึงผลลัพธ์ทุกอย่างล่วงหน้า กล้าได้กล้าเสีย ชอบการสังสรรค์ การเข้าสังคมกับเพื่อนฝูงความทันสมัยและเทคโนโลยี หนักแน่นในการตัดสินใจของตัวเอง แล้วแบบนี้หนุ่มๆ มีหลักการใช้เงินอย่างไรนะ?

หน้าใหญ่ ใจโต มือเติบ : เพราะคุณผู้ชายชื่นชอบการอยู่ร่วมกันของเพื่อนฝูง เงินของเขาบางส่วนจึงเทไปกับการสังสรรค์ค่ะ!! ลองสังเกตหนุ่มๆ ใกล้ตัวคุณดูสิ เขาออกไปปาร์ตี้ หรือเที่ยวกับเพื่อนๆ บ่อยมากแค่ไหน นี่แหละคือหนึ่งในเหตุผลของการเสียเงินของหนุ่มๆ...แอบกระซิบนะคะ ด้วยเพราะความหน้าใหญ่ ใจโต มือเติบของเขานี่เอง ที่ทำให้การเดตส่วนใหญ่ฝ่ายชายเลือกที่จะออกค่าใช้จ่ายให้สาวๆ อย่างเราเพื่อพิชิตใจ แต่จงรู้ไว้เลยว่า การใช้จ่ายลักษณะนี้จะส่งผลกระทบ ในระยะยาว กลายเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ดังนั้น ควรระวังไว้นิดหนึ่งก็ดีนะคะ

ชอบเสี่ยง กล้าลงทุน : ข้อนี้มีทั้งดีและเสียนะคะ ข้อดี คือ หนุ่มๆ ของเราไม่ปิดกั้นโอกาสในการลงทุน กล้าเสี่ยง ตัดสินใจรวดเร็ว ทำให้เขาได้มีโอกาสในแง่การลงทุนทำอะไรมากกว่าสาวๆ ที่ไม่ค่อยชอบเสี่ยง แต่บางครั้งเมื่อเขาชอบเสี่ยงหรือลงทุนมากเกินไป ก็อาจทำให้ขาดทุนก็ได้นะ!
การใช้จ่ายในสไตล์ผู้ชาย.....ใครว่าไม่เปลือง
ชื่นชอบเทคโนโลยีและตามเทรนด์ : ของไฮเทคดูจะเป็นสิ่งที่คู่กับคุณผู้ชายไปซะแล้ว มันก็ดีหรอกนะคะที่ตามโลก ทำให้เรารู้ว่าจะสามารถใช้งานอะไรได้จากเทคโนโลยีเหล่านี้บ้าง เผลอๆ สาวๆ อาจขอคำแนะนำเรื่องนี้ได้ด้วย แต่ในแง่ของการเงิน เขาก็อาจเสียเงินซื้อเทคโนโลยีมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะมือถือรุ่นใหม่ซึ่งเดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ใครเห็นก็อยากได้มาไว้ครอบครอง จนบางทีหนุ่มๆก็เผลอจ่ายเงินโดยไม่รู้ตัวกันทั้งนั้นแหละ

หนักแน่นในสิ่งที่ซื้อ : ข้อนี้มีดีตรงที่เขาจะไม่ตามกระแส หรือถูกโน้มน้าวทางการตลาด ไม่หลงใหลไปกับการเซลส์ลดราคา ทว่าจุดนี้กลับเป็นข้อเสียตรงที่เขาจะไม่สืบเลยว่ามีแบรนด์อื่นที่ราคาถูกกว่านี้ บางทีของเหมือนกันแต่ลดราคา แถมหนุ่มๆ เองไม่ค่อยชอบรอโปรโมชั่นต่างๆ แหม...ก็ผู้ชายเป็นประเภทนึกอยากซื้ออะไร ก็มีของในดวงใจเลย ไม่ค่อยไขว้เขว ถ้าลองได้มีแบรนด์สักแบรนด์ในดวงใจ เขาก็จะตามแบรนด์นั้นไปสุดขอบโลกเลยค่ะ

เจ้าพ่อกิจกรรม : ผู้ชายเล่นกีฬา ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ดูมีเสน่ห์นะคะ แต่รู้หรือเปล่าว่ากีฬาแต่ละประเภทที่หนุ่มๆ ชอบเล่น ชอบทำกัน เผลอๆ แพงกว่ารายจ่ายการช็อปของสาวๆ อีกนะคะ!! ยกตัวอย่างกีฬาง่ายๆ เช่น กอลฟ์ เจ็ตสกี ดำน้ำ จักรยานหรือแม้กระทั่งยิงปืน ขอบอกว่าข้าวของอุปกรณ์ทั้งหลายแพงกว่ากระเป๋า หรือรองเท้าคู่สวยของคุณผู้หญิงหลายเท่าตัวเลยนะ

จากทุกข้อที่กล่าวมา ขอให้รู้ไว้เลย หนุ่มๆ เขาไม่ชอบช็อปจริงๆ ค่ะ แต่เมื่อไหร่ที่เสียเงิน เขาจะเสียกันแบบก้อนใหญ่ก้อนเดียว บางครั้งก็ซื้อเพียงความอยากได้และความต้องการส่วนตัวเท่านั้นเอง
เปรียบเทียบจุดอ่อนเรื่องการใช้เงินระหว่างผู้หญิง VS ผู้ชาย : ฝั่งหญิง
ผู้หญิง : มาถึงผู้หญิงอย่างเรากันบ้างนะคะ สำหรับสาวๆ แล้วเรามีธรรมชาติอย่างไรบ้างนะ? ส่วนใหญ่เพศหญิงเราเป็นคนที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลค่ะ ชื่นชอบเรื่องราวของแฟชั่น ความสวยงาม ละเอียดรอบคอบ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ มีความอดทนอดกลั้นสูง เรามาดูกันดีกว่าว่าสาวๆ แตกต่างกับหนุ่มๆ ในเรื่องการใช้เงินอย่างไรกันบ้าง

ปิดโอกาสลงทุน : รู้ไหมคะ ผู้หญิงนั้นรอบคอบ ละเอียดอ่อน ย้ำคิดย้ำทำ แต่มันก็ทำให้การใช้เงินลงทุนอะไรสักอย่างส่งผลให้สาวๆ เกิดความกลัว ไม่กล้าลงทุนไม่กล้าเสี่ยงไปซะดื้อๆ เพราะเธอๆ ทั้งหลาย จะมองว่าไม่มั่นคง แบบนี้มีข้อดีตรงที่ทำให้คุณไม่เสี่ยง แต่ในทางตรงกันข้าม มันก็ปิดโอกาสคุณเหมือนนะ

เจ้าแห่งศาสตร์ลดราคา : อยากจะซื้ออะไรสักอย่าง สาวๆ ทุกคนเป็นแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า ต้องหยิบใบโบรชัวร์ขึ้นมาเสาะแสวงหาโปรโมชั่น ลดราคา ราคาเซลส์ของแถมมีไหม เอ๊ะ ร้านนั้นถูกกว่านะ อันนี้แพงไปต้องขอต่อราคา มันก็ดีนะคะทำให้เราได้ของราคาถูกอย่างแท้จริง แตกต่างจากฝ่ายชายที่คิดจะซื้อก็ซื้อเลย ไม่ค่อยศึกษาข้อมูล แต่ในทางกลับกันก็เป็นข้อเสียทำให้เราลังเล เผลอๆ ได้ซื้อของเพิ่มเกินความจำเป็นจากที่ตั้งใจตอนแรก แถมโดนการตลาดทางร้านเจาะแบบทะลุทะลวงเข้าเต็มเป้าซะอย่างนั้น

ค่อยๆ ซื้อทีละเล็กละน้อย : เราต่างจากหนุ่มๆ นะคะ ไม่ชอบทุ่มเงินก้อนเดียวความรู้สึกคือมันไม่คุ้มค่ะ! สาวๆ ทุกคนจึงไม่ซื้อรวดเดียว แต่จะค่อยๆ ซื้อ วันนี้เจอกระเป๋าที่ถูกใจ วันนี้เจอครีมลดราคา อ๊ะ! วันนู้นได้ชุดเดรสสุดเริดมาอีกหนึ่งตัว แต่รู้ตัวอีกที เงินหมด ขึ้นบัญชีตัวแดงไม่รู้ตัวซะได้ กรี๊ดดดด...
แด่คุณผู้หญิง... รู้เท่าทันใจของท่าน เพิ่มภูมิคุ้มกันโรคทรัพย์จาง
แฟชั่นสิ ของโปรด : หลายๆ คนอาจจะเถียงว่า สาวๆ บางคนก็ชอบเทคโนโลยีเหมือนกัน แต่ถ้าให้เทียบกับรองเท้าสุดสวย หรือเสื้อผ้าน่ารักๆ ตาของเราก็ต้องมองสิ่งที่เป็นแฟชั่นก่อนเทคโนโลยีอยู่ดี! ก็เราเป็นเพศที่เกิดมาพร้อมกับการสร้างสีสันสวยงามให้โลก ถ้าไม่สนใจเรื่องนี้ก็แย่ล่ะสิ ดังนั้นของที่เป็นแฟชั่นจึงเป็นตัวกินเงินมากที่สุดของสาวๆ พอๆ กับหนุ่มๆ ที่เสียเงินเพื่อเทคโนโลยีนั่นแหละค่ะ

รอบคอบสุดโต่ง : ต้องคุ้มค่า ต้องคุ้มทุน พวกเราไม่ค่อยซื้อเพียงเพราะสนองความต้องการแบบหนุ่มๆ นะ เราต้องการนอกเหนือจากนั้นอีกค่ะ! ได้เสื้อผ้าทั้งทีมันต้องคุ้ม ถ้าไม่ลดราคาก็ต้องมีของแถม งั้นขอเพิ่มเงินอีกนิดก็แล้วกัน วันไหนร้านนั้นเซลส์ ก็อดใจไม่ได้ที่ต้องไปซื้อ เผื่อมันไม่ลดราคาอีก เผื่อกักตุนสินค้าจะได้ไม่ต้องซื้อเวลาของที่บ้านหมด กับอีกสารพัดเหตุผล อยากจะบอกนะคะว่ามันก็ใช่ที่ต้องรอบคอบไว้ก่อน แต่ถ้ามันมากไป บางทีของที่ซื้อ กลับไม่ได้ใช้นี่สิคะ สรุปแล้วมันจะคุ้มกว่ากันจริงๆ เหรอ

แหม...ถ้าหนุ่มๆ คนไหนมาแอบอ่าน ก็ขอให้เข้าใจสาวๆ อย่างเราหน่อยนะคะว่าเรานั้นใจอ่อน หวั่นไหวง่ายกับความคุ้มค่า ชอบเสียเงินก้อนน้อยๆ แต่บ่อยครั้งที่สำคัญคือ ชอบความคุ้ม ยอมจ่ายมากถ้าได้สิ่งที่คุ้ม จนบางทีก็ลืมๆ ไปเหมือนกันว่าซื้อมามากเกินไปหรือเปล่า

ธรรมชาตินั้นสร้างชายหญิงให้ไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังคงใช้จ่ายไม่เหมือนกัน เพียงแต่พวกเรามีความชอบคนละแบบ คนละเรื่อง รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าทะเลาะหรือโทษว่าใครช็อปหรือใช้เงินมากกว่ากันเลยนะคะ ต่างฝ่ายต่างทำความเข้าใจกันดีกว่า จะได้ช่วยกันปรามๆ เรื่องการใช้เงินของอีกฝ่ายได้ยังไงล่ะคะต้องคุ้มค่า
รู้ไว้ใช่เสีย.....จัดกลยุทธ์เด็ดช่วยคุณออมเงินได้อยู่หมัด
กลยุทธ์เก็บเงินให้อยู่หมัด!!

หมดเรื่องเสียเงินไปแล้ว ทีนี้ก็รู้กันแล้วละว่าเราเสียเงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง ยิ่งเข้าสู่ช่วงกลางเดือนก็อดไม่ได้เหมือนกันที่ต้องบ่นเรื่องบัญชีติดตัวแดง แต่ไม่ต้องห่วงไปนะคะ วันนี้เรามีกลยุทธ์เด็ดที่จะช่วยให้คุณออมเงินได้อยู่หมัด มาดูกันเลยดีกว่าว่าพฤติกรรมไหนที่คุณทำอยู่แล้วควรเลิก และพฤติกรรมไหนที่คุณควรสร้างเพื่อที่จะมีเงินใช้ในอนาคตอย่างยั่งยืน

มีเป้าหมายที่ชัดเจนและกำหนดระยะเวลาในการออม :
ก่อนที่เราจะเริ่มออมเงิน เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดและต้องวัดผลได้ เราต้องวางแผนอนาคตว่าอีก 5 ปี, 10 ปี และ 15 ปีข้างหน้า เราจะทำอะไรจะเป็นอะไร ต้องการอะไร เพราะเป้าหมายคือสิ่งกำหนดกลยุทธ์และสิ่งที่เราจะทำในอนาคตได้เป็นอย่างดี เช่น ต้องการทำงานเก็บเงินซื้อบ้านภายใน 3 ปีหรือเก็บเงินไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานในอนาคต เป็นต้น ออมเงินอย่างสม่ำเสมอให้เป็นนิสัย เราต้องใช้เงินอย่างฉลาดและต้องออมเงินอย่างสม่ำเสมอให้เหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องทำทุกวัน แม้ว่าจะมีรายได้ไม่มากนักก็ตาม เพราะการสะสมเงินคราวละเล็กละน้อยก็สร้างเงินก้อนโตได้เหมือนกันนะคะ หรือเราสามารถออมเงินประมาณ 10% ของรายได้ทั้งหมด เช่น มีเงินเดือน 15,000 บาท เราต้องออม 1,500 บาท นั่นเอง
มีสติก่อนใช้ รับรองรายจ่ายลดลง
เปิดบัญชีเพื่อใช้ในการออมเงินโดยเฉพาะ :
การเก็บเงินออมไว้บัญชีเดียวกับเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็มีโอกาสที่เราจะใช้จ่ายบานปลายมากขึ้นนะคะ รวมทั้งทำให้เราติดตามความคืบหน้าของจำนวนเงินออมของเราได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้นควรเก็บเงินออมไว้ในบัญชีแยกต่างหาก และควรเป็นบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูง เช่น ฝากประจำหรือฝากประจำรายเดือน ที่บังคับให้เราต้องใส่เงินเข้าไปในบัญชีเงินออมทุกเดือน จดบัญชีรายรับรายจ่าย พฤติกรรมสุดเบสิกที่ทุกๆ คนควรกระทำหากคิดจะออมเงินอย่างจริงจัง นึกย้อนไปสมัยประถมสิคะที่คุณครูให้เราทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หักลบได้มาเท่าไหร่ จ่ายไปเท่าไหร่ ซึ่งมันอาจน่าเบื่อในระยะแรก แต่มันจะส่งผลดีระยะหลังกับคุณแน่นอน เพราะจะช่วยบอกให้ทราบว่าคุณใช้เงินไปเท่าไหร่ มีเหลืออยู่เท่าไหร่ เป็นการทวนรายจ่ายของคุณให้เห็นเป็นรูปร่างมากขึ้น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดจ่าย เมื่อไหร่ที่เงินเหลือ ลองทำดูนะคะ ไม่ยาก และหลังจากที่คุณเห็นตัวเลขครั้งแรกในบัญชี คุณอาจเกิดแรงบันดาลใจ และค่อยๆ ลดค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติก็ได้นะคะ

เลิกนิสัยรูดปรื๊ดๆ :
ไม่เถียงหรอกค่ะ ว่าบัตรเครดิตช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกสบาย อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องพกเงินก้อนและสุ่มเสี่ยงกับการโดนปล้นตลอดเวลา แต่รู้ไหมคะ ในขณะเดียวกันเจ้าบัตรแสนสะดวกนี่มักจะกลับมาสร้างความหายนะให้คุณทุกๆ สิ้นเดือน ถ้าใช้จ่ายกับของบางสิ่งที่จำเป็น ก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่บังเอิญเป็นของที่ไม่มีประโยชน์นี่สิ คลาดสายตาครู่เดียว เผลอรูดอีกแล้ว!! เทคนิคง่ายๆ ให้คุณเลิกพกบัตรเครดิต หรือพกบัตรให้น้อยที่สุด เอาแค่สองใบในกระเป๋าก็พอ แต่ที่สำคัญคือการหักห้ามใจต่อสิ่งของที่มาล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้าก็น่าจะเป็นวิธีช่วยนิสัยนี้ได้ดีที่สุด
หนีช็อป หลบเซลส์ ได้เงิน (เก็บ) เพิ่ม!!!!
ช็อปเท่าที่จำเป็น :
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่าตีก้นของสาวๆ เพราะเราเป็นเพศที่รอบคอบมากเกินไปถึงได้ซื้อของเผื่ออนาคตก่อนตลอด รู้ตัวอีกที คุณก็ใช้เงินช็อปจนบัญชีติดตัวแดงซะแล้ว โอ๋ๆ ไม่ต้องร้องไห้ไปค่ะ เรามาปรับเปลี่ยนกันง่ายๆ ด้วยการซื้อเท่าที่จำเป็นดีกว่า แต่ห้ามขี้โกงหาข้ออ้างมาเข้าข้างว่าสิ่งนี้จำเป็นนะคะ อาจทำได้ยากในตอนแรกๆ ซึ่งคุณอาจต้องขอความร่วมมือจากคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งคนรู้ใจ ว่าเมื่อเราจะซื้ออะไรก็ช่วยเบรกความอยากได้ของคุณให้หน่อย สิ่งนี้จำเป็นไหม ซื้อไปแล้วจะเอาไปทำอะไร มีของแบบนี้อยู่ที่บ้านหรือเปล่า อาจต้องทะเลาะหน้างอกับคนที่ห้ามไปบ้าง แต่เมื่อสาวๆ คุ้นชินแล้ว แม้ไม่มีคนอื่นมาห้าม คุณก็จะสามารถเบรกตัวเองได้ เท่านี้เงินในกระเป๋าก็ไม่รั่วไหลเกินความจำเป็นแล้วล่ะค่ะ

ระวังป้ายเซลส์และการตลาด :
ป้ายแดงเขียนลดราคาตัวโตๆ เจ้าพวกนี้แหละคือ ศัตรูอันแสนร้ายกาจของสาวๆ แม้บางคนก็อุตส่าห์ห้ามใจได้แล้วนะว่าฉันจะซื้อเท่าที่จำเป็น แต่พอเจอพนักงานปากหวานหว่านล้อมเข้าไปเท่านั้นว่า ซื้อเพิ่มเพื่อให้ได้ของแถม ให้ได้เปอร์เซ็นต์ลดราคา กลับมาบ้านก็แอบงงๆ ว่าเราจะซื้อมาเพิ่มทำไม ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย เผลอๆสิ่งที่ได้ ก็มีแค่ความสุขใจชั่วคราว บางคนแย่หน่อยตรงที่เงินก็ไม่ค่อยมี แต่พอเจอป้ายลดราคาเข้าหน่อย ก็วิ่งเข้าไปซื้อจนเงินหมดซะงั้น! การตลาดทุกวันนี้ฉลาดค่ะ เราเป็นผู้หญิงยุคใหม่ต้องตามให้ทัน เราลองหลับหูหลับตา ก้าวเท้าเร็วๆ เดินผ่านดีกว่ามาโอดครวญทีหลังว่าเงินไม่พอนะคะ

อ่านแล้วคงพอจะเป็นแนวทางให้ทุกๆ คนที่คิดจะออมเงินได้นะคะ ที่สำคัญที่สุดเรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจและการมีระเบียบวินัย หากคุณไม่หักห้ามใจ ต่อให้ใช้วิธีร้อยแปดพันเก้าก็ไม่อาจช่วยให้คุณบริหารเงินอย่างถูกวิธี มาออมเงินเพื่อที่เงินออมในวันนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยเราในอนาคตกันดีกว่าค่ะ
จะมีอะไรบ้างนะที่ทำให้สาวๆ อย่างเรา ยอมควักกระเป๋าเพื่อซื้อมัน
1. เครื่องสำอาง ว่ากันว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง สุภาษิตนี้ยังใช้ได้เสมอนะคะ ด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้สาวๆ อย่างเราต้องขวนขวายหาเจ้าเครื่องสำอางมาใช้กันทุกวันนี้เราเป็นผู้หญิงสวยและฉลาดจะให้เราใช้ของถูกๆ ไม่มีเคาน์เตอร์แบรนด์ มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ! แต่อย่างว่าล่ะนะ ยิ่งของดี ก็ยิ่งแพง จะให้ทำยังไงได้ล่ะจริงไหม

2. เสื้อผ้า อย่างที่บอกล่ะค่ะ ใครจะอยากเป็นยายเพิ้งออกจากบ้านกันล่ะ? แถมเทรนด์แฟชั่นก็เปลี่ยนแปลงกันได้ตามกาลเวลาไหนจะเรื่องรูปร่างที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เราก็ต้องการเสื้อผ้าใหม่มาใส่สิ แถมบางทีการใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ ก็มีแต่คนครหาว่าไม่มีเสื้อผ้าตัวอื่นใส่แล้วหรืออย่างไร

3. เครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องสำอางก็พร้อมแล้ว จะไม่มีพร็อบประกอบก็กระไรอยู่ โดยเฉพาะกับเครื่องประดับสวยๆ นี่ยิ่งขาดไม่ได้เลยก็ของมันต้องตาโดนใจขนาดนั้น เป็นใครก็ยอมจ่ายเหมือนกันล่ะ

4. รองเท้า ว่ากันว่าผู้หญิงหนึ่งคนจะมีรองเท้าไม่ต่ำกว่าสี่คู่ ก็แน่สิคะ เพราะเราเป็นเพศที่พิถีพิถันจะให้ตกม้าตายเพียงเพราะรองเท้าไม่เข้ากับเสื้อผ้าหน้าผมที่ทำมาได้อย่างไรกัน รองเท้าก็พอๆ กับเสื้อผ้านั่นแหละค่ะ เปลี่ยนกันไปทุกฤดู ทุกเทรนด์

5. ผลิตภัณฑ์บำรุงตัวเอง ไม่ใช่แค่พวกวิตามิน หรืออาหารเสริมหรอกนะคะ แต่มันยังรวมไปถึงสารพัดครีมทาผิว ทาหน้า ครีมกันแดด ทาเท้า ก็เพราะเรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องที่ละเลยได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ถ้าไม่ดูแลตัวเอง ซื้อครีมบำรุงซะบ้างก็แย่สิคะ

6. ของกระจุกกระจิก ผู้หญิงทุกคนต่อให้ห้าวมากแค่ไหน คุณก็ต้องชอบของน่ารักๆ กันทั้งนั้น อย่าปฏิเสธเลย ถ้าไม่เชื่อ ลองก้มมองเคสมือถือ สิ่งของเครื่องใช้ แม้กระทั่งเครื่องเขียนส่วนตัวดูสิคะ ถึงประโยชน์จะมีไม่มากเท่าห้าอันดับที่พูดถึงไป แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจพอตัวเชียวล่ะ
ออมเงินตอนนี้เพื่อชีวิตหลังเกษียณแสนสบาย...
ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่สุขสบายตอนบั้นปลายชีวิต ของแบบนี้จะรอให้ลูกหลานมาคอยเลี้ยงดูก็กระไรอยู่ แล้วไหนจะเผื่อฉุกเฉินมีค่าใช้จ่ายอีก ตอนมีงานทำก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่หลังจากนั้นล่ะ?

ออมเงินหลังเกษียณคืออะไร?
การออมเงินหลังเกษียณ ไม่ต่างอะไรกับการเก็บออมไว้ใช้ปกติค่ะ เพียงแต่เงินก้อนนี้เท่านั้นที่เราตั้งปณิธานจะใช้เฉพาะเวลาที่เลิกทำงานแล้วจนกว่าเราจะสิ้นอายุขัย

ทำไมต้องออมล่ะ?
คงไม่มีใครอยากลำบากตอนแก่ การออมเงินหลังเกษียณถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีค่ะ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เผื่อไว้ดีกว่าแก้ค่ะ วันไหนอยากไปเที่ยวย้อนวัยรำลึกความหลังก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องง้อลูกหลานด้วย

แล้วต้องออมเงินอย่างไร?
ว่ากันว่าการออมเงินหลังเกษียณ ยิ่งทำตั้งแต่ช่วงอายุยังวัยรุ่นนั้น ต้นทุนการออมจะยิ่งน้อยลงค่ะ ส่วนการออมทำอย่างไรนั้น เราต้องดูจากเงินที่น่าจะใช้จ่ายตอนแก่เฒ่าเป็นหลักเสียก่อน จากนั้นก็เริ่มเก็บออมอาจเป็นการลงทุนฝากธนาคารอะไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนค่ะ

รวมแหล่งเงินก้อนหลังเกษียณ :
รู้หรือเปล่าว่านอกเหนือจากเงินออมแล้ว เราสามารถหาเงินใช้ได้ แม้เลิกทำงานแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินกับธนาคาร การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ประกันสังคมกรณีชราภาพ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บำเหน็จบำนาญ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่โดยรวมคือการสะสมทรัพย์ในระยะยาว
(0)
กุลสตรี
RELATED TOPICS
327 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
475 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
474 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ