GM's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

จัดอันดับ 10 สุดยอดรถในฝันที่หลายๆคนหลงไหล

จัดอันดับ 10 สุดยอดรถในฝันที่หลายๆคนหลงไหล
สตีฟ แมคควีน หนึ่งในผู้ที่รักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจเคยบอกว่าการขับปอร์เช่คือสุดยอดของประสบการณ์ ราล์ฟ ลอเรน นักสะสมรถยนต์ที่มีเฟอร์รารี่ไว้ในครอบครองมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะสีแดงของเฟอร์รารี่ทำให้เขาห้ามใจไว้ไม่ได้ เจย์ เลโน มีแมคลาเรนเป็นรถยนต์ในฝัน เพราะมันให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถสูตรหนึ่งมากที่สุด ปารีส ฮิลตัน รถในฝันของเธอคือเบนท์ลีย์สีชมพูช็อคกิ้งพิ้งค์ที่สั่งทำพิเศษ ส่วนมิสเตอร์บีน...ไม่ต้องบอก ก็คงพอรู้ว่าเขาชอบมินิมากแค่ไหน
ดูเหมือนทุกคนล้วนมีรถยนต์ในฝันด้วยกันทั้งนั้น
มันไม่ได้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การนับถือศาสนา หรือรถคันนั้นประดับเพชรตรงดุมล้อ แต่มันเป็นเรื่องรสนิยม อารมณ์ ความรู้สึกโดยแท้ (อย่าลืมว่าเราซื้อรถยนต์ด้วยอารมณ์มากกว่าฟังก์ชันของมันเสมอ) และเนื่องด้วยว่ารถในฝันของแต่ละคนอาจมีหลายระดับแตกต่างกันตามงบประมาณในกระเป๋า GM จัดอันดับ 10 สุดยอดรถยนต์ในฝันที่ผู้ชายต้องการเป็นเจ้าของมากที่สุดในโลก แบ่งตามราคา มาดูสิว่าตั้งแต่รุ่นเล็กๆ แบบไม่เกิน 5 ล้านไปจนถึงรุ่นใหญ่ที่มีงบประมาณไม่จำกัดนั้นมีคันไหนตรงกับใจคุณบ้าง
ลำดับที่ 1. MINI Countryman คันเล็กแต่ล้มยักษ์
ไม่เกิน 5,000,000 บาท เห็นคันเล็กแบบนี้ แต่นี่คือแจ๊คผู้ล้มยักษ์ BMW ต่อยอดความสำเร็จของ MINI Cooper พาหนะของเออร์แบนนิสตา ด้วย MINI Countryman รุ่นน้องแต่กล้ามโตกว่าพี่ ลงมาประลองสนามด้วยเครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบแบบ Twin-scroll อันทันสมัยที่คว้ารางวัล International Engine of the Year Award มาแล้ว ให้แรงม้า 184 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อผ่านระบบเร่งแซงด้วยฟังก์ชัน Overboost เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Steptronic สเปคที่คันทรีแมนทำได้ ต้องบอกว่าดีกว่าซูเปอร์คาร์ไส้กลวงหลายคัน 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 8.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 209 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยิ่งรุ่นพิเศษที่ส่งลง WRC แรลลี่โลกนั้นยิ่งดุดันน่าเกรงขาม แถมยังลุยได้ทุกสภาพแลกกับซูเปอร์คาร์คันจิ๋วที่ไม่เคยยอมให้ใครขึ้นหน้าได้นาน ราคา 3,290,000 บาท
The Secret Number เลข 3 ตัวในรหัสรุ่นของเฟอร์รารี่ย่อมาจากจำนวนกระบอกสูบและความจุของเครื่องยนต์ เช่น 348 คือ เครื่องยนต์ 3.4 ลิตร V8 สูบ 512 คือเครื่องยนต์ 5 ลิตร วี12 สูบ
2. LOTUS Exige Cup 260
ชื่อเสียงของ Lotus มาพร้อมเทคโนโลยีช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่เกาะถนนหนึบหนับ Lotus Exige Cup 260 นั้นไม่ใช้โปรดัชั่นคาร์ที่นำไปเสริมโรลบาร์ โมดิฟายเครื่อง แต่มันถูกสร้างมาเป็นรถแข่งที่ใช้วิ่งบนถนนจริงได้ ตามสเปค GT3 ของ FIA เรียกว่าฟอร์มูล่า วัน ดิบเถื่อนอย่างไร ภายในห้องโดยสารของ Exige Cup 260 ก็ประมาณนั้นเลยครับ เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง วางกลางลำพร้อมซูเปอร์ชาร์จ Eaton M62 กำลังสูงสุด 260 แรงม้า แต่มีน้ำหนักทั้งคันเพียง 890 กิโลกรัม สร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.1 วินาทีเท่านั้น กับราคา 5.9 ล้านบาท ซูเปอร์คาร์คันนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากนอกจากความสะใจที่ได้อยู่ในค็อกพิทมัน ราคา 5,900,000 บาท
380 คือจำนวนรอบทั้งหมดที่ Audi R10 TDI ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลทำสถิติวิ่งได้ครบภายใน 24 ชั่วโมงของการแข่งขัน เลอมังส์ คิดเป็นระยะทาง 5,187 กิโลเมตร
3. MERCEDES-BENZ SLK 350
ไม่เกิน 10,000,000 บาท ดาวไม่ได้เป็นของสูงเกินเอื้อม หากคุณมีเงินมากพอ ดาวสามแฉกดวงนี้ก็เช่นกัน มันไม่ใช่แค่ส่องประกาย แต่มันมีดีมากกว่านั้นด้วยการออกแบบ MB ได้จัดการปั้นดาวดวงเก่า ให้กลับมาเฉิดฉายใหม่อีกครั้ง SLK Blue EFFICIENCY ใหม่ของปี 2011 กับเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร มองความแรงทะลุไปถึง 306 แรงม้าเป็นของกำนัลอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 5.6 วินาที ความเร็วสูงสุด (ถูกจำกัดไว้) ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กินน้ำมันเพียง 7.1 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร หลังคา Vario แบบพานอรามานั่นเท่สุดๆ ที่จะพับเป็นเปิดประทุน หรือปิดครอบเมื่อขับขี่ความเร็วสูงได้ ภายในตกแต่งหรูตามสไตล์เบนซ์ เบาะหนังชั้นดี แผงคอนโซลไม้วอลนัท พร้อมระบบความปลอดภัยสารพัด อาทิ ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า Attention Assist ป้องกันผู้ขับหลับ เป็นดาวที่ไม่ไกลเกินเอื้อมหากคุณมีเงินสักนิดหน่อย ราคา 7,300,000 บาท
4. BMW M6
ไม่เกิน 15,000,000 บาท ตำนานเครื่องหมาย M ที่ติดท้ายรถ BMW บางคัน บ่งบอกถึงสถานภาพและชนชั้นของพวกมันว่า นี่ไม่ใช่ของธรรมดา เพราะมันคือผลผลิตจาก BMW M-Division แผนกสร้างรถแรงและรถแข่งของ BMW และหนึ่งในรหัส M ที่คนกล่าวถึงกันมากที่สุดคือ BMW M6 พวกเขาเปลี่ยนรถสปอร์ตสุดหรูเป็นรถยนต์สุดดุให้สมกับที่มาจากแคว้นบาวาเรีย โดยการเสริมเขี้ยวเล็บให้จัดจ้านขึ้นไปอีก M6 เวอร์ชั่นปี 2012 ใช้ขุมกำลังจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4.4 ลิตร V8 ให้แรงม้า 150 แรงม้าต่อ 1 ล้อ ทั้งหมดประกอบด้วยมือ และถูกทดสอบการใช้งานแบบในแล็บที่จำลองแทร็กสนามแข่งขันทั้งการกระแทกคันเร่ง เบรก และชิฟต์เกียร์ เรียกว่ารันอินมาแบบพร้อมใช้ ช่วงล่างปรับปรุงพิเศษและแอโรได้นามิกที่ถึงรถให้ติดพื้นถนน สำหรับการเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรใน 4.2 วินาที BMW M6 มีทั้งรุ่นคูเป้และเปิดประทุน และการจ่ายสำหรับนักรบบาวาเรีย ก็ต้องบอกว่าไม่มีคำว่าถูก ราคา 12,000,000 ล้านบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริม 8 เรื่องคือจำนวนภาคต่อของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ 007 ที่ใช้ Aston Martin เป็นพาหนะประจำกาย และ Aston Martin DBS เป็นรุ่นที่ใช้ติดต่อกันถึง 5 ภาค
ลำดับที่ 5. NISSAN GT-R เพราะแรงบันดาลใจมาจากกันดั้ม
ซูเปอร์คาร์คันล่าสุดจากตระกูลนิสสันที่สุดของนิยามคำว่าแรง รูปทรงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอะนิเมะเรื่องกันดั้ม ทำให้มันคล้ายหุ่นยนต์รบดูสวยแปลกไม่ซ้ำใคร เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo ขนาด 3.8 ลิตร 530 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์เซมิออโตดูอัลคลัตช์ และระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.8 วินาที จากการทดสอบในสนามแข่งขันมันชนะทุกสถิติของ Porsche 911, Ferrari 430 หรือแม้แต่ Lamborghini Gallardo ด้วยแอโรไดนามิกของ GTR ถือว่ามหัศจรรย์ เพราะทำให้รถเครื่องไม่ใหญ่วิ่งแซงรถเครื่องโตๆ ได้แบบไม่ยากเย็น สามารถวิ่งผ่านความเร็ว 300 กิโลกเมตรต่อชั่วโมงได้สบายๆ ราคา 10-15 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริม)
ลำดับที่ 6. AUDI R8 Spider...ซูเปอร์คาร์คาดเข็มขัด
ถึงจะเป็นน้องใหม่ในวงการซูเปอร์คาร์จากเยอรมัน ทว่าชื่อ R8 ก็ติดหูผู้คนอย่างรวดเร็วด้วยรูปทรงที่แปลกสะดุดตา ตั้งแต่แถบคาดสีดำด้านข้าง ‘Side Blade’ จนบางคนเรียกว่าซูเปอร์คาร์คาดเข็มขัด กับกระจังหน้าแบบคางหมูคว่ำ ‘Goatee’ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi
ตัวถังแบบสเปซเฟรมผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งคัน ห้องโดยสารสุดหรูที่มีทั้งเบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้า จอมัลติฟังก์ชัน ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ฯลฯ และยังมาพร้อมเครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร 525 แรงม้า แรงบิด 530 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full Time Quattro จับคู่กับเกียร์ R Tronic สไตล์เดียวกับรถแข่ง F1 แต่ใช้โช้กอัพที่ใช้น้ำมันผสมโมเลกุลแม่เหล็ก เพื่อควบคุมการทรงตัวของรถได้จากระบบคอมพิวเตอร์ เพราะผู้ออกแบบต้องการให้รถคันนี้ขับง่าย ขับกันได้ทุกคน สมรรถนะ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.1 วินาที อัตราเร่งสูงสุด 313 นิวตัน-เมตร ล่าสุดรุ่นสไปเดอร์ได้เพิ่มหลังคาด้านบนเปิดและปิดภายใน 19 วินาที มีโรลโอเวอร์ป้องกันการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ในกรณีรถพลิกคว่ำ ทำให้ราคาของมันขยับขึ้นมาอีกนิดหน่อย ราคา 15,000,000 บาท
1,000,000 ยูโร คือราคา Lamborghini Reverton รุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบสุดไฮเทค F-22 Raptor
7. PORSCHE PANAMERA TURBO S
ไม่เกิน 30,000,000 บาทเทรนด์ผู้บริหารรุ่นใหม่ เดี๋ยวนี้คือขับรถเอง แต่ขอเป็นรถระดับซูเปอร์คาร์ที่ได้ทั้งความหรูหราแต่ยังคงความแรงและดุดันอยู่ ดูเหมือนไม่มีรถยนต์คันไหนจะสนองความต้องการนี้ได้ดีเท่า ปอร์เช่ พานาเมรา เทอร์โบ เอส ซูเปอร์คาร์ ซาลูน 4 ประตู วางเครื่องยนต์ 4,800 ซีซี V8 เทอร์โบคู่ และให้แรงม้ามาเต็มห้องเครื่องถึง 550 แรงม้า แรงบิตมหาศาล 800 นิวตัน-เมตร 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ประหยัดน้ำมันเพียง 11.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เมื่อใช้งานปกติ นอกจากความแรง Panamera Turbo S ยังได้รับการติดตั้งระบบควบคุมการขับขี่สารพัดชนิดเพื่อสร้างความแรงแบบนุ่มๆ เหมือนคุณนั่งจิบแชมเปญทั้งระบบ PTV Plus ที่ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังแบบแปรผันระบบ Servotronic จะควบคุมการตอบสนองของพวงมาลัยระบบ Sport Chrono Package Turbo จะทำการปรับช่วงล่างและส่งถ่ายกำลังอย่างหมดจด คุณจึงสามารถสนุกกับการขับขี่ได้เอง หรือจะเขยิบไปนั่งเบาะหลังแล้วยกหน้าที่ให้คนขับรถของคุณดูแลมันแทนก็ยังพอได้ ราคา 22,000,000 บาท 901 เป็นรหัสเดิมของ Porsche 911 ที่ตั้งใจไว้ตอนแรก แต่ถูกเปอโยต์ประท้วงเนื่องจากมีรถที่มีเลข 0 อยู่ตรงกลางเช่นกัน ปอร์เช่จึงต้องเพิ่มเลข 1 เข้าไปอีกหนึ่งตัว
8. FERRARI 458 Italia
นี่เป็นชื่อที่ผู้หลงใหลรถยนต์ทุกคนต้องรู้จักและอยากลองขับมันสักครั้ง ยิ่งหากคุณเป็นแฟนซูเปอร์คาร์แต่ยังไม่เคยขับเฟอร์รารี่ ก็ต้องบอกว่าคุณยังไปไม่ถึงฝัน และหากจะไปให้ถึงสุดยอดของปลายฝันก็ต้องคันนี้ เพราะนี่คือผลผลิตของเทคโนโลยีระดับแชมป์รถยนต์สูตรหนึ่ง 458 Italia คือสุดยอดแห่งศาสตร์ทุกด้านเครื่องยนต์ V8 ไดเร็กอินเจ๊กชั่น ไม่มีระบบอัดอากาศความจุ 4.5 ลิตร แต่รีดแรงม้าได้ถึง 570 แรงม้า น้ำหนักทั้งคันที่มีแต่วัสดุเบาพิเศษถูกรีดให้เหลือเพียง 1,380 กิโลกรัม และภายในแทบจะยกค็อกพิทของรถ F1 เข้ามาใส่ไว้เลยก็ว่าได้ ทั้งพวกมาลัยสารพัดฟังก์ชัน ปรับจูงช่วงล่างได้จากปลายนิ้ว วัดรอบสีเหลืองอ๋อยก็กระตุ้นอะดรีนาลินให้พลุ่งพล่าน มันมาพร้อมเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ แบบ Dual Clutch ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแน่นอนมันทำราคาได้ไม่น้อยหน้าสมรรถนะเช่นกัน ราคา 25,500,000 บาท
370 Km/Hr. คือความเร็วสูงสุดในโลกของรถซีดาน 4 ประตู Brabus EV12 Black Baron ที่ใช้รถ E-Class W212 มาโมดิฟายจนได้แรงม้ากว่า 800 ตัว
9. Gallardo LP570-4 Spyder Performante Lamborghini
คู่ปรับตลอดกาลของเฟอร์รารี่ คงมีแต่เจ้ากระทิงดุ สัญชาติเดียวกันเท่านั้น Spyder Performante พัฒนาต่อมาจาก LP570-4 นอกจากเป็นซูเปอร์ คาร์เปิดประทุนสีแสบแล้ว มันยังใช้เทคโนโลยีขึ้นรูป ตัวถังแบบใหม่ โดยใช้วัสดุที่เรียกว่า Carbon Fiber Reinforced Plastic (CFRP) เพื่อลดน้ำหนักตัวรถลง แต่แข็งแรงมากขึ้น เพื่อรองรับกับความแรงของ
เครื่องยนต์ V10 ทวินแคม 40 วาล์ว 5,200 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 570 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลา ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดาแบบคลัตช์ ไฟฟ้า อัตราเร่งใช้เวลา 3.9 วินาที สำหรับ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 324 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ทั้งสเปคและราคา ก็ถือว่ากินกันไม่ลงกับ เฟอร์รารี่จริงๆ ราคา 26,000,000 บาท
ท 1,000 คือจำนวนจำกัดของ Mini Inspired by Goodwood ที่ได้รับการตกแต่งโดย โรลส์-รอยซ์ ที่เน้นความหรูหราพิเศษ ในทุกจุด พร้อมระบบเสียงจาก Harman Kardon
ลำดับที่ 10 One-77 Aston MArtin พาหนะคู่กายสายลับ 007
มากกว่า 100,000,000 บาท
อย่าลืมว่านี่เป็นการพูดถึงรถยนต์ในฝันฉะนั้นอย่าเพิ่งตกใจกับราคาของสุดยอดซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษคันนี้

Aston Martin One-77 ได้รับคำชมว่าเป็นรถที่สวยและแพงที่สุดในโลก นี่คือซูเปอร์คาร์ที่ทำด้วยมือทั้งคัน มันมาพร้อมกับศักดิ์ศรีของพาหนะคู่กายของสายลับ 007

Aston Martin ตั้งใจจะผลิตออกมาเพียง 77 คันเท่านั้น ด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต เอาแค่เฉพาะงานสีตัวถังก็ต้องใช้เวลาถึงกว่า 60 ชั่วโมงในการพ่น ตัวถังขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมและเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ชนิดพิเศษวางเครื่องยนต์ V12 ความจุ 7.3 ลิตร พร้อมกับแรงม้า 700 แรงม้าที่จะอยู่กับมันจนสิ้นอายุการใช้งาน ทำความเร็วสูงสุดได้ 354 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.5 วินาที ที่พิเศษกว่านั้นคือซูเปอร์คาร์อื่นๆ คือ ความหรูแบบอังกฤษ ตั้งแต่หนังที่ใช้ตกแต่งเบาะ แผงประตู และคอนโซล ปุ่มควบคุมระบบต่างๆ ซึ่งสามารถย้อนกลับไปหาแหล่งต้นตอของการผลิตได้หมดทุกขั้นตอนภายในตัวรถตกแต่งด้วยอะลูมินัมอัลลอยให้ความรู้สึกยิ่งกว่าเทพเจ้าซูสแห่งมหาวิหารพาเธนอนก็ไม่ปาน ราคา 250,000,000 บาท
(0)
GM
RELATED TOPICS
156 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
175 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ