Real Parenting's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

การเลี้ยงลูกโดยรักไม่เท่ากัน คือ การปูพื้นไปสู่ความยุ่งยากภายในครอบครัววันข้างหน้า

การเลี้ยงลูกโดยรักไม่เท่ากัน คือ การปูพื้นไปสู่ความยุ่งยากภายในครอบครัววันข้างหน้า
คุณพ่อลมโชย : ช่วงนี้มีคำพูดเข้าหูผมบ่อยๆ ประมาณว่า ดูสนิทกับลูกสาวจัง ระวังลูกชายน้อยใจนะ ทำให้กลับมาคิดว่าจริงหรือเปล่า ที่เป็นอย่างนี้เพราะลูกแต่ละคนต่างกัน หรือเพราะผมรักลูกไม่เท่ากันจริงๆ

อ.วรากรณ์ : ปกติพี่น้องท้องเดียวกันถือว่าพันธุกรรมใกล้เคียงกันและเติบโตขึ้นในบ้านเดียวกันก็ถือว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน น่าจะมีนิสัยใจคอคล้ายกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นสองแรงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและนิสัยใจคอของคนคนหนึ่งมาก

แม้พันธุกรรมจะเหมือนกัน แต่ยีนทุกตัวอาจทำงานไม่ได้เต็มที่เหมือนกัน(เรื่องนี้เป็นประเด็นทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน)ส่วนสิ่งแวดล้อมที่ว่าเหมือนกันนั้นอาจถกเถียงได้ว่าไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด

ลองจินตนาการดูว่า หากคนหนึ่งได้รับ “การโอ๋” จากพ่อแม่และครอบครัวอย่างสุดๆส่วนอีกคนไม่เป็นที่รักของใครเลย(ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของอะไรก็แล้วแต่)ถูกตำหนิดุด่าทุกวันว่าไม่ฉลาด ขี้เกียจ ไม่เก่ง ลูกทั้งสองจะประสบสิ่งแวดล้อมทางครอบครัวเหมือนกันหรือไม่

เด็กที่ได้รับการยอมรับและถูกตามใจอย่างมากย่อมเห็นและเข้าใจโลกแตกต่างไปจากเด็กที่ไม่มีใครรักและต้องการ ถึงแม้จะอยู่ในบ้านเดียวกันก็ตาม

พ่อแม่มีหน้าที่โดยชอบธรรมที่จะต้องรักใคร่ดูแลลูกอย่างเสมอหน้ากัน เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความรักเท่าเทียมกันจากพ่อและแม่ ความไม่เท่าเทียมกันในการให้สิ่งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมจะนำไปสู่ปัญหาในครอบครัวในวันข้างหน้าได้

ลูกบางคนอาจมีนิสัยที่พึงประสงค์เพราะรู้จักหน้าที่ รู้จักความรับผิดชอบไม่ว่าในเรื่องการดำรงชีวิตและการใช้เงิน แต่บางคนอาจไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย ซึ่งทั้งหมดมีรากมาจากสิ่งแวดล้อมที่พ่อแม่สร้างให้อย่างไม่เสมอหน้ากันนั่นเอง
ผมมีเพื่อนที่รักพ่อมาก เมื่อพ่อเสียไปแล้วก็เข้ากับแม่ไม่ได้จนไม่มีความสุขในครอบครัว
อ.วรากรณ์ : เรื่องจริงที่มักเกิดขึ้นก็คือ พ่อรักลูกสาวคนเล็กมากกว่าคนอื่นๆส่วนแม่ก็รักลูกชายคนโตอย่างเอียงกระเท่เร่หรือทั้งพ่อและแม่รักลูกคนเล็กเป็นพิเศษ

ผมจึงขอย้ำว่า ทั้งพ่อและแม่ต้องรักลูกทุกคนเท่ากัน ไม่ใช่ว่าพ่อรักลูกคนหนึ่งเป็นพิเศษส่วนแม่ก็รักลูกอีกคนหนึ่งเป็นพิเศษ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความรักเท่าเทียมกันจากพ่อและแม่

ความเอนเอียงของพ่อแม่ตั้งแต่ลูกยังเล็กโดยแท้จริงแล้วคือการหว่านเพาะกล้าของว่านยาพิษในครอบครัว พ่อแม่บางคนอาจยืนยันว่ารักลูกเท่ากันเสมอ แต่สิ่งสำคัญนั้นไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่คิด แต่เป็นการกระทำของพ่อแม่และสิ่งที่ลูกคิด

ถึงแม้โดยแท้จริงแล้วพ่อแม่จะรักลูกเท่ากันทุกคน แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากลูกคิดว่าพ่อแม่ไม่รักลูกเท่ากันแล้ว ปัญหาในอนาคตจะเกิดขึ้น

ปรากฏการณ์ “ลูกพ่อ-ลูกแม่” สร้างปัญหาได้มาก หากพ่อหรือแม่เสียชีวิตไปแต่ลูกยังเยาว์วัย เมื่อพ่อหรือแม่เสียไป “ลูกพ่อ” “ลูกแม่” เหล่านี้ก็จะรู้สึกว้าเหว่ ถูกทอดทิ้งให้อยู่กับบุพการีที่รักลูกคนอื่นมากกว่า

สถานการณ์เช่นนี้คงไม่เป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการบ่มเพาะสมาชิกสังคมให้มีจิตใจและความประพฤติน่าพึงปรารถนาเป็นแน่

“ความเอนเอียงของพ่อแม่ตั้งแต่ลูกยังเล็ก โดยแท้จริงแล้วคือการหว่านเพาะต้นกล้าของว่านยาพิษในครอบครัว แม้พ่อแม่อาจยืนยันว่ารักลูกเท่ากันเสมอ แต่สิ่งสำคัญนั้นไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่คิด แต่เป็นการกระทำของพ่อแม่และสิ่งที่ลูกคิด”
ในบ้านที่มีลูก 3 คนขึ้นไป มักมีอยู่คนหนึ่งที่มีอะไรแปลกกว่าคนอื่นเพราะอะไร?
อ.วรากรณ์ : การมีลูก 3 คนขึ้นไปอาจทำให้เกิดสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “เด็กวันพุธ”(Wednesday’s Child)ขึ้นได้ เป็นลูกที่มีพี่น้องเพศเดียวกันก่อนหน้าและหลัง บ่อยครั้งที่ “เด็กวันพุธ” ประสบกับสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากลูกคนอื่นๆเมื่อแรกเกิดก็อาจได้รับความสนใจน้อยกว่าที่พี่ซึ่งเป็นเพศเดียวกันได้รับเมื่อตอนแรกเกิดและต่อมาเมื่อมีน้องเพศเดียวกันเกิดอีก พ่อแม่ก็อาจไปสนใจน้องมากกว่า คนที่อยู่ตรงกลางเช่นนี้มักถูกมองข้ามหรือคิดว่าถูกมองข้ามเพราะมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับความสนใจจากพ่อแม่น้อยกว่าพี่และน้องได้รับ

การเป็น “เด็กวันพุธ” เช่นนี้อาจทำให้สถานการณ์ที่คิดว่าพ่อแม่รักน้อยกว่าพี่และน้องเกิดขึ้นได้มากกว่ากรณีที่มีลูกเพียง 2 คน และการอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมของ “การถูกมองข้าม” อาจนำไปสู่ความแปลกกว่าลูกคนอื่นๆ ก็เป็นได้
(0)
Real Parenting
RELATED TOPICS
200 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ