art4d's
สร้างกระทู้ใหม่ Forum ล่าสุด | 

"การทำงานของคุณอาจเปลี่ยนไปถ้าได้ลองอ่าน พื้นที่ส่วนตัวกับการทำงานของครีเอทีฟ"

การทำงานของคุณอาจเปลี่ยนไปถ้าได้ลองอ่าน "พื้นที่ส่วนตัวกับการทำงานของครีเอทีฟ"
หนังสือเล่มหนึ่งที่ตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่าการทำงานเป็นกลุ่ม ได้เข้ามาครอบงำวิธีการทำงานของคนในวงการครีเอทีฟไปเสียแล้ว เนื่องจากครีเอทีฟส่วนใหญ่มักทำงานอยู่ในพื้นที่สำนักงานที่เปิดโล่ง และใช้เวลาไปกับการทำงานกลุ่มของตัวเอง ซึ่งขัดกับงานวิจัยที่บอกว่า คนเราจะมีความสามรถในการสร้างสรรค์ผลงานได้ดี ก็ต่อเมื่อมีพื้นที่ส่วนตัวเพียงพอที่จะปลีกตัวจากสิ่งรบกวนภายนอก

เพราะครีเอทีฟเก่งๆ ส่วนใหญ่รักสันโดษ ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอดเวลา ทุกอย่างต้องอาศัยจังหวะเวลาสลับกันไป เช่น เวลานี้อยากปรึกษา เวลานี้อยากนั่งคิดคนเดียว... แล้วสเปซแบบไหนที่สามารถบอกได้ว่าควรให้ความสำคัญกว่าอีกวิธีหนึ่ง... มาดูกันว่าครีเอทีฟทั้ง 3 คน ได้แก่ Adib Jalal, Kelley Cheng และ Colin Seah พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อนี้อย่างไร
Adib และ Kelley ต่างแสดงทัศนคติของการทำงานอย่างครีเอทีฟว่า...
Adib กล่าวว่า แม้ว่าคุณทำงานในสำนักงานแบบเปิดโล่ง ก็ใช่ว่าจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างเสมอไป หลายครั้งเราก็สร้างกำแพงในใจหรือความคิดขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าลักษณะของพื้นที่นั้นมีผลกระทบต่อพฤติกรรมของมนุษย์ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่เรากำลังทำอยู่

Kelley กล่าวว่า ในฐานะของเจ้าของบริษัท เราต้องตัดสินใจว่าเราจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรออกมาให้เป็นแบบไหน ซึ่งฉันว่าสำคัญมาก เพราะเมื่อคุณกั้นห้องเป็นสัดส่วนขึ้นมาเมื่อไหร่ มันก็เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างขึ้นมาโดยทันทีเลย แต่ในทางกลับกันถ้าคุณมีพื้นที่แบบเปิดโล่ง ก็เท่ากับคุณเปิดโอกาศให้กับคนบริษัทได้พูดคุยและเข้าหากันง่ายขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นวัฒนธรรมองค์กรก็จะเกิดขึ้นเอง
Adib Jalal กล่าวถึงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยไว้อย่างน่าสนใจว่า...
ผมคิดว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างแท้จริงเลย เพราะครูของคุณหรือแม้กระทั่งผมเองมักจะพูดเสมอว่า ถ้าคุณไม่ถาม คุณก็จะไม่มีวันรู้ คุณควรจะถามเพื่อนข้างๆ ว่าโมเดลพวกนั้นทำอย่างไร คุณวาดเส้นอย่างนั้นได้อย่างไร หรือคุณแก้ปัญหานี้อย่างไร ผมคิดว่ามันเป็นวิธีการเรียนรู้อย่างหนึ่งซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตการทำงานจริงๆ ได้ เหมือนกับการทำงานในชีวิตจริงนั่นแหละที่จะมีทั้งคนที่ทำงานมานานแล้ว และคนที่เพิ่งเข้ามาทำงาน เพราะเหตุนี้เราจึงเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันอยู่เสมอๆ ซึ่งผมคิดว่าวิธีนี้มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะงานออกแบบที่ไม่ใช่งานที่คุณเขียนๆ แล้วก็ส่งต่อให้อีกคนได้เลย กระบวนการความคิดต่างๆ นั้นจะเกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เท่านั้น
พูดถึงเรื่องการทำงานแบบทางไกลกันบ้าง เดี๋ยวนี้มีอินเตอร์เน็ตแล้ว คุณคิดว่าวิธีแบบนี้มีผลต่อการทำงานมากน้อยแค่ไหน?
เป็นคำถามที่ดีมากครับ พูดถึงการทำงานทางไกลกันก่อน พวกเรายังไม่มีโอกาสได้ใช้วิธีนี้เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ค่อนข้างเล็ก แถมพวกเรายังไม่ได้มีภาระของความเป็นพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกๆ แต่ลักษณะงานของเราที่อยู่ในระดับสากล มีบริษัทอยู่ต่างประเทศ คุณอาจจะต้องทำงานร่วมกับคนอีกคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเพื่อให้ถึงเป้าหมายเดียวกัน ผมว่าเราคงต้องมีความเข้าใจกันในระดับหนึ่งก่อน เพราะแค่เทคโนโลยีอาจยังไม่เพียงพอที่จะเปิดช่องว่างพวกนี้ คล้ายๆ กับการพูดคุยกันตัวต่อตัวนี่แหละ หากคุณไม่ได้มีความคิดที่ตรงกันแล้ว คุณก็จะไม่สามารถคุยกันได้อย่างสนิทใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อผ่านระบบทางไกล คุณต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก่อน คุณถึงจะเข้าใจกันและกันได้
Kelley ตอบได้อย่างน่าสนใจกับคำถามที่ว่า "คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ"
เรื่องจะมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้นฉันไม่แน่ใจ แต่ส่วนใหญ่เวลาฉันแอบเช็คจากด้านหลัง ทุกคนจะเปิดประมาณ 10 หน้าต่างได้ ทั้งเฟซบุค อีเมล แชท แต่พอฉันไปยืนข้างหลังทุกอย่างจะถูกแทนที่ด้วย InDesign ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก เพราะตอนฉันเช็คเขาก็เล่นเฟซบุค หรือทำอะไรอย่างอื่นอยู่ตลอด แต่งานก็เสร็จได้อย่างไรก็ไม่รู้ ไม่ว่าฉันจะรู้สึกวิตกกังวลแค่ไหน แค่หลับตา เดี๋ยวงานก็เสร็จ ฉันไม่เชื่อในการนับเวลาในการทำงานเท่าไหร่ ว่า 1 ชั่วโมงคุณจะต้องทำงานได้มากแค่ไหน จริงๆ แล้วฉันชอบบอกทุกคนว่า "ไปกินกาแฟกันเถอะ"

ฉันเคยเห็นบางบริษัทที่ห้ามพนักงานเล่นเฟซบุค หรือ Gmail แต่อย่าลืมว่าในวงการครีเอทีฟต้องการแรงบันดาลใจนะ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกดีไซเนอร์สามารถรับแรงบันดาลใจจากทุกเรื่องทุกอย่างในชีวิต บางทีเขาก็อยากรู้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่นบ้าง เช่น วันนี้เพื่อนๆ เขาทานข้าวกลางวันอะไรกันบ้าง? แม้แต่ฉันเองยังอยากรู้อะไรพวกนี้เลย ดูสุนัขของเขาน่ารักจังเลยอะไรทำนองนี้ ถ้าเราห้ามพวกเขาทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเราไปจำกัดดีกรีความสร้างสรรค์ของเขาด้วย
สุดท้ายกับจุดเด่นของออฟฟิตแต่ละคนคือ......
คำถามสุดท้ายก่อนจากกัน คุณมีเวลา15 วินาทีในการตอบ Kelley, Adib และ Colin เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราได้เข้ามาอยู่ในสตูดิโอของคุณแล้วอะไรคือจุดเด่นที่สุดในสำนักงานของคุณ?

Kelley :คุณจะได้ยินแต่เสียงหัวเราะ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงชอบมาทำงานเพราะฉันจะได้ยินเสียงหัวเราะอยู่เสมอๆ ตั้งแต่ ก้าวขึ้นบันไดเลย

Adib :สำหรับผม ผมไม่มีสำนักงานเป็นหลักเป็นแหล่ง เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่คุณเห็นผมนั่นแหละ ที่นั่นคือสำนักงานของผม [ทุกคนหัวเราะ]

Colin :ผมว่าคุณจะได้พบกับความมีระเบียบและระบบที่ชัดเจน ผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ทุกๆสำนักงานของเราเป็นแบบนี้ ส่วนเรื่องเสียงหัวเราะเดี๋ยวเราค่อยต่อท่อเอาเข้ามาจากที่อื่นแล้วกัน

art4d.asia:จากออฟฟิศของ Kelley น่ะเหรอ?

Colin :ถูกต้อง
(0)
art4d
บรรยากาศในการทำงาน มีผลต่อการทำงานมากๆค่ะ
(0)
Sassygirl
RELATED TOPICS
549 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
619 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ
514 ผู้อ่าน
0 ผู้ตอบ